อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 484 เขายังจำคำพูดที่เธอโกรธก่อนหน้านั้นได้!
ตอนที่ 484 เขายังจำคำพูดที่เธอโกรธก่อนหน้านั้นได้!
สิ่งของของตัวเองถูกคนอื่นฉกเอาไปแบบนี้ ทุกอย่างล้วนเป็นของเธอ!
จิ่งเป่ยเฉินมองดูท่าทางของเธอ ก่อนจะเข้าไปกอดเธอแน่นขึ้น “ถ้าอย่างนั้นตอนนี้อยากจะกลับไปไหม? ดูหลาย ๆ รอบเลย จะได้ไม่ต้องคิดมากอีก!”
เขายังจำคำพูดที่เธอโกรธก่อนหน้านั้นได้!
“นายเป็นของฉัน! ไม่อนุญาตให้คนอื่นดู ถึงแม้ว่าจะถูกคนอื่นเห็นไปแล้วก็ตาม แต่นายห้ามพลาดกลายเป็นเนื้อให้คนอื่นกิน ถ้าหากเป็นแบบนั้นนายก็เหมือนผู้คนในท้องตลาดที่ใคร ๆ ต่างก็หาซื้อได้” เธอยิ้มและเอ่ยคำพูดติดตลก
“โหรวโหรว ไม่ตลกเลยนะ” ลมหายใจอุ่น ๆ ผ่านเข้ามาที่หูของเธอ “โหรวโหรว ฉันรักเธอนะ”
หากเทียบกับอุณหภูมิที่อยู่ในห้องชั้นบนที่อบอุ่นแล้ว ที่ชั้นล่างเองก็อบอุ่นร้อนแรงไม่แพ้กัน
หลินจือเซี๋ยวถือหมอนไว้ในมือพลางกระแทกเข้าไปที่ตัวของฉีเซิ่งเทียน “ออกไปเลย ออกจากบ้านฉันไปเลย! ส่งกุญแจคืนฉันมาด้วย!”
ฉีเซิ่งเทียนเองก็เพิ่งรับหมอนที่เธอโยนมาตรงหน้า “มาเลย เอาอีก ทุบต่อสิ อยากจะให้เธอรู้ไว้เลย ทุบกี่ครั้งก็ไม่โกรธหรอกนะ”
ต่อให้เธอโกรธกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ทุบตีเท่าไรก็ได้ทั้งนั้น!
“ฉีเซิ่งเทียน นายทำแบบนั้นไปได้ยังไง ถ้าหากเปลี่ยนเป็นนาย นายหวังอยากให้เป็นแบบนั้นเหรอ คิดจะให้ฉันจมทุกข์อย่างนั้นเหรอ ทำไมไม่รู้อะไรเลย นายคิดเหรอว่าทำแบบนั้นแล้วฉันจะดีใจ?” เธอคิดว่าแบบนี้ไม่ดีเลยสักนิด
“เซี๋ยวเซี๋ยว ถ้าหากเปลี่ยนเป็นฉัน ฉันเองก็จะทำแบบนั้นนั่นแหละ เธอคิดว่าพี่สะใภ้รู้แล้วจะดีใจเหรอ ไม่รู้จะมีความสุขกว่าหรือเปล่า? เห็นได้ชัดว่าไม่รู้น่าจะมีความสุขกว่า ตอนนี้พวกเราจะทำอะไรได้อีก? ได้แต่ภาวนาว่าเด็กในท้องนั้นจะไม่ใช่ลูกของพี่เฉินก็พอ”
เมื่อเขาพูดจบ หมอนก็กระแทกเข้าใส่ตัวเขาอีกครั้งหนึ่ง และเขาก็จับมันไว้อีกครั้ง
“เซี๋ยวเซี๋ยว เธอโกรธฉันเข้าใจดีนะ จะโกรธก็โกรธได้ แต่โกรธนานไม่ได้นะ” ตอนที่เขารับสายโทรศัพท์ของหลินจือเซี๋ยว ในหัวของเขาก็รู้สึกมึนมาก
ไม่รู้ทำไมจู่ ๆ เธอถึงได้โกรธเขาแบบนั้น แต่หลังจากที่ได้มาเห็นจิ่งเป่ยเฉินก็พอจะเข้าใจเหตุผลแล้วว่าทำไมเธอถึงโกรธ
“ทำไม? ฉันจะโกรธอยู่แบบนี้แหละ ฉันไม่ชอบที่นายทำแบบนั้น มันขัดกับความคิดของฉัน เข้าใจไหม! โหรวโหรวไม่รู้อะไรเลย ตอนนี้เลยกลายเป็นแบบที่เห็น นายมีความสุขแล้วเหรอ? ถ้าหากเด็กคนนั้นเป็นลูกของบิ๊กบอสจริง โหรวโหรวจะทำยังไง? ครอบครัวพวกเขาจะทำยังไง?” หลินจือเซี๋ยวตอนนี้ยิ่งพูดก็ยิ่งโกรธ จริงอยู่เรื่องราวคงจบลงถ้าหากฆ่าตายตั้งแต่ยังไม่เกิด แต่ทำแบบนั้นคงไม่ดี แล้วทำไมผู้หญิงคนนั้นต้องมาตั้งท้องด้วยนะ!
ฉีเซิ่งเทียนกำลังจะเอ่ยคำพูด แต่เสียงของเธอก็ดังขึ้นอีกครั้ง “ทำไมนายถึงได้ทำเรื่องแบบนั้นกัน? ทำไมไม่ให้ผู้หญิงคนนั้นกินยาไป!”
“ก็ผู้หญิงคนนั้นไปต่างประเทศ”
“ไปต่างประเทศแล้วนายไม่รู้วิธีตามไปที่ต่างประเทศหรือยังไง? นายออกจะพิเศษเฉพาะเรื่องพวกนี้ ถ้าหากไม่รู้อีกละก็ ฉันจะบอกให้ แค่นายไปต่างประเทศ ให้เธอกินยา ลูกอะไรนั่นเธอก็มีไม่ได้แล้ว” การมีลูกถือเป็นเรื่องยาก และคนที่ตั้งท้องส่วนใหญ่ไม่ใช่คนที่จะตัดใจง่าย ๆ ด้วย
ถึงแม้ว่าบิ๊กบอสไม่ได้สนใจเย่มู่เหยียน ไม่ได้ชอบเย่มู่เหยียน แต่มีลูกแล้วแบบนี้ เขาคงไม่ได้เยี่ยมแค่ครั้งเดียวแน่ ๆ
พอคิดถึงเวลานั้น หัวใจของโหรวโหรวคงเจ็บปวดมากแน่ ๆ แค่นี้หัวใจของเธอก็เจ็บปวดจะแย่อยู่แล้ว
“ใครจะรู้ว่าของพี่เฉินจะรุนแรงขนาดนั้น แค่ครั้งเดียวตีเข้าเป้า พอ ๆ กับหกปีก่อนเลย!” ฉีเซิ่งเทียนเหลือบมองไปที่ท้องน้อยของหลินจือเซี๋ยว “หลินจือเซี๋ยว เธอคงไม่ใช่ว่าคุมกำเนิดหรอกนะ?”
“ความสนใจของนายนี่มันจริง ๆ เลย! พวกเรากำลังพูดถึงเรื่องของบิ๊กบอสกับโหรวโหรวอยู่นะ เรื่องของพวกเราไม่เกี่ยวเสียหน่อย ส่วนเรื่องของฉัน นายไม่ต้องมายุ่ง” ตอนนี้เธอไม่ได้อยากจะพูดถึงปัญหาเรื่องนี้เลยสักนิด
“เซี๋ยวเซี๋ยว ก่อนหน้านั้นฉันเคยสวมถุงยางตอนอยู่กับคนอื่น แต่ตอนอยู่กับเธอมานานแล้วแบบนี้ เธอไม่มีสัญญาณอะไรสักนิดเลยเหรอ!” สิ่งนี้ค่อนข้างทำลายศักดิ์ศรีของเขามาก!
“แล้วพวกเราจะไม่ใส่ถุงยางกันหรือไง? ก็ต้องใส่อยู่แล้ว!” เธอไม่คิดจะกินยา ไม่คิดอยากจะท้องด้วยซ้ำ หลายครั้งที่พวกเขาทำก็เลยต้องใส่ถุงยางอยู่บ่อย ๆ
“อือ ๆ ใส่อยู่แล้ว แต่ฉันได้ยินมาว่าของพวกนั้นบางครั้งก็ใช่ว่าคุณภาพจะดีเต็มร้อย มีบางครั้งก็รั่วไหลออกมาอยู่ แต่นี่น่าแปลกทำไมไม่รั่วไหลออกมาบ้างเลยสักครั้งนะ! เซี๋ยวเซี๋ยว ตอนนี้พวกพี่เฉินมีลูกน้อยสองคนแล้ว ฉันตามหลังเขาอยู่ พวกเรามารีบสร้างเด็กน้อยกันเถอะ พยายามแซงหน้าพวกเขากัน!” ฉีเซิ่งเทียนเอ่ยคำพูดและขึ้นไปที่เตียง
หลินจือเซี๋ยวมองดูท่าทางของเขาก็คิดว่าจะตีเขาด้วยอะไรดี! แต่ตีเท่าไรเขาก็คงไม่รู้สึกเจ็บแน่ ๆ
เธอวิ่งไปรอบ ๆ เตียง แต่ก็ถูกเขาจับกอดไว้แน่น
ตอนนี้เธอยืนอยู่บนพื้น ส่วนฉีเซิ่งเทียนกำลังยืนอยู่บนเตียง ส่วนสูงที่ต่างกันแต่ความแข็งแกร่งทางร่างกายฉีเซิ่งเทียนเป็นฝ่ายที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด
“นายปล่อยฉันนะ ผู้ชายที่นอกใจก่อนวันแต่งงานแบบนั้น ฉันไม่ต้องการหรอก!” หลินจือเซี๋ยวรู้ดีว่าหลังของตัวเองเริ่มที่จะเอนลง ไม่ช้าก็เห็นใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาใกล้ ท่าทางแบบนี้น่าจะรั้งจากการดึงของเขาไปได้ไม่นานแน่ ๆ
แต่เอวของเธอก็แข็งแรงพอใช้ ได้รับการสั่งสอนจากเขามาพอสมควร แต่เมื่อคืนนี้เธอเหนื่อยมากจริง ๆ
“หลังแต่งงานถ้านอกใจละก็ คนที่ฉันแต่งงานด้วยคงไม่ใช่นายแน่ ๆ ฉันเองก็จะนอกใจเหมือนกับนายบ้าง” ฉีเซิ่งเทียนได้ยินก็รีบดึงเธอเข้ามาใกล้ ๆ ก่อนจะผลักเธอให้ล้มลงบนเตียง
หลินจือเซี๋ยวไม่ได้ขัดขืนอะไรอีก ก่อนจะล้มลงไปสู่เตียงตามแรงของเขา
“นายนี่มัน!” เธอเอามือมาปิดที่หน้าอกของตัวเอง มองดูใบหน้าที่หื่นกระหายของเขา
ฉีเซิ่งเทียนตอนนี้กำลังกดตัวเธอเอาไว้ ก่อนจะค่อย ๆ เอามือของเขาดึงมือเธอออก “เซี๋ยวเซี๋ยว เธอไม่โกรธแล้วใช่ไหม?”
“นายไม่เห็นฉันร้องไห้หรือไง? ถ้าบอกว่าโกรธก็กลายเป็นไม่โกรธอย่างนั้นเหรอ นายคิดว่าตัวเองจะดีใจมากขนาดนั้นเลยหรือไง!”
เมื่อมองดูเส้นแดง ๆ ในดวงตาของเธอ หัวใจของเขาก็เต็มไปด้วยความทุกข์ใจ “เซี๋ยวเซี๋ยว ถ้าเป็นแบบนั้นฉันจะทำให้เธอมีความสุขในแบบของฉันเองดีไหม? เพราะงั้นเธออยากเริ่มจากตรงไหนดี?”
หลินจือเซี๋ยวเบิกตากว้าง ตรรกะแบบไหนกันแน่?
“ฉีเซิ่งเทียน ฉันไม่เอา นายเป็นแบบนี้ฉันยิ่งโกรธนะ อย่าแตะต้องฉัน!” น่าสงสารที่มือของเธอนั้นถูกเขาจับไว้ เธอทำได้แค่ส่ายหน้าไปมาเท่านั้น