อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 482 เธอไม่อยากเจอฉัน แค่อยากเจอนาย
ตอนที่ 482 เธอไม่อยากเจอฉัน แค่อยากเจอนาย
ช่วยพวกเขาปิดบังก็ไม่ได้ ไม่ปิดบังก็ไม่ได้ ไม่ว่าทางไหนก็ไม่ได้ทั้งนั้น!
ด้านนอกห้องผู้ป่วย vip ทันใดนั้นอันโหรวก็หยุดเดินและหันไปมองผู้ชายข้าง ๆ “นายเข้าไปก่อนดีกว่า ไม่แน่ว่าเธออาจจะไม่ได้อยากเจอฉัน แต่อยากเจอนาย”
“โหรวโหรว พวกเราเป็นสามีภรรยากันก็เข้าไปด้วยกัน” เขาโอบไปที่เอวของเธอและเปิดประตูห้อง
เย่มู่เหยียนนอนอยู่บนเตียงกำลังดูข่าวที่เกี่ยวกับตัวเองในทีวี เธอไม่มีโอกาสได้ดูมัน
ด้านข้างเธอมีผู้หญิงอายุราวสามสิบนั่งอยู่ข้างเตียง เมื่อมองมาที่พวกเขาก็รีบลุกขึ้นทันที
“ประธานจิ่ง คุณนายจิ่ง”
เมื่อได้ยินเสียงก็น่าจะเป็นเสียงของผู้หญิงคนเมื่อวานที่โทรศัพท์ไปหาเธอ ผู้ช่วยของเย่มู่เหยียน
“งั้นฉันขอตัวก่อน พวกคุณคุยกันตามสบาย” เธอเตรียมที่จะเดินออกไป
“ไม่ต้อง อยู่ที่นี่แหละ!” อันโหรวพูดขึ้น ในเมื่อเย่มู่เหยียนก็รู้เรื่องดีและผู้จัดการอีก พวกเขาจะพูดอะไรเธอนั้นย่อมรู้ดี
เมื่อจางเมิ่งได้ยินอันโหรวพูดขึ้นก็ก้าวเท้าด้วยความลังเล แต่ก็ยังคงอยู่ภายในห้องผู้ป่วย
“ร่างกายเป็นยังไงบ้าง?” อันโหรวยิ้มพลางเอ่ยถาม เพราะว่าเธอตั้งครรภ์ถึงได้เกรงใจ
“สบายดีค่ะ ขอบคุณความห่วงใยของคุณนายจิ่ง หลังจากนี้ไม่ต้องการเกี่ยวข้องกับคุณนายจิ่งและประธานจิ่ง ลูกของฉันก็คือลูกของฉัน ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับครอบครัวจิ่ง ทั้งคู่ไม ม่ต้องกังวลไปนะคะ ฉันจะไม่ไปรบกวนพวกคุณ และแสดงความยินดีกับงานแต่งงานของพวกคุณด้วย”
งานแต่งงานของพวกเขาเมื่อวาน และลูกของเธอที่เกือบจะหายไปจากเธอเมื่อวาน
ถ้าหากว่าหายไปจากเธอ แผนการทั้งหมดคงจะไม่สูญเปล่า
สิ่งสำคัญคือผู้หญิงนั้นมีประโยชน์ เธอใจอ่อนและเป็นแม่คนด้วย เธอจะต้องเข้าใจหัวอกของเธอแน่
ไม่สามารถทำแท้งลูกได้ ลูกต้องมีชีวิต
แบบนี้ไม่เหมือนกับที่อันโหรวจินตนาการเอาไว้ เธอมองไปที่จิ่งเป่ยเฉิน ใบหน้าของเขาที่ดูไม่ดี ตอนนี้ยิ่งหนักกว่าเดิม เขายืนเย็นชาราวกับเป็นรูปปั้น
“เป็นลูกของเขาจริง ๆ” ถ้าหากไม่ใช่ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องพูดแบบนั้น ขีดเส้นอย่างชัดเจน
“คุณนายจิ่ง ฉันไม่ได้เจตนาจะมาวุ่นวายในชีวิตพวกคุณ ยิ่งไปกว่านั้นชื่อเสียงของฉันก็อ่อนไหวง่ายมาก ฉันเก็บเขาเอาไว้เพียงเพราะว่าเขาคือลูกของฉัน ถ้าหากว่าไปสร้างปัญหาให้คุณท ทั้งคู่ ฉันก็ต้องขอโทษด้วย ถึงยังไงฉันกับประธานจิ่งก็ไม่ได้มีความรู้สึกต่อกัน เป็นเพียงแค่อุบัติเหตุ” เพราะอุบัติเหตุไม่คาดฝันถึงได้อยู่ด้วยกัน
คำพูดพวกนี้มันดูชอบธรรมมากเกินไปจริง ๆ ถ้าเธอคิดเล็กคิดน้อย ต้องให้เธอนั้นเอาเด็กออกแน่ ดูเหมือนเธอจะใจแคบและไร้ปรานีเกินไป!
แต่ผู้หญิงคนนั้นสามารถยอมรับว่าสามีตัวเองนอกใจและยังมีลูกอีก!
“เธออยากจะให้เด็กเกิดมาก็แล้วแต่เธอ” จิ่งเป่ยเฉินจูงมืออันโหรวออกมาด้านนอก
อันโหรวไม่ได้ปฏิเสธและปล่อยให้เขาลากเธอออกมา ประตูห้องปิดลง จางเมิ่งมองเธออย่างเป็นกังวล “ไม่เป็นไรใช่ไหม?”
“แค่ลูกไม่เป็นอันตราย ฉันก็ไม่เป็นอะไร” เย่มู่เหยียนลูบไปที่ท้องน้อย ใบหน้าที่สวยงามนั้นเผยรอยยิ้มขึ้น
ทั้งคู่เดินออกไปที่ระเบียงทางเดิน อันโหรวมองไปที่แผ่นหลังของเขา หัวใจของเธอค่อย ๆ ตกลงสู่ก้นบึ้ง
ทันใดนั้นเธอก็รู้สึก….เด็กคนนั้นอาจจะเป็นลูกของเขา
เจ็บปวด เจ็บจนหายใจไม่ออก
“นายปล่อยฉันก่อนเถอะ! ข้อมือนั้นรัดแน่นเกินไป” เธอพูดเบา ๆ
ข้อมือของเธอถูกคลายออกเล็กน้อย เธอสะบัดมือของเขาออกทันทีและหยุดอยู่กับที่
“ฉันต้องการอยู่เงียบ ๆ” ตอนนี้เธอยังไม่คิดอยากจะเผชิญหน้ากับเขา
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นว่า “เธอจะไปอยู่เงียบ ๆ ที่ไหน?”
“ส่งฉันไปบ้านหลินจือเซี๋ยว!” เธอเสียใจ อึดอัด ไม่รู้ว่าจะทำยังไง!
ต้องเชื่อเขาเหรอ?
แต่ว่าลูกน้อยนั่นก็ยังต้องรออีกนานกว่าจะคลอดออกมา ต้องต่อสู้กับเขาอีกนานแค่ไหน?
เธอไม่อยากจะทำแบบนั้น!
เมื่อถึงหน้าบ้านหลินจือเซี๋ยว เธอทำท่าจะเปิดประตู แต่กลับพบว่าเปิดไม่ออก เธอหันไปมองใบหน้าของจิ่งเป่ยเฉิน
บรรยากาศภายในรถนั้นทั้งเย็นและอึดอัด
“เปิดประตู” เธอพูด
“ไม่ไปได้ไหม? เธอไม่อยากเจอฉัน ฉันออกไปก็ได้ ในบ้านยังมีหยางหยางกับหน่วนหน่วน เธอไม่คิดถึงลูก ๆ เหรอ?” เขารู้ว่าก่อนที่เด็กจะเกิดมา ไม่มีการพิสูจน์ความเป็นพ่อลูกให้เชื่อใ ใจได้
เธอเศร้าเสียใจและอึดอัดแค่ไหน เขาเข้าใจดี
“ตอนเย็นฉันจะกลับไปเอง” ความรู้สึกที่เสียใจขนาดนั้นไม่สามารถแสดงให้หน่วนหน่วนและหยางหยางเห็นได้ เธอจำเป็นต้องหาคนมารับฟัง
“กี่โมง ฉันจะมารับเธอ”
“สองทุ่มแล้วกัน!”
“ได้”
จิ่งเป่ยเฉินกดเปิดประตู อันโหรวจึงลงไปจากรถและเดินไปด้วยความเสียใจ ราวกับเหยียบมีดที่อยู่บนพื้น
ทั้ง ๆ ที่ผู้หญิงคนนั้นบอกเองว่าไม่ต้องการให้เขารับผิดชอบและไม่ต้องการยุ่งกับพวกเขา แต่ยิ่งเป็นแบบนี้หัวใจของเธอก็ยิ่งเจ็บปวด
จิ่งเป่ยเฉินนั่งอยู่ในรถมองดูเธอเดินเข้าไปด้านใน และรถยังคงจอดนิ่ง
ทันทีที่อันโหรวเดินเข้าไปก็เข้าไปกอดหลินจือเซี๋ยว “จือเซี๋ยว…..”
“โหรวโหรวเป็นอะไร?” หลินจือเซี๋ยวกอดเธอไว้อย่างรวดเร็ว เธอดูไม่มีความสุขเลย
“จือเซี๋ยว ฉัน…..” เรื่องแบบนั้นจะบอกยังไง ไม่ง่ายเลยที่พวกเขาจะได้อยู่ด้วยกัน เมื่อวานเพิ่งจะแต่งงานกันไป วันนี้กลายเป็นแบบนี้เสียแล้ว
เมื่อวานน่าจะเปลี่ยนไปเป็นแบบนี้แล้ว
“โหรวโหรว อย่าร้องไห้สิ! มีเรื่องอะไรบอกฉันมา ไม่อย่างนั้นไปบอกบิ๊กบอสก็ได้! พวกเราจะออกหน้าช่วยเธอเอง!” หลินจือเซี๋ยวพูดอย่างรีบร้อน โหรวโหรวของเธอนั้นแข็งแกร่งเกินไป ไม่เคยเห็นเธอเสียใจหนักขนาดนี้มาก่อน
“อย่าพูดถึงเขาเลย เพราะว่าเขาทำให้ฉันโกรธ ครั้งนี้มันจบแล้ว เขาไปมีลูกนอกสมรส!” อันโหรวปล่อยเธอออก ใบหน้าของเธอเศร้าและเสียใจอย่างมาก
หลินจือเซี๋ยวเกือบจะช็อกไปแล้ว “โหรวโหรว เธอพูดว่าไงนะ? บิ๊กบอสมีลูกนอกสมรส? WTF!เป็นไปได้ยังไง!”
เธอไม่เชื่อ ไม่เชื่อเด็ดขาด!
“โหรวโหรว เธอฟังผิดหรือเปล่า? จะเป็นไปได้ยังไง คงไม่ได้เป็นเหมือนครั้งก่อนใช่ไหม?”
“ยังไม่มีโอกาสได้ตรวจสอบ เด็กยังไม่คลอดออกมา เพิ่งจะเดือนเดียวเอง” ถ้าลูกของเธอยังอยู่ก็คงจะดี
“โหรวโหรว!” หลินจือเซี๋ยวจูงมือเธอมานั่งลงและมองเธออย่างเป็นห่วง “โอเค ๆ จะต้องเข้าใจผิดแน่! บิ๊กบอสจะนอกใจไปได้ยังไง ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ต้องเป็นอุบัติเหตุแน่!”
“เป็นอุบัติเหตุแล้วมันให้อภัยกันได้ไหม? นอกใจก็คือนอกใจ!”
“บิ๊กบอสเองก็ไม่ได้สมัครใจนะ แต่การกระทำของเขาก็ไม่ได้ถูก! พวกเราควรจะเปิดสงครามเล็ก ๆ ก็พอหรือว่าควรจะรักกันต่อไปดีไหม?” หลินจือเซี๋ยวไม่รู้ว่าจะปลอบใจเธอยังไง
ถึงยังไงเธอเองก็ไม่รู้สถานการณ์ที่แน่ชัด
หลินจือเซี๋ยวรินน้ำใส่แก้วให้เธอ อันโหรวเหลือบมอง “อยากกินไอศกรีม”
“ได้เลย จัดให้เดี๋ยวนี้”
ไอศกรีมขนาดใหญ่ถูกวางลงตรงหน้าของเธอ เธอหยิบช้อนขึ้นมาตักกิน “น่าโมโหชะมัด!”
หลินจือเซี๋ยวมองเธอและพูดเตือนเธอเบา ๆ “โหรวโหรวค่อย ๆ กินก็ได้!”
“อ้ากอ้ากอ้าก! จะบ้าตายอยู่แล้ว!” น่าหดหู่ใจมากกว่าครั้งก่อนหลายเท่า
หรือว่าที่ฉีหย่วนหยางจะบอกคือเรื่องนี้กัน?
เธอควรจะฟังเขาแต่แรกหรือเปล่า หรือคิดว่าหลังจากที่พูดจบจะได้พาเธอหนีออกไปจากงานแต่งงานอีกครั้ง?