อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 475 ความสามารถในการควบคุมตัวเอง
ตอนที่ 475 ความสามารถในการควบคุมตัวเอง
ความสามารถในการควบคุมตัวเองของถังซั่วนั้นดีมาตลอด ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่เป็นถึงประธานสื่อมีเดียของบริษัทถังหรอก มีนักแสดงหญิงมากมายที่อยากจะมีเสี่ยเลี้ยง แล้วเขา?
ไม่มีใครเล่นสักคนเดียว ไม่เคยเป็นเสี่ยเลี้ยงใครสักคน คนอื่นต่างยืนหยัดที่จะคอยวางยาเขา
ทำไมคืนนั้นดื่มไปเยอะแล้วถึงอดทนไว้ไม่ได้?
ไม่ใช่เพราะว่าผู้หญิงคนนั้นคือโหรวโหรวเหรอ? เพราะเป็นคนที่เขาชอบเลยอดกลั้นระงับความรู้สึกไม่ได้ ถึงได้กลายเป็นสัตว์ดุร้ายแบบนั้น
เธอพูดไม่ออกเลยจริง ๆ
ยกมือเชยคางเขา “ไม่ได้จริง ๆ ใช่ไหม? งั้นฉันเชิญเขาแทน?”
ผู้ชายทั้งสองนั้นเย่อหยิ่งทั้งคู่ จิ่งเป่ยเฉินเย็นชาตลอด ถังซั่วเองก็คิดว่าตัวเองผิด ไม่รู้ว่าจะทำยังไงให้จิ่งเป่ยเฉินหายโกรธ
เป็นแบบนี้ต่อไปความแค้นนี้ชั่วชีวิตนี้จะไม่คิดกำจัดมันไปเลยเหรอ?
เธอรู้สึกได้ถึงการเคลื่อนไหวของนิ้วมือ แต่ที่พูดกลับ “โหรวโหรว ทางที่ดีอย่าเจอเขาดีกว่า”
“ฉันไม่ได้เจอเขา! เขาเองก็คงรู้สึกละอายใจต่อฉัน ที่รัก ความผิดพลาดไม่ใช่เรื่องน่ากลัว สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการไม่แก้ไข ถูกไหม?” เธอเป็นผู้หญิงเองก็กำจัดมันออกไปแล้ว ทำ ำไมเขายังไม่กำจัดปมนี้ออกไปอีก?
จิ่งเป่ยเฉินขมวดคิ้วขึ้น ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา “แล้วถ้าเขาไม่เปลี่ยน?”
“ถังซั่วเป็นคนยังไงนายรู้ดีกว่าฉันอยู่แล้ว แล้วยิ่งเป็นแบบนี้!” เธอปล่อยคางเขาด้วยความโกรธเล็กน้อยและพยายามดิ้นรนออกจากตัวเขา
บิ๊กบอสจะปล่อยเธอออกจากอ้อมกอดที่แน่นหนาได้ยังไง
เป็นเพราะว่าพี่น้องอย่างถังซั่ว เพราะงั้นเลยโกรธอย่างมาก
ทรยศต่อความไว้ใจ นับประสาอะไรกับผู้ชายที่ลงมือกับพี่สะใภ้ของตัวเองได้ ต้องเป็นคนยังไง?
“ไม่เป็นแบบนี้แล้วทำยังไง ฉันเชิญเขาไปกินข้าวและไปดื่มเป็นเพื่อนเขาดีไหม?” จิ่งเป่ยเฉินหยอกล้อ แต่ใบหน้ากลับไร้ซึ่งรอยยิ้ม
“ถ้านายยอมแบบนั้นก็เป็นทางเลือกที่ดี ไม่ก็ให้เขาเฮฮาหัวเราะกินข้าวและดื่มไปกับนายก็ได้ ยื่นมือไป ไม่ตีคนที่ยิ้มอยู่ รู้เรื่องหรือเปล่า?” เธอเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย และหวังว ว่าพวกเขาจะคืนดีกัน
ทางด้านนั้นเองก็ไม่ได้เจอเธอเลย ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสร้างสันติได้
โดยเฉพาะผู้ชายตรงหน้า ดื้อรั้นไม่เปลี่ยน!
“ฉันพอจะเข้าใจความรู้สึกของนาย แต่ช่วยค่อย ๆ คิดถึงความสัมพันธ์เมื่อก่อนระหว่างพวกนายได้ไหม เรื่องที่มีความสุขก็น่าจะแบ่งปันกัน และถ้านายสนใจมันจริง ๆ ก็ควรจะให้เขาเห็น ว่าพวกเราอยู่ด้วยกันมีความสุขดี แบบนั้นดีกว่าไหม?” ความอิจฉาของผู้ชาย!
จิ่งเป่ยเฉินจ้องเธอและคิดความหมายของคำพูดของเธอ
“ที่รัก……….” เธอขยับแขนเบา ๆ “นายคิดดี ๆ นะ เป็นเพราะความภูมิใจในตัวเองมันมีความสุขมากแค่ไหน หืม?”
เธอมองใบหน้าที่หล่อเหลาอย่างมีความหวัง คำพูดสวยหรูนั้นพอจะมีประโยชน์ไหมนะ?
หรือควรจะจูบอีกสักหน่อย?
ริมฝีปากเปิดออกและพูดอย่างจริงจัง “เกือบจะถูกเธอสะกดไปแล้ว คืนนั้นฉันไม่อยากเจอเขา เรื่องนี้ไว้ค่อยคุยกันทีหลัง”
วันหลัง?
ความหมายหลังจากนี้แสดงว่ายังพอมีทางคืนดีกัน แบบนั้นพวกเขาก็สามารถที่จะคุยกันได้!
“จริงเหรอ? วันหลังค่อยคุยกัน แม้ไม่ได้ไปงานแต่งงาน งั้นหลังจากแต่งงานแล้วพวกนายจะไปรำลึกถึงวันเก่าใช่ไหม?” เหนื่อยใจเวลาผู้ชายโกรธนั้นเกลี้ยกล่อมยากกว่าผู้หญิง
“ทำอะไร?”
“ทำอะไรก็ตัดสินใจเลย ฉันแค่เสนอความเห็นให้พิจารณา ถ้าไม่ทำจะนั่งคุยกันหรือดื่มชาและระลึกถึงอดีตอันน่าเศร้า หรือจะดูแสงจันทร์ใต้แสงเทียน แล้วจะรู้ว่าความจริงแล้วการให้อภัย ยคนคนหนึ่งนั้นง่ายมาก” เธอคิดว่าง่ายเหรอ?
ไม่ง่าย!
ไม่ง่ายเลยสักนิดเดียว!
“โหรวโหรว ถ้าหากว่าเป็นเรื่องอื่นฉันจะไม่มีทางโกรธเขามากขนาดนี้ แต่นี่มันเกี่ยวกับเธอ ฉันไม่ได้ใจกว้างขนาดนั้น” เขายอมรับว่าไม่ใช่คนที่ใจแคบ แต่ถ้าเป็นเรื่องของโหรวโหร รว เขาใจแคบ!
“ไม่ใจกว้าง อืม ไม่ใจกว้าง! งั้นนายจะโมโหไปถึงเมื่อไหร่? ไปตลอดจนแก่?” เธอกังวลมากจริง ๆ ถ้าตัวเองไม่เป็นผู้สร้างสันติ ทั้งสองคนคงจะไม่มีทางกลับมาคุยกันจนแก่จริง ๆ
“โหรวโหรว……”
“โอเค ฉันจะไม่พูดแล้ว ในเมื่อนายไม่อยากจะเจอเขา งั้นหลังจากงานแต่งงานก็ค่อยว่ากัน!” เธอไม่ได้อยากบังคับเขา ถ้าเขาไม่ยอม ทั้งสองคนก็คงจะไม่มีโอกาสได้ทำลายปมตรงนี้
“พรุ่งนี้พวกเราค่อยไป”
“พรุ่งนี้เพิ่งจะวันพฤหัสบดี!”
พวกเขาจะรีบไปทำไม?
หมายความว่าเธอเพิ่งจะทำงานได้หนึ่งวันก็ต้องลาแล้ว
ลาสองวันเท่านั้นเอง ถือเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับพวกเขา!
คิดถึงตรงนี้เธอก็ยิ้มรับทันที “พวกเราจะไปเล่นกันก่อน ก็ไม่ใช่ว่าไม่ได้ ในเมื่อตัดสินใจแล้ว!”
วันรุ่งขึ้นพวกเขาไม่ได้เข้าบริษัทและตรงไปที่สนามบินทันที
หลังจากบินได้ไม่กี่ชั่วโมงก็จอดเทียบที่เกาะ
ได้มองดูท้องฟ้าสีคราม เมฆสีขาว และน้ำทะเลสีคราม อารมณ์ของเธอก็ดีขึ้นมาก
เธอหยิบโทรศัพท์ออกมาเตรียมโทรหาหลินจือเซี๋ยว แต่กลับต้องตกใจ ไม่คิดเลยว่าจะไม่มีสัญญาณ!
เธอหันไปมองจิ่งเป่ยเฉินที่สวมชุดสบาย ๆ “ที่รัก สัญญาณ?”
ใบหน้าที่เคร่งขรึมของจิ่งเป่ยเฉินนั้นยิ้มเล็กน้อย “ไม่มี”
“เป็นไปไม่ได้!” อันโหรวจ้องไปที่เขาพลางมองโทรศัพท์ที่ไร้สัญญาณ “ทำไมที่ที่นายอยู่ถึงไม่มีสัญญาณ ฉันยังไม่ได้โทรศัพท์หาหลินจือเซี๋ยวเลย”
จิ่งเป่ยเฉินกอดเธอเอาไว้ไม่ให้หนี “ฉีเซิ่งเทียนรู้”
“แต่เรื่องไม่มีสัญญาณ ทำไมฉันถึงรู้สึกว่านายแกล้งฉันเล่น?” บริษัทจิ่งที่ดูยุ่งอยู่ ถ้าเกิดว่ามีเรื่องเร่งรีบจะทำยังไง?
และตามที่เข้าใจ สำหรับจิ่งเป่ยเฉินแล้วไม่มีทางที่จะไม่มีสัญญาณ!
จิ่งเป่ยเฉินก้มหน้ามองเธออย่างจริงจัง “โหรวโหรว เพื่อป้องกันการหลบหนีทุกช่องทาง เพราะงั้นต้องยุติติดต่อกับโลกภายนอกทั้งหมด”
อันโหรวเม้มริมฝีปากและดิ้นรน “เชื่อไหมว่าฉันจะกระโดดลงทะเลไปเดี๋ยวนี้?”
“เธออยากว่ายน้ำกลับไป?”
“ฉันไปจับปลาก็ได้นะ!” เขาพูดเกินจริงและยังมีคนอื่นที่จะมา เป็นไปได้ยังไงที่จะไม่มีสัญญาณ
“ฉันต้องการติดต่อกับหยางหยางและหน่วนหน่วน! ทั้ง ๆ ที่ควรจะพาพวกเขามาด้วย” แต่บางคนกลับบอกให้พวกเขาตั้งใจเรียน ให้ก้าวหน้าในทุก ๆ วัน
ความจริงแล้วเขาแค่อยากให้พวกเขาทั้งสองอยู่ได้ด้วยตัวเองเท่านั้น เรื่องนี้เธอเข้าใจ แต่ว่าไม่ได้ติดต่อหยางหยางกับหน่วนหน่วนหนึ่งวัน เธอรู้สึกไม่สบายใจ
“พรุ่งนี้พวกเขาก็มา เธอไม่อยากให้โลกนี้มีแค่เราสองคนเหรอ?”
เธอขยับริมฝีปากโดยไม่พูดอะไร
ทั้งคู่เดินไปที่คฤหาสน์บนเกาะ และก็พบว่าจิ่งเป่ยเฉินนั้นพูดจริง เป็นโลกที่มีแค่พวกเขาสองคน
ในคฤหาสน์นั้นไม่มีคนรับใช้เลยสักคนเดียว!
คืนนั้นเธอทำอาหารเย็นง่าย ๆ และเขาก็พาเธอไปเดินเล่นที่ชายหาดด้านนอก เกาะขนาดใหญ่แบบนี้แต่กลับไม่มีใครอยู่เลย
“พรุ่งนี้คนก็เยอะแล้ว” จิ่งเป่ยเฉินเหมือนรู้ถึงความสงสัยของเธอจึงพูดขึ้น
เนื่องจากวันนี้พวกเขามา เพราะงั้นหลายคนจึงกลับไปชั่วคราว พวกเขาสามารถทำอะไรก็ได้ที่นี่
ตัวอย่างเช่น………
“จิ่งเป่ยเฉิน มือของนายกำลังทำอะไร?” น้ำเสียงของอันโหรวดังขึ้น
นี่มันข้างนอกนะ!
บนชายหาด
เขาบ้าไปแล้วหรือเปล่า!
“นายรู้หรือเปล่าว่าที่นี่มันสกปรก? ยังกล้าเหรอ!” มือของเขาสอดเข้าไปในกระโปรงของเธอแล้ว
เธอรับไม่ได้ที่จะมาทำอะไรบนชายหาด!
ยังไงก็ควรมีเบาะสักหน่อยไหม?