อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 488 ครองรักนิรันดร์ มีลูกกันเร็ว ๆ นะ
ตอนที่ 488 ครองรักนิรันดร์ มีลูกกันเร็ว ๆ นะ
บุคลิกของตัวละครนั้นค่อนข้างดี ยอดเยี่ยม และท้าทายทักษะการแสดงเป็นอย่างดี ซึ่งมันเข้ากับจุดแข็งของเธอได้ดีจริง ๆ บทรองนี้ค่อนข้างเหมาะกับเธอมาก
ในขณะเดียวกันนั้น พวกเขาก็ได้ขึ้นไปบนเวที ไม่มีใครอยู่ในห้องพักผ่อนสักคน พวกเขาออกไปก็บังเอิญเห็นอันโหรวและจิ่งเป่ยเฉินอยู่ด้วยกัน
อิ้งเจ๋ว์เยว่ยิ้มและเอ่ยคำทักทายพวกเขา ก่อนจะก้าวเดินไปหาพวกเขาอย่างช้า ๆ และเดินเข้าไปใกล้ ๆ ตัวอันโหรว ก่อนจะกระซิบเสียงเบา ๆ ว่า “คุณนายจิ่ง ยินดีกับงานแต่งด้วยนะคะ ขอให้ครองรักนิรันดร์ มีลูกกันเร็ว ๆ”
“ขอบคุณค่ะ”
“ไม่ต้องสุภาพหรอกค่ะ ฉันเองก็ไม่ได้ไปงาน วันนี้มาที่นี่ก็ค่อนข้างยุ่งมากเลยไม่ได้เตรียมของขวัญอะไรไว้ให้เลย ครั้งหน้าจะต้องให้คุณแน่!” อิ้งเจ๋ว์เยว่ยิ้มและเดินตามถังซั่วไปที่ด้านหน้า
อันโหรวเองก็รู้ว่าอิ้งเจ๋ว์เยว่มารับบทในเรื่องนี้ด้วย ดาราภาพยนตร์ที่มักจะปรากฏในหนังตอนนี้มาปรากฏในละครจอแก้ว หนำซ้ำยังเป็นตัวประกอบอีก
อันโหรวเหลือบสายตามองไปที่จิ่งเป่ยเฉินที่อยู่ด้านข้าง ก่อนจะเอ่ยถามไปว่า “นายรู้จักอิ้งเจ๋ว์เยว่หรือเปล่า?”
บิ๊กบอสเอ่ยถามกลับอย่างเย็นชาว่า “เธอเป็นใคร?”
“เมื่อครู่ฉันไม่ได้ถามอะไรทั้งนั้นแหละ!” เธอนี่โง่จริง ๆ ก็รู้อยู่ว่าบิ๊กบอสจำผู้หญิงคนอื่นแทบไม่ได้เลยสักคน ทำไมถึงได้ตั้งคำถามโง่ ๆ แบบนี้กันนะ
“นายรู้หรือเปล่าว่าชื่อของละครเรื่องนี้มีที่มามาจากไหน?” จู่ ๆ เธอก็ถามด้วยรอยยิ้ม
“ไม่รู้สิ”
“มีกินมีใช้ตลอดปี คิดถึงเพียงแต่เธอ[1] แบบนี้ใช่หรือเปล่า?” เธออยากลองเปลี่ยนบรรยากาศภายในงานดู ไม่อย่างนั้นละก็ คนอื่น ๆ มองขึ้นมาที่เวทีก็จะเห็นแต่สีหน้าที่เย็นชาอย่างเดียว
บิ๊กบอสก้มหน้าลงมองที่ตัวเธอ “ถ้าเธอบอกว่าใช่ก็ใช่”
ตอนนี้ภายในห้องโถงเต็มไปด้วยผู้คน ปกติแล้วสถานการณ์แบบนี้มักจะมีคนเป็นตัวเอกของงานหลัก แต่ในเวลานี้จิ่งเป่ยเฉินกำลังนั่งอยู่ตรงกลาง ส่วนข้าง ๆ เขามีถังซั่วนั่งอยู่
ถัดจากพวกเขาสองคนก็มีนักแสดงชายและนักแสดงหญิง รวมถึงผู้กำกับ พระรอง และนางรองด้วย
อันโหรวยืนอยู่ใต้เวทีพลางมองดูพวกเขาอย่างประหม่าเล็กน้อย กลัวว่าจิ่งเป่ยเฉินกับถังซั่วจะไม่พูดคุยกันเลยสักนิดเดียว ถ้าหากนักข่าวที่อยู่ด้านล่างเห็นพฤติกรรมพวกเขาเป็นแบบนั้น เรื่องราวมันจะเป็นยังไงต่อไป ควรจะทำยังไงกับสถานการณ์พวกนี้ดี?
ละครเรื่องนี้ดัดแปลงมาจากนิยาย ตัวละครที่น่าสงสารที่สุดก็คงจะเป็นพระรองที่เขาไม่อาจไล่ตามนางเอกได้ นางรองก็ไปคู่กับผู้ชายคนที่สาม เหลือเอาไว้ก็แค่พระรองให้อยู่ตามลำพัง
อันโหรวมองดูนักแสดงที่เล่นบทพระรอง ดูเขายังเด็กไม่ใช่น้อย ผิวพรรณและริมฝีปากเองก็ดูดีใช้ได้!
บริษัทถังตอนนี้สามารถเซ็นสัญญากับนักแสดงหน้าใหม่แบบนี้ได้ด้วยเหรอ?
แล้วเขามีทักษะการแสดงที่ดีหรือเปล่า?
ช่างเถอะ เธอไม่ใช่นักแสดง ไม่ใช่ทั้งผู้กำกับ การที่พวกเขาเลือกบทบาทตามความเหมาะสม คนนอกอย่างเรา ๆ คงไม่สามารถเข้าใจได้
แต่พระเอกก็ดูไม่เลว บรรยากาศตอนนี้ผ่านไปไม่นานก็เริ่มคึกคักมากขึ้น นักข่าวต่างก็ทำงานกันอย่างเต็มที่ มองขึ้นไปบนเวทีที่จิ่งเป่ยเฉินยืนอยู่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีร้อนใจใด ๆ ทั้งสิ้น
ด้วยความร่วมมือ หลังจากนี้ก็ถือว่ามีโอกาสได้พบหน้ากัน ไม่ช้าก็เร็วก็คงได้คืนดีแน่ ๆ
เพียงแต่ว่าด้วยนิสัยของจิ่งเป่ยเฉิน ถ้าหากไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาจะคืนดีได้จริง ๆ อย่างนั้นเหรอ?
เรื่องนี้เธอเองก็สงสัยมากจริง ๆ
เธอเป็นผู้หญิงที่ทำให้พวกผู้ชายสองคนต้องเจ็บปวดเรื่องหัวใจ
หลังจากคบหากันมานาน เห็นทีคงได้เวลาตั้งคำถามบ้างเสียแล้ว
นักข่าวคนหนึ่งถูกเรียกขึ้นมา เธอเอ่ยคำถามตรง ๆ ไปว่า “ประธานจิ่ง ยินดีด้วยนะคะเรื่องงานแต่ง ขออนุญาตถามประธานจิ่ง คุณให้ของขวัญแต่งงานอะไรกับภรรยาของคุณเหรอคะ?”
อันโหรวยืนอยู่ใต้เวทีอย่างไร้ซึ่งคำพูด
ของขวัญที่จิ่งเป่ยเฉินมอบให้เธอในวันแต่งงานนับว่ายอดเยี่ยมมากจริง ๆ เป็นการนอกใจ ทั้งยังมีลูกอีก แค่นี้ก็ทำให้เธอรู้สึกหดหู่หัวใจมากอยู่แล้ว
จิ่งเป่ยเฉินหยิบไมโครโฟนมาจ่อที่ปากและพูดอย่างเรียบเฉยไปว่า “ตัวผมเอง”
ตอนนี้เพียงเพราะว่าคำพูดของเขาก็ทำให้นักข่าวถึงกับยิ้มอย่างคลุมเครือ
“แล้วคุณนายจิ่ง?” นักข่าวเอ่ยถาม
“เธอ”
เขายังคงหัวเราะอย่างคลุมเครือ ในสิ่งที่เกิดขึ้นมันคิดได้แค่อย่างเดียวจริง ๆ
พวกเขาไม่ได้มีของขวัญวันแต่งงานอะไรให้กันเลย และในค่ำคืนวันแต่งงานนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
น่าจะเป็นคืนแต่งงานที่น่าเศร้าที่สุดแล้ว
“คุณอิ้ง ขออนุญาตถาม คุณที่อยู่เบื้องหลังวงการภาพยนตร์มาโดยตลอด จู่ ๆ ทำไมถึงได้สนใจบทละครแถมยังเป็นบทนางรองด้วย? มันท้าทายหรือเปล่าคะ?” นักข่าวบางคนเริ่มตั้งคำถามกล้ามากขึ้น โดยเฉพาะกับคู่แข่งคนอื่น ๆ แล้วพวกเขาต้องตั้งคำถามดี ๆ เพื่อให้น่าดึงดูด
ในสถานการณ์แบบนี้อิ้งเจ๋ว์เยว่รับมือได้อยู่แล้ว ด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าที่งดงามเมื่อยิ้มออกมาก็ชวนมองไม่น้อย “ฉันแค่ทำอะไรที่ไม่ยุ่งยากเท่านั้นเองค่ะ”
ความหมายที่เธอจะสื่อก็คือจะท้าทายหรือไม่ท้าทายก็เป็นสิ่งที่เธอเลือกเองทั้งนั้น
ต่อให้เป็นบทนางรองหรือไม่ เธอก็จะเลือกแสดงอยู่ดี
สมกับเป็นนักแสดงมืออาชีพสุด ๆ การตอบคำถามก็ล้วนบ่งบอกถึงความฉลาดในด้านอาชีพ
แต่ในงานไม่มีคนไหนที่อันโหรวคิดอยากจะให้ร่วมมือด้วยเลยสักคน พวกเขาสองคนต่างก็เป็นผู้ชายจริง ๆ แล้วก็ช่าง……..พอเถอะ!
หลังจากงานแถลงข่าวสิ้นสุดลง จิ่งเป่ยเฉินก็ได้เดินลงมาเป็นคนแรก ก่อนจะเดินตรงไปหาอันโหรวและโอบไปที่เอวของเธอ
“ยังมีงานเลี้ยงอาหารค่ำอยู่ จะไปไหม?” อันโหรวมองดูใบหน้าที่เย็นชาของเขา ก่อนจะพูดขึ้น
ที่ด้านหลังยังมีคนอื่น ๆ เดินลงมา พวกเขาเพิ่งเดินมาถึงก็จะไปแล้ว แบบนี้จะดีจริง ๆ เหรอ?
“เธออยากไปเหรอ?”
มันไม่ใช่คำถามว่าเธออยากไปหรือไม่ไป แต่เป็นคำถามที่ควรถามเขาเสียมากกว่าว่าเขานั้นอยากไปหรือไม่อยากไป
“ถ้าหากนายไม่อยากไปก็ช่างเถอะ พวกเรากลับกันก่อนก็ได้!” เธอยิ้มและตอบกลับ
ทันใดนั้นจู่ ๆ ลมหายใจอุ่น ๆ ก็เข้ามาที่หูของเธอ น้ำเสียงที่ฟังดูคลุมเครือถูกเอ่ยออกมา “ถ้าเธอคิดละก็ แน่นอนว่าต้องอยู่กับเธอแน่”
“งั้นก็ไปกันเถอะ!” บางทีถ้าหากพี่น้องสองคนได้ดื่มและพูดคุยกัน ก็อาจจะกลับมาคืนดีก็ได้
บิ๊กบอสครั้งนี้เหมือนถูกภรรยาร่ายมนตร์สะกด อยากให้ไปทางไหนก็ต้องไป
แค่งานเลี้ยงมื้ออาหารค่ำเล็ก ๆ ที่แห่งนี้ไม่ค่อยมีคนเยอะเท่าไร ส่วนใหญ่ก็มีคนจากกองละคร [คิดถึงเพียงแต่เธอ] เท่านั้นที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
อันโหรวเดินเข้าไปข้างในและทิ้งเขาไว้ นั่นก็เป็นเพราะว่าตัวเธอเองรู้สึกว่าถ้าหากเธออยู่ที่นั่น เขากับถังซั่วคงไม่อาจคืนดีกันได้แน่ ๆ และคงไม่มีทางพูดคุยปรับความเข้าใจกัน
“พี่อัน ประธานจิ่งทำไมดูไม่มีความสุขเลยคะ?” เหอเฉ่ามายืนอยู่ข้างหน้าเธอ วันนี้เธอค่อนข้างยุ่ง ทั้งสองคนเลยไม่ได้มีเวลาพูดคุยกันเท่าไรนัก
“เขามักจะทำหน้าเย็นชาแบบนี้เป็นประจำนั่นแหละ ไม่ต้องสนใจเขาหรอก” ตอนนี้เธอจงใจจะไม่มองไปทางพวกเขา ไม่รู้เลยว่าตอนนี้พวกเขาเริ่มปรับความเข้าใจกันแล้วหรือยัง
“แต่ว่า…..” เหอเฉ่าเหลือบสายตามองไปทางจิ่งเป่ยเฉินกับถังซั่ว ก่อนจะหันมาพูดต่อ “พี่อัน ปล่อยให้พวกเขาดื่มกันแบบนั้นจะดีเหรอคะ?”
อันโหรวหันกลับไปมองดู ก็เห็นพวกเขาสองคนกำลังดื่มไวน์กันยกใหญ่ หนำซ้ำยังนั่งด้วยกันอีก
“ไม่เป็นไรหรอก ดื่มจนเมาสิดี” เรื่องแค่นี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ไว้เรียกเสี่ยวหยางให้มารับจิ่งเป่ยเฉินกลับไปก็ได้
เมื่อเห็นเธอพูดแบบนั้น เหอเฉ่าก็รู้สึกว่าเธอไม่จำเป็นต้องกังวลมากจนเกินไป
อันโหรวแสร้งทำเป็นไม่สนใจ แต่สายตาของเธอก็เหลือบมองไปที่พวกเขาบ้างเป็นบางครั้ง “ละครเรื่องใหม่ต้องสู้เขานะ ถ้าหากแสดงดี บทดี หลังจากนี้เธอได้ดังเป็นพลุแตกแน่”
“ฉันจะพยายามนะคะ” เหอเฉ่าตอบกลับด้วยรอยยิ้ม ในขณะเดียวกันเธอก็ดึงแขนเสื้อของอันโหรว “พี่อัน!”
อันโหรวหันหน้าไปมองทางจิ่งเป่ยเฉิน ก็เห็นอิ้งเจ๋ว์เยว่กำลังเอาแก้วไวน์ที่ตั้งอยู่ทางเขาขึ้นไปเทไว้ในแก้ว แต่ทิศทางที่เธอเทกลับเป็นทางถังซั่วแทน
รู้สึกว่าอิ้งเจ๋ว์เยว่น่าจะสนใจถังซั่วไม่ใช่น้อยเลย!
หรือว่าชอบเขาอย่างนั้นเหรอ?
ตามสถานะของเธอแล้ว ในบทละครเธอเป็นนางรองที่ดูไม่เข้ากับตัวตนของเธอเท่าไร แต่อาจจะเป็นเพราะไว้หน้าใครบางคนไว้ก็ได้
บางทีคนคนนั้นอาจจะเป็นถังซั่ว!
“สองคนดื่ม หนึ่งคนเติม พี่อัน” ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป มีหวังประธานจิ่งได้เมาพอดี!
“ฉันจะไปดูหน่อย” อันที่จริงเธอเองก็เป็นกังวลอยู่หน่อย ๆ
ทันทีที่เธอเดินไปก็ถูกจิ่งเป่ยเฉินดึงแขนเอาไว้ เขาไม่คิดอยากจะให้เธอเดินเข้าไปตรงนั้น แต่กลับให้เธอเข้ามาที่ตักของเขาแทน
ไม่ช้าเขาก็เอาหัวของเขามาซุกไว้ที่ไหล่ใกล้ ๆ ซอกคอของเธอ ลมหายใจเต็มไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ ว่าแล้วถ้าหากปล่อยเขาดื่มไปแบบนี้ มีหวังเขาได้ดื่มเยอะจนเมา แล้วสติยังจะมีเหลืออยู่หรือเปล่า
ในคืนนั้นเขาเองก็น่าจะดื่มเยอะไม่ใช่น้อย เพราะงั้นเลยเกิดเรื่องแบบนั้นกับผู้หญิงคนอื่นจนมีลูกด้วยกัน แบบนั้นใช่หรือเปล่านะ?
[1] อันโหรวกำลังเล่นคำพ้องเสียง เหนียนเหนียนโยวอวี๋ มีกินมีใช้ตลอดปี กับ เหนี่ยนเหนี่ยนโยวหนี่ คิดถึงเพียงแต่เธอ