อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 487 มองตากันและกัน
ตอนที่ 487 มองตากันและกัน
อันโหรวได้แต่ถอนหายใจไม่หยุด ตอนที่จากไปจิ่งเป่ยเฉินกับถังซั่วแทบไม่ได้คุยกัน ไม่ได้สื่อสารแล้วจะดีกันได้ยังไง?
เธอถูกลากพาไปขึ้นรถ เมื่อรถขับออกไปก็มองเห็นผ่านกระจกรถซึ่งตัวเขานั้นกำลังยืนอยู่หน้าประตู สายตาต่างมองกันและกัน ก่อนที่เธอจะค่อย ๆ ละสายตากลับมา
ได้แต่หวังว่าถังซั่วจะเข้าใจว่าทำไมเธอถึงได้ชวนเขามากินข้าวด้วยกัน
“ดูทางนี้สิ สามีของเธออยู่ที่นี่”
เมื่อได้ยินเสียงที่อยู่ด้านข้าง อันโหรวก็หันหน้าไปมองที่เขา “ฉันทำอะไรผิดหรือไง?”
ดูเหมือนถังซั่วเองก็ไม่คิดอยากจะคืนดีกับจิ่งเป่ยเฉินเช่นกัน!
หรือว่าบางทีเธอควรที่จะถามถังซั่วก่อน
บิ๊กบอสหันหน้าไปมองที่ใบหน้าของเธอ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสงบ “ตอนนี้มันสายไปแล้วที่จะมาคิดเสียใจ”
“สายไปแล้ว แต่ก็เพิ่งตกลงไปเอง” อย่างน้อยเธอก็ควรถาม!
หลังจากที่กลับมาบริษัทได้สักพักเธอก็ส่งข้อความไปถามทันที
“ตราบใดที่คิด ชั่วชีวิตนี้ก็ไม่มีอะไรสายไปหรอกนะ”
อันโหรวเองก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่บางเรื่องก็ใช่ว่าจะสามารถแก้ไขได้ ยกตัวอย่างเช่นเรื่องเย่มู่เหยียนที่ตอนนี้เธอตั้งท้องอยู่
อันโหรวไม่รู้เลยว่าหลังจากนี้ถ้าหากคลอดออกมาแล้วเป็นลูกของจิ่งเป่ยเฉิน เธอควรจะรู้สึกยังไงดี
หรือตอนนี้ในที่สุดเธอก็เข้าใจความรู้สึกที่หลอกเขาว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของเขา หัวใจของเขานั้นคงรู้สึกเจ็บปวดและสิ้นหวังน่าดู
ไม่คิดอยากจะให้เด็กคนนั้นเกิดมา แต่สุดท้ายถ้าเด็กคนนั้นเป็นลูกและเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของคนที่เธอรักที่สุด เธอควรจะทำยังไง?
เธอทำไม่ได้แน่ถ้าจะไม่ให้เด็กเกิดมา เพราะถึงอย่างไรเด็กคนนั้นก็ไร้เดียงสาและเป็นผู้บริสุทธิ์
จิ่งเป่ยเฉินยังอดทนกับเธอได้ แค่ ‘มี’ ลูกกับคนอื่น แค่นี้ทำไมเธอจะทนไม่ได้กัน?
แต่ความโศกเศร้าในใจก็ใช่ว่าจะขจัดออกไปได้
เธอเศร้ามาก เศร้ามากจริง ๆ ความรู้สึกที่หดหู่แบบนี้บางครั้งมันก็ทำให้เธอรู้สึกหายใจลำบาก
ผู้ชายที่อยู่ด้านข้างสบตามองหน้าเธอ ก็พลันเห็นเธอกำลังหลับตาและพิงไหล่ของเขาเพื่อแสร้งนอนหลับ เธอจะได้ไม่เห็นหน้าเขา
แต่ก็คิดไม่ถึงเลยว่าแค่การแสร้งหลับจะกลายเป็นหลับจริง ๆ เข้า สุดท้ายก็ถูกอุ้มพาไปยังห้องพักผ่อนของเขา
เธอหลับลึกมาก เมื่อเธอตื่นขึ้นก็รู้สึกเวียนหัวเล็กน้อยและไม่ค่อยสบายตัวเท่าไร
เธอพักผ่อนอยู่ในห้อง ผ้าม่านที่ทึบแสงปิดอยู่แบบนี้ทำให้ภายในห้องนั้นมืดสนิท ราวกับเป็นตอนกลางไม่มีผิด
เธอเปิดไฟขึ้นก็ควานหาโทรศัพท์ ก่อนจะนอนลงและส่งข้อความไปหาถังซั่ว
[เรื่องพวกนั้นฉันไม่ว่าคุณหรอกนะ พวกคุณต่างก็เป็นพี่น้องที่ดีต่อกัน การที่เขาโกรธ คุณก็ช่วยอดทนกับเขาหน่อย หวังว่าพวกคุณจะกลับมาดีกันได้ ถ้าหากไม่ต้องการละก็ ไม่ต้องให้ความร่วมมือก็ได้]
เธอส่งข้อความไป ยังไม่ทันได้วางโทรศัพท์ลงก็ได้รับข้อความตอบกลับจากเขา
[จะพยายามร่วมมือนะ]
ความหมายนั้นคือต้องการคืนดีด้วยหรือเปล่านะ?
เธอวางโทรศัพท์มือถือลง ก่อนจะสวมเสื้อผ้าและออกไป เมื่อเห็นเขากำลังทำงานด้วยสีหน้าที่จริงจัง เธอก็ค่อย ๆ ย่องเท้าเตรียมที่จะเดินออกไปข้างนอก
“เข้ามาสิ”
“นายมีตาอยู่ที่ด้านหลังหรือไง?” เธอค่อย ๆ เดินเข้ามาหา “เรียกฉันทำไมเหรอ?”
“ขอกอดหน่อย” บิ๊กบอสวางมือไว้ตรงตักเขา “อยากกอดเธอ”
“อันที่จริงฉันไม่อยากให้ตัวเองเป็นเหมือนก้อนเนื้อที่มานั่งอย่างเดียวหรอกนะ” ที่เธอมากับเขาก็เพื่อมาทำงาน
เพียงแต่ว่าฤดูร้อนช่วงนี้มันทำให้เกิดอาการง่วงซึมตลอดเลย พอเผลอหลับตาก็เล่นเอาซะหลับไปจนถึงตอนนี้เสียได้
“แต่เนื้อเยอะ ๆ แบบนี้ฉันชอบนะ” เขาบีบเข้าไปที่เอวของเธอ
อันโหรวแทบจะหมดคำพูด เธอจ้องไปที่มือของเขา นี่เธออ้วนขึ้นหรือยังไงกันถึงได้ถูกจับแบบนั้น?
แถมตอนนี้ก็เริ่มที่จะกลับมาเป็นปกติดีแล้วด้วย แทบจะไม่มีไขมันเพิ่มอะไรเลยด้วยซ้ำ
“ถ้านายชอบเนื้อขนาดนั้นละก็ ฉันไปซื้อเนื้อหมูให้เอาไหม นายจับมันได้เลยตามใจ โอเคหรือเปล่า?” เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อให้เขาทำแบบนี้เลยสักนิด
“โหรวโหรว เธอเป็นภรรยาของฉันนะ” เขามีภรรยาแต่แตะต้องแบบนี้ไม่ได้ แถมยังคิดจะไปซื้อเนื้อหมูให้อีก
ใบหน้าที่เย็นชาของเธอปรากฏขึ้น พร้อมกับเอ่ยคำพูดที่เย็นชาออกไป “หลังจากนี้ช่วยแยกแยะให้ชัดเจนด้วย อยู่ที่บริษัทฉันเป็นเลขาของนาย”
“เลขาลับ ๆ ที่เอ่ยกฎไม่ได้”
“……”
อีกอย่างนอกจากนี้ยังมีทักษะการพูดที่ค่อนข้างเย่อหยิ่ง นี่ก็นับว่าเป็นความสามารถของเขาที่ชอบดูถูกคนจริง ๆ
หลังจากนี้เห็นทีเธอคงต้องมาที่บริษัทให้น้อยที่สุดแล้ว
……
ไม่นานบริษัทถังก็ได้ส่งสัญญามาให้ อันโหรวอ่านดูแล้วก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร ก่อนที่จะนำไปให้จิ่งเป่ยเฉินเซ็น เขาเซ็นสัญญาด้วยความรวดเร็ว
เหตุผลที่เขาเซ็นได้รวดเร็วก็เพราะว่าเร็ว ๆ นี้ทุก ๆ วันตกกลางคืนเธอจะคอยป้อนอาหารให้หมาป่าที่หิวโหยอย่างเขาได้กินอยู่เป็นประจำ
หลังจากที่เซ็นเสร็จแล้ว เธอก็ได้หยิบเอกสารและหนีออกจากห้องทำงานเขาทันที
ที่งานแถลงข่าวดูมีชีวิตชีวามาก ทั้งยังดูครึกครื้นเป็นพิเศษ สื่อต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่ถูกรับเชิญ โดยเฉพาะเมื่อพวกเขารู้ว่าจิ่งเป่ยเฉินและถังซั่วจะปรากฏตัวที่งานนี้ด้วย
นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่จิ่งเป่ยเฉินแต่งงานไปจะออกสื่อสาธารณะ อีกทั้งเวลานี้ก็ไม่ได้เห็นถังซั่วอยู่กับเขาเลยด้วย ละครเรื่องนี้เป็นละครที่โฆษกโฆษณาตัวใหม่ของบริษัทจิ่งอย่างเหอเฉ่าเป็นนางเอกด้วย
แม้แต่อิ้งเจ๋ว์เยว่ที่เป็นนักแสดงดังระดับหนึ่งก็ได้รับบทรอง
ที่หลังเวทีงานแถลงข่าว อิ้งเจ๋ว์เยว่กำลังยืนอยู่ด้านหน้าของถังซั่ว ใบหน้าเล็ก ๆ ที่งดงามของเธอเผยรอยยิ้มออกมา ไฝสีแดงบนสันจมูกนั้นดูมีเสน่ห์ไม่เบา สมกับเป็นคนที่อยู่ด้านวงการนี้ ความงดงามของเธอเป็นของจริง มันดูมีออร่าที่เปล่งประกายมาก ๆ
“ประธานถัง ฉันเป็นนางรองให้คุณแบบนี้ คุณไม่พอใจอะไรหรือเปล่าคะ หรือจะให้แสดงบทสีหน้าเย็นชาให้ใครกัน!” อิ้งเจ๋ว์เยว่ยกแก้วไวน์ไปให้ถังซั่วตรงหน้า “ไม่มีความสุขจริง ๆ เหรอคะ? ดื่มนิดหน่อยก็ได้นะ!”
“อิ้งเจ๋ว์เยว่ คุณถูกวางตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังมาหลายเรื่องแล้ว ครั้งนี้จะแสดงอะไรสนุก ๆ ให้เราได้เห็นกันดี?” วันนี้เขาเพิ่งรู้ว่าเดิมทีผู้หญิงที่เล่นบทรองจู่ ๆ ก็ไม่สบาย จึงต้องออกไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ ไม่สามารถเข้าร่วมการถ่ายทำได้
วันนี้เป็นวันเปิดตัวงาน เมื่อข่าวเรื่องบริษัทถังถูกแพร่กระจายออกไป แน่นอนว่าต้องมีนักแสดงหลากหลายคนที่คิดอยากจะแย่งชิงบทนี้ เนื่องจากอิ้งเจ๋ว์เยว่มีชื่อเสียงและทักษะการแสดงจึงทำให้เธอได้มีส่วนร่วมในเรื่องนี้ ไม่ช้าเธอก็ตกลงรับบทรองนี้ เพราะมันไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอต้องปฏิเสธการเล่นบทนี้
ด้วยเหตุนี้เช่นกัน บทรองจึงได้ตกไปอยู่ที่อิ้งเจ๋ว์เยว่ ละครเรื่องนี้จึงเต็มไปด้วยความคาดหวังมากขึ้นกว่าเดิม
“ฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะเล่นสนุก ๆ อะไรดี แต่ฉันชอบชื่อละครเรื่องนี้นะ ‘คิดถึงเพียงแต่เธอ’ คุณคิดว่าชื่อนี้เพราะไหม?” ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ใช่นางเอก แต่เป็นบทสาวตัวร้ายอย่างบทรอง ด้วยชื่อที่ไพเราะก็ทำให้เธอรู้สึกชอบละครเรื่องนี้ค่อนข้างมาก
เหตุผลที่เธอมาเล่นก็เพราะแค่ชื่นชอบในชื่อเรื่องเท่านั้นเอง
“เพราะมากนะ แต่มันเกี่ยวอะไรกับคุณด้วย บริษัทไม่ใช่ว่าจัดแจงงานให้คุณไปเล่นภาพยนตร์แล้วเหรอ? การที่คุณมาที่นี่เพื่อเล่นละครหลังข่าว หนำซ้ำยังเป็นบทรอง คุณโอเคแล้วจริง ๆ เหรอ?” หรือภาพลักษณ์บริษัทของเขามันตกต่ำขนาดนั้นเชียว?
“การได้ทำงานภายในประเทศดีจะตาย! ยิ่งไปกว่านั้นคุณเองก็อยู่ที่นี่ มีอะไรที่ฉันต้องกังวลอีก? การถ่ายทำเรื่องนี้จะช่วยให้ฉันมีชื่อเสียงขยายไปอีกจากบทของละคร อีกอย่างปีนี้รู้สึกหมอดูจะบอกกับฉันว่า ทำงานต่างประเทศไม่ค่อยราบรื่นเท่าไร ไว้ปีหน้าค่อยไปก็ไม่สาย!”
อิ้งเจ๋ว์เยว่มองไปที่ใบหน้าของเขาที่ดูเย็นชา แก้วไวน์ในมือที่ส่งไปข้างหน้าเขา แต่เขากลับไม่ดื่มเลยสักนิดเดียว เธอเลยดึงแก้วกลับมาดื่มด้วยตัวเอง
ปากน้อย ๆ ค่อย ๆ สัมผัสที่แก้วไวน์ ก่อนจะถูกเขาแย่งออกไป
แก้วไวน์ถูกวางไว้ที่โต๊ะซึ่งอยู่ด้านหลังเขา “อีกเดี๋ยวจะจัดงานแถลงแล้ว มาดื่มอะไรตอนนี้!”
“พูดแบบนี้ถือว่าตกลงแล้วใช่ไหม?” เธอคิดว่าเขาไม่เห็นด้วย เห็นแต่ใบหน้าเย็นชาของเขาเท่านั้น
“ถ้าฉันไม่เห็นด้วย คุณจะไม่ไปงั้นเหรอ?” ตอนนี้ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว นอกจากเขาต้องยอมตกลงไป
หลังจากอิ้งเจ๋ว์เยว่ได้รับการอนุมัติจากคนอื่น ๆ ในบริษัท เธอก็ได้โพสต์ลงในเว่ยป๋อส่วนตัวของเธอ ทำให้ทุกคนต่างก็รับรู้ว่าเธอจะเข้าร่วมการแสดงเรื่องนี้ด้วย พอถึงเวลาหากไม่ปรากฏตัว เธออาจจะถูกคนอื่นสงสัยและขึ้นหัวข้อข่าวต่าง ๆ ได้
ถ้าหากเธอคิดอยากจะเล่นสนุกก็ปล่อยให้เธอเล่นไป
แม้ว่าบทรองจะเป็นบทของตัวร้าย แต่ด้วยเนื้อเรื่องที่ชื่นชอบพระเอกเสมอมา ด้วยคำว่ารักเลยทำทุกอย่างเพื่อความรัก อีกทั้งยังอยากให้น้องชายของตัวเองมีชีวิตที่ดีขึ้น เธอจึงพยายามจะแต่งงานกับคนที่ร่ำรวยที่สุด สุดท้ายด้วยความปรารถนาและอะไรต่าง ๆ เลยทำให้คู่กับพระเอกคนที่สาม และสุดท้ายก็อยู่ด้วยกัน นั่นถือเป็นการจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งที่ดีพอสมควร