อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 476 ฉันยินดีที่จะแต่งงานกับคุณ จิ่งเป่ยเฉิน!
ตอนที่ 476 ฉันยินดีที่จะแต่งงานกับคุณ จิ่งเป่ยเฉิน!
“ที่รัก มีอะไรที่ฉันไม่กล้าบ้าง” ลมทะเลพัดผ่านใบหน้าของเธอ ทำให้เส้นผมปลิวไสวไปมา
“ฉันหนาวแล้ว! พวกเรากลับกันเถอะ!”
“ออกกำลังกายกลางแจ้งก็ไม่หนาวแล้ว”
“……”
เธอไม่อยากเลยสักนิด! ไม่อยากเลยจริง ๆ
เธอยกเท้าขึ้นและเหยียบไปที่เท้าของเขา ก่อนจะเอาศอกกระทุ้งไปที่ลำตัวเขาเบา ๆ
ทันทีที่เธอหลุดออกจากการเกาะกุม เธอก็รีบวิ่งหนีไปไกล ๆ และมุ่งตรงไปยังจุดที่มีแสงสว่างที่หนึ่ง “จิ่งเป่ยเฉิน นายมันพวกอันธพาล ป่าเถื่อน!”
“เธอรอได้เลย กลับถึงบ้านจะจัดการเธอแน่”
“ไม่ได้! ฉันอยากใส่ชุดแต่งงาน!”
“แต่ฉันปล่อยไว้ไม่ได้”
อันโหรวที่อยู่ห่างกับเขายี่สิบเมตร เธอค่อย ๆ ปล่อยตัวเองให้ตามสบายอย่างช้า ๆ ก่อนจะรู้สึกถึงลมที่อยู่ข้าง ๆ ตัวเธอ เมื่อนึกถึงคนที่เดินตามหลังเธอมา มุมปากของเธอก็ค่อย ๆ ๆ ยกขึ้น
ผลของการหนีครั้งนี้ถูกลงโทษ แต่ค่ำคืนนี้กลับอ่อนโยนเป็นพิเศษ แม้ว่าวันนี้จะเป็นวันแรกที่เธอตื่นสายได้ก็ตาม
เธอมองดูผิวตัวเองที่ขาวสะอาดสะอ้าน ก่อนจะมองไปที่เขาด้วยสายตาที่ชื่นชม
จิ่งเป่ยเฉินแต่งตัวเรียบร้อยนานแล้ว ไม่ช้าก็เอนตัวแนบหูมาข้าง ๆ เธอ ก่อนจะมองลงมา “ตื่นแล้วหรือยัง?”
แน่นอนว่าต้องตื่นแล้ว เขามองมาจนตัวเธอเริ่มรู้สึกเขินอายแปลก ๆ ยังไงก็ไม่รู้
“เดี๋ยวฉันก็ลุกขึ้นเอง!” ไม่ช้าก็เอื้อมมือทั้งสองข้างออกและดึงแขนเสื้อขึ้น “เสื้อค่ะ ที่รัก!”
เมื่อเห็นเธอเป็นแบบนั้น เขาก็มองไปที่คอของเธอเล็กน้อย “เธอไม่ต้องใส่หรอก ที่บ้านไม่มีคนอยู่”
“แล้วนายไม่ใช่คนหรือไง!”
“ฉันเป็นสัตว์ป่า”
“รู้ตัวเองก็ดี!” เธอปล่อยแขนเขาออก “เสื้อผ้า เสื้อผ้าอยู่ไหน ไหนนายบอกว่าวันนี้จะมีคนอื่นมาด้วยไง มีแค่พวกเราสองคนเหรอที่งานแต่ง?”
ถ้าเป็นแบบนั้นจริง….คงน่าหดหู่พอสมควร
“งานแต่งสองคนไม่พออย่างนั้นเหรอ? เจ้าบ่าวเจ้าสาวอยู่ก็พอแล้วมั้ง” จิ่งเป่ยเฉินหยิบเสื้อผ้าของเธอ ก่อนจะยื่นให้
“อย่างน้อยก็ต้องมีพยานสักคนไหม?” แล้วทำไมพวกเขาถึงต้องมาอยู่ที่เกาะกันด้วยนะ?
อีกอย่างทำไมไม่ยอมพูดเรื่องนี้ที่บ้านไปเลย? เธอเองก็ตกลงแล้วด้วยซ้ำ!
หลังจากนั้นก็มีแค่แลกเปลี่ยนแหวนกัน แค่นั้นก็เสร็จสิ้นพิธีแล้ว
“ก็มีอยู่นะ พ่อกับแม่ อีกเดี๋ยวพวกเขาจะมากัน” เพราะงานครั้งที่แล้วพวกเขาไม่ได้มา
ในเวลาแบบนั้น พวกเขาทั้งสองคนมุ่งหน้าไปยังแอนตาร์กติกา ซึ่งพ่อของเขาเป็นคนพาไป
เพิ่งจะกลับมาถึงเร็ว ๆ นี้เอง
“อืม อย่างน้อยก็มีคนในครอบครัวและเพื่อนอยู่ก็ถือว่าโอเค” ถ้าหากเขาสามารถเคลียร์ปัญหากับถังซั่วได้ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีเช่นกัน
แต่ดูเหมือนสิ่งที่เธอคิดออกจะไร้สาระเกินจริง คงไม่มีทางเป็นไปได้แน่ในเวลาแบบนี้
“อืม” สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการที่เธออยู่ ครั้งนี้ไม่ว่ายังไงจะไม่ปล่อยให้เธอหนีไปได้อีกแน่
ต่อให้ไปที่สวรรค์หรือลงสู่พื้นดินไหนก็ไม่มีทางปล่อยไปแน่
วันนี้รู้สึกว่าภายในเกาะจะคึกคักเป็นพิเศษ แต่นั่นเป็นเพราะว่าข้างนอกมีแดดแรงมากเกินไป อีกอย่างพรุ่งนี้ก็เป็นงานแต่งงาน เธอเลยเก็บตัวอยู่ที่บ้านเพื่อเตรียมพร้อมกับความสวยงาม มที่จะแสดงให้เห็นในวันรุ่งขึ้น
เมื่อคืนหยางหยางกับหน่วนหน่วนเข้ามาหา ฉีเซิ่งเทียนกับหลินจือเซี๋ยวพวกเขาเองต่างก็มาถึงกันแล้วด้วย
ส่วนแขกคนอื่น ๆ พรุ่งนี้ก็น่าจะมาถึงกัน จิ่งเซิ่งกับซูรั่วหยาก็น่าจะมาถึงในวันพรุ่งนี้เช่นกัน
วันรุ่งขึ้น
ภายใต้ท้องฟ้าสีครามและเมฆสีขาวที่สดใส ด้านนอกเต็มไปด้วยดอกกุหลาบสีแดงที่โปรยลงบนสนามหญ้าขนาดใหญ่ ประดับไปด้วยลูกโป่งสีม่วงและสีขาวที่แกว่งไปมาตามสายลม อีกทั้งบนอากาศก็ยัง งมีเครื่องบินค่อย ๆ ร่อนลงมาเรื่อย ๆ ทำให้ภาพที่เห็นดูแล้วน่าหลงใหลไม่เบา
อันโหรวที่สวมชุดแต่งงานสีขาวกำลังนั่งอยู่บนเตียง ถัดจากตัวเธอไม่ไกลเท่าไรก็คือจิ่งเป่ยเฉินที่สวมชุดแต่งงานเหมือนกัน
“ที่รัก ฉันไม่วิ่งไปไหนหรอก ทำไมนายไม่ออกไปข้างนอกบ้าง? ดูเหมือนเครื่องบินจะมาเยอะมากขึ้นเรื่อย ๆ บางทีพ่อแม่ของนายอาจจะมาถึงแล้วก็ได้” ครั้งก่อนเธอสร้างความประทับใจที่ไม่ค่อย ยดีเท่าไรกับพ่อแม่สามี ทำให้ครั้งนี้จิ่งเป่ยเฉินอยู่ข้าง ๆ ตัวเธอตลอด ดูแบบนี้แล้วเหมือนเธอเป็นภรรยาที่ไม่ค่อยดีเท่าไรสำหรับเขาเลย
“โหรวโหรว อยู่นี่ก็เหมือนอยู่บ้านตัวเองนั่นแหละ ฉันจะอยู่กับเธอเอง” วันนี้ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องเฝ้ามองเธอไว้
อันโหรวเอนหลังอย่างช่วยไม่ได้ ชุดแต่งงานยาวปกคลุมไปทั่วทั้งเตียงขนาดใหญ่ “ฉันอยากเข้าห้องน้ำ นายจะไปด้วยไหม หรือว่านายจะ…….”
“ฉันเป็นสามีเธอนะ มีอะไรบ้างที่ฉันไม่สามารถดูได้?”
“นายนี่มัน…..”
ไม่ช้าประตูห้องจู่ ๆ ก็ถูกเปิดออก หลินจือเซี๋ยวเดินเข้ามาพร้อมกับหยางหยางและหน่วนหน่วน เมื่อมองดูทั้งสองคน ดวงตาของเธอก็ไม่อาจปกปิดความประหลาดใจไว้ได้เลย
“โหรวโหรว ประธานจิ่ง พวกคุณสองคนสวยและหล่อมากเลย!” หยางหยางและหน่วนหน่วนที่อยู่ข้าง ๆ เธอก็รีบเดินไปข้างหน้าพวกเขาสองคน
“แม่จ๋า! สวยจังเลย” หน่วนหน่วนมองดูเธอ วันนี้แม่จ๋าของเธอได้คะแนนเกินหนึ่งร้อยแต้มไปเลย
หน่วนหน่วนเองก็เป็นสาวน้อยที่หน้าตาน่ารัก ก่อนจะหันไปมองหน้าจิ่งเป่ยเฉินและก็พูดขึ้น “พ่อจ๋าเองก็หล่อมากด้วย!”
“ลูก ๆ สองคนต่างหากเป็นเด็กที่น่ารักที่สุดเลย” อันโหรวจับมือพวกเขาสองคน เธอรู้สึกว่าการที่จิ่งเป่ยเฉินอยู่ข้าง ๆ เธอแบบนี้ไม่ค่อยเป็นเรื่องดีเท่าไร
ถึงแม้ว่าตัวเองจะไม่ได้ออกไปต้อนรับแขกอยู่แล้ว แต่ด้วยภาพลักษณ์ของจิ่งเป่ยเฉินที่เป็นคนแบบนั้น อย่างน้อยเขาก็ควรที่จะออกไปต้อนรับคนอื่นเพื่อเป็นพิธีบ้าง
อันโหรวมองดูชุดเพื่อนเจ้าสาวที่หลินจือเซี๋ยวสวม เสื้อผ้าสีฟ้าอ่อน ๆ บวกกับใบหน้าน้อย ๆ ของเธอที่แต่งด้วยเครื่องสำอางบาง ๆ ดูแล้วก็สวยงามไม่แพ้กัน
“ว่าแต่ทำไมไม่เห็นฉีเซิ่งเทียนเลย?” เขาเป็นถึงเพื่อนเจ้าบ่าวเชียวนะ
“เห็นออกไปรับโทรศัพท์” หลินจือเซี๋ยวตอบกลับ
อันโหรวหันหน้าไปมองจิ่งเป่ยเฉินที่นิ่งสงบราวกับขุนเขา ก่อนจะพูดขึ้น “นี่คุณสามี นายช่วยอธิบายให้เข้าใจหน่อยได้ไหม?”
ทำไมโทรศัพท์ของเธอถึงไม่มีสัญญาณ แต่โทรศัพท์พวกเขากลับสามารถโทรออกไปมาได้แบบนี้กัน?
“นี่นายทำอะไรกับโทรศัพท์ฉันหรือเปล่า?”
หยางหยางกับหน่วนหน่วนมองดูแม่จ๋าที่จู่ ๆ ก็ใช้เสียงสูงเอ่ยถาม ก่อนที่พวกเขาจะมองไปที่พ่อของตัวเอง นี่พ่อจ๋าทำอะไรอีกแล้วอย่างนั้นเหรอ?
“ก็แค่ดัดแปลงอะไรมันนิดหน่อยเท่านั้น” จิ่งเป่ยเฉินทำสีหน้าเมินเฉย ไม่ได้แสดงสีหน้าวิตกกังวลหรืออะไรด้วยซ้ำไป
“นายนี่มันร้ายกาจจริง ๆ นะ! ฉันนอนไปแป๊บเดี๋ยวก็ถูกจัดการแล้วเหรอนี่!” ทั้ง ๆ ที่ตัวเธอนอนบนเครื่องบินเพียงแป๊บเดียวเท่านั้นเอง
“เดิมทีพ่อจ๋าก็ร้ายกาจอยู่แล้ว!” หน่วนหน่วนเห็นด้วยกับคำพูดของแม่จ๋า
พ่อจ๋านั้นร้ายกาจ พ่อจ๋าเป็นที่สุดของที่สุดของคำว่าร้ายกาจเลยแหละ
แต่ฉีเซิ่งเทียนที่ไปคุยโทรศัพท์นั้นก็ยังไม่เห็นเขาเข้ามาสักที จนกระทั่งช่วงงานแต่งกำลังจะเริ่มถึงได้เห็นฉีเซิ่งเทียนอีกครั้ง
ฉีเซิ่งเทียนเดินตามหลังพวกเขาไปที่พรมแดง ดูผิวเผินแล้วดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ภายในใจเขานั้นยังคงคิดถึงสายโทรศัพท์ที่เพิ่งคุยกันไป
เดิมทีเขาควรจะไปหาพวกเขาด้วยตัวเอง ไปหาพี่เฉินและพูดให้พี่เฉินฟัง
แต่กลัวว่าถ้าเกิดพูดไปแล้วอารมณ์ของพี่เฉินจะปลี่ยนไป กว่าพวกเขาจะมาถึงจุดนี้ได้มันไม่ง่ายเลย ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นกับความสัมพันธ์ของพวกเขาเพียงเพราะรอยร้าวนั่น เขาควรจะทำย ยังไง?
เขาเองก็รู้สึกทุกข์ใจไม่น้อย ควรบอกพวกเขาหลังจากงานแต่งนี้
ในใจของอันโหรวรู้สึกประหม่าเล็กน้อย ท่ามกลางแขกเหรื่อมากมาย พวกเขาสองคนกำลังเดินไปที่พรมแดงและมุ่งตรงไปหาบาทหลวง แม้ว่าเธอจะได้รับการจดทะเบียนสมรสแล้วก็ตาม แต่ก่อนหน้านั้ นเธอเคยคิดว่าพิธีนี้ไม่ค่อยสำคัญเท่าไร แต่พอมาเจอสถานการณ์จริง เธอรู้สึกว่ามันต่างกันมาก มันเป็นช่วงที่ควรค่าแก่การจดจำและแตกต่างจากสิ่งที่เธอเคยเห็นมากนัก
เธอมองไปยังดวงตาของจิ่งเป่ยเฉินและรับรู้ถึงความรู้สึกข้างในได้เป็นอย่างดี เมื่อเห็นเธอมองอย่างจริงจัง เขาเองก็รู้สึกได้เช่นกันว่าเธอเป็นผู้หญิงคนเดียวในโลกใบนี้ที่สาม มารถทำให้สายตาของเขานั้นเฝ้ามองแต่เธอ
เมื่อได้ยินคำพูดของบาทหลวง เธอก็ยิ้มอยู่ภายใต้ผ้าคลุมบาง ๆ “ฉันยอมรับค่ะ!”
“ฉันยินดีที่จะแต่งงานกับคุณ จิ่งเป่ยเฉิน!”
เพราะว่าเป็นเขา มีแค่เขาคนเดียวเท่านั้น!
ส่วนเรื่องแม่ คงต้องขอโทษด้วย
เพียงเพราะคำพูดของแม่ประโยคเดียวไม่สามารถมาหักล้างกับความสุขที่เธอควรได้รับ
แขกที่อยู่ด้านล่างเวทีต่างก็ปรบมือกันยกใหญ่ ผ้าคลุมที่คลุมหน้าอันโหรวค่อย ๆ ถูกยกขึ้น ใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาเองก็เข้าใกล้ใบหน้าของเธอ
แต่ว่าจังหวะแบบนี้มันคืออะไรกัน?
เขายังไม่ได้ตอบคำถามอะไรสักคำ!
อีกทั้งยังไม่ถึงขั้นตอนที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวควรจูบกันด้วยซ้ำไป!
ทำไมจู่ ๆ ก็เข้ามาจูบกะทันหันแบบนี้!