อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 502 เขาบอกว่าหลังจากนี้จะไม่ให้กำเนิดอีก
ตอนที่ 502 เขาบอกว่าหลังจากนี้จะไม่ให้กำเนิดอีก
แต่ถึงอย่างไรก็ควรบอกเขาว่าหลังจากนี้จะไม่ให้กำเนิดอีกแล้ว
เพราะที่บ้านตอนนี้มีหยางหยางและหน่วนหน่วนแล้ว แค่นี้ก็ถือว่าเพียงพอแล้วสำหรับเธอ
“ได้ คุมกำเนิด” ถ้าหากเขายับยั้งได้ โหรวโหรวเองก็จะได้ไม่ลำบาก
แค่เห็นเธอแพ้ท้องก็รู้สึกปวดใจแทนแล้ว
“ถ้างั้นนายก็ปล่อยฉันไปทำงานได้แล้ว ฉันจะกลับไปทำงาน!” นี่เขาไม่คิดอยากทำงานต่อแล้วหรือไง?
บิ๊กบอสประคองใบหน้าเธอขึ้นมา ก่อนจะจูบเข้าไปลึก ๆ ปล่อยให้อารมณ์พัดผ่านเข้าไปในตัวเธอ ก่อนจะปล่อยเธอออกอย่างไม่เต็มใจ
อันโหรวก้มหน้าไปมองเอกสารที่เขาต้องเซ็น “อันจวินเซวี่ยนกำลังแข่งชิงดีกับบริษัทจิ่งใช่ไหม?”
เรื่องของเหอเหมียวทำให้เธอคิดไม่ถึงเลยว่าฉีหย่วนหยางจะเข้าซื้อกิจการโอวหยางกรุ๊ป แต่ผลกระทบที่ตามมามันมากกว่านั้น ซึ่งทางกลุ่มโอวหยางอาจจะกล่าวได้ว่าตอนนี้มีความสัมพันธ์เล็กน้อยกับพวกเขาเท่านั้น
แต่รายการใหญ่ที่เพิ่งเสียไปนั้นเกี่ยวข้องกับบริษัทจิ่งเต็ม ๆ
“อืม” จิ่งเป่ยเฉินตอบกลับอย่างแผ่วเบา
เธอจำได้ว่าในวันเกิดปีที่แล้วของเธอยังนั่งพูดคุยธุรกิจกันอยู่เลย!
อีกฝ่ายหนึ่งเป็นธุรกิจส่งออกไวน์ไปต่างประเทศ ส่วนทางด้านบริษัทจิ่งเป็นการพัฒนาจากต่างประเทศและนำส่งภายในประเทศ ซึ่งทางด้านอันจวินเซวี่ยนเริ่มต้นธุรกิจด้วยตัวเอง ปัจจุบันที่บริษัทอันพัฒนามาได้ไกลแบบนี้ก็นับว่าเป็นความสามารถของเขาโดยเฉพาะ
คงกล่าวได้ว่าผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดาเลยสักนิด
เขากับอันหยาพั่นทำไมถึงได้มาอยู่ด้วยกันแบบนี้?
อันหยาพั่นเพิ่งมาอยู่เมือง A ได้ไม่นานเอง พวกเขา….
ช่างเถอะ เรื่องระหว่างพวกเขาไม่ได้เกี่ยวของอะไรกับเธอเลยสักนิด ตัวเองคิดเท่าไรก็คิดไม่ออก และก็ไม่เข้าใจอยู่ดี
“โหรวโหรว แค่รายการเดียวเอง ไม่เป็นไรหรอก”
“นายไม่ได้เก็บมาใส่ใจก็ไม่เป็นไร แต่พนักงานคนอื่น ๆ ในบริษัทเป็นกังวล ซึ่งกว่าครึ่งก็ล้วนเป็นเพราะฉันทั้งนั้น มันทำให้ฉันรู้สึกไม่ดี” เธอคิดอยากจะทำอะไรบางอย่าง แต่ดูเหมือนตัวเองจะไม่มีความสามารถมากพอที่จะทำได้
“ไม่ใช่เพราะเธอหรอก” จิ่งเป่ยเฉินเงยหน้าขึ้นมองเธอ “ไม่อนุญาตให้คิดแบบนั้นนะ เป็นเพราะพวกเขาทำได้ไม่ดีเลยไปโทษเธอต่างหาก”
“อืม ๆ ไม่ใช่เพราะฉัน ไม่ใช่ว่านายเอาแต่เข้าข้างฉันหรอกใช่ไหมเนี่ย!” เห็นแบบนี้แต่จิตใจเธอก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาเบา ๆ
ไม่ช้าเธอก็รับเอกสารที่เขาเซ็นและเดินออกจากห้องทำงานไปพร้อมกับรอยยิ้ม
บิ๊กบอสมองดูแผ่นหลังของเธอที่เดินจากไป ใบหน้าที่เย็นชาก็ค่อย ๆ ปรากฏรอยยิ้มขึ้นมา ดูเหมือนโหรวโหรวของเขาจะดูดีใจมาก
……
ที่บ้านหลินจือเซี๋ยว
หลินจือเซี๋ยวกำลังนั่งอยู่ตรงกลางโซฟาอย่างจนปัญญา ทางด้านซ้ายเธอคือฉีเซิ่งเทียน ส่วนด้านขวาคือเซว์มู่
ส่วนพ่อกับแม่เธอกำลังทำอาหารอยู่ในห้องครัว เห็นได้ชัดว่าเธอต้องการความช่วยเหลือ แต่แล้วต้องทำยังไง!
ในเมื่อพ่อแม่เธอสั่งให้เธออยู่เป็นเพื่อนแขก แต่ผู้ชายสองคนตรงหน้ากลับบอกเธอว่าไม่ใช่แขก แล้วเอาเธอมานั่งตรงกลางแบบนี้เพื่ออะไร?
อีกอย่างมือของผู้ชายคนหนึ่งก็กำลังอยู่บนเอวของเธอและพยายามจะเอนศีรษะของเธอไปทางเขาซะด้วย
วันนี้เธอไม่ควรจะกลับมาที่บ้านเลย เซว์มู่มาอยู่ที่บ้านเธอแบบนี้อีก ไม่แปลกใจเลยที่พอเธอบอกฉีเซิ่งเทียนว่าจะกลับบ้านสุดสัปดาห์นี้ เขาก็รีบตามมาด้วยทันที
ปฏิกิริยาตอบสนองของเขาค่อนข้างไวกว่าตัวเธอ เพราะเธอไม่รู้เลยว่าจะมาบังเอิญเจอกับเซว์มู่ที่นี่
“เซี๋ยวเซี๋ยว ฉันอยากกินแอปเปิล เธอช่วยปอกเปลือกให้ฉันทีสิ!” ฉีเซิ่งเทียนเอนหัวมากระซิบที่ข้างหูของเธอด้วยท่าทางสนิทสนม
“นายควรปอกให้ฉันกินหรือเปล่า?” มีเหตุผลอะไรที่ต้องให้เธอปอก ไม่เข้าใจสักนิด
“ผมทำเอง!”
เซว์มู่ถือมีดปอกผลไม้ ก่อนจะหยิบแอปเปิลที่อยู่บนโต๊ะขึ้นมาปอก สองคนที่อยู่ข้าง ๆ ต่างก็มองดูท่าทางของเขา
คนอะไรช่างเป็นสุภาพบุรุษเสียจริง ๆ หล่อก็หล่อมาก ทำอะไรก็ดูเท่ไปหมด
หลินจือเซี๋ยวค่อย ๆ หันไปมองผู้ชายที่อยู่ข้าง ๆ “ฉีเซิ่งเทียน ทำไมนายไม่ปอกแอปเปิลให้ฉัน? หรือว่านายคิดอยากให้ฉันกินแอปเปิลของคนอื่นอย่างนั้นเหรอ?”
เขาไม่ถือตัวเองเป็นแขกเลยสักนิด แต่ถือตัวเองเป็นสมาชิกในครอบครัวแทน
“เซี๋ยวเซี๋ยว เธอไม่ต้องกินของผู้ชายคนอื่นหรอก ฉันกินเอง! ส่วนเธอ….ต้องกินของฉันเท่านั้น” ฉีเซิ่งเทียนจับแขนของเธอเอาไว้ไม่ยอมปล่อยมือ ช่วงเวลาแบบนี้เขาไม่อาจผ่อนคลายลงได้ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ศัตรูหัวใจอาจจะยกหมัดชกหน้าเขาได้ เขาจึงต้องปกป้องตัวเองเอาไว้
หลินจือเซี๋ยวรู้ดีว่าไอคิวของฉีเซิ่งเทียนนั้นติดลบ ก่อนหน้านั้นมีหรือที่เขาจะทำแบบนี้ให้?
หรือเป็นเพราะหน้าตาของเขา? หรือเป็นเพราะเงินของเขากัน?
“นายนี่มันน่าเบื่อจริง ๆ ไร้เดียงสาชะมัด” เธอทำอะไรไม่ถูกเลยสักนิด ไม่อยากมาอยู่ตรงกลางระหว่างการเผชิญหน้าของพวกเขาด้วย
เธอไม่มีทางเลือกอื่นเลยสักนิด นอกจากจะลุกขึ้น แต่กลับมีคนคนหนึ่งกอดเธอเอาไว้แน่นราวกับอยากจะกลืนกินเธอให้ตายไปเลย
“เซี๋ยวเซี๋ยว ต่อหน้าคนนอกแบบนี้ช่วยไว้หน้าฉันหน่อยเถอะ กลับบ้านแล้วเธอจะพูดอะไรฉันก็โอเคหมด” เขาขยับปากมุบมิบพลางมองไปที่หน้าของเธอ
หลินจือเซี๋ยวรู้ดีว่าคำพูดของเขานั้นก็เหมือนกับยั่วยุเบา ๆ คิดจะเอาตัวเองเป็นเหมือนคนในครอบครัวของเธอ และเอาคนนอกอย่างเซว์มู่ไปไว้ไกล ๆ
แต่สำหรับตัวเธอแล้ว เซว์มู่ไม่ใช่เป็นคนของเธอเลยสักนิดตั้งแต่แรก ถึงแม้จะคิดว่าตัวเขานั้นหล่อมาก แต่หลังจากที่อยู่กับฉีเซิ่งเทียนมาแล้ว เธอก็ไม่คิดอยากจะอยู่กับคนอื่นอีก
เขาคงกำลังตัวเองคนของตัวเองอยู่แน่ๆ
เซว์มู่ยื่นแอปเปิลที่ปอกแล้วมาให้พวกเขาตรงหน้า หลินจือเซี๋ยวยังไม่ได้เอื้อมมือออกไปก็ถูกชายที่อยู่ข้าง ๆ คว้าไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกัดเข้าไปหนึ่งคำ
“เดี๋ยวผมปอกให้คุณใหม่” เซว์มู่หยิบแอปเปิลอีกลูกมาไว้ในมือ
“ไม่ต้องหรอก ฉันไม่กิน คุณกินไปเถอะ!” เธอหันศีรษะเอียงไปที่ผู้ชายที่อยู่ข้าง ๆ เธอแทน “ฉันไปห้องน้ำนะ”
“ต้องการให้…..” เขามองไปที่แม่ของหลินจือเซี๋ยวที่กำลังยกอาหารมาให้ ก่อนจะกลืนสองคำหลังว่า ‘ไปกับเธอไหม?’ ลงคอตัวเองไป
หลินจือเซี๋ยวรอคำพูดของเขาอยู่ แต่เขากลับไม่ยอมพูดต่อหลังจากนั้น
โชคดีที่อย่างน้อยเขาก็ปล่อยมือออกจากเอวของเธอ ทำให้เธอลุกขึ้นมาได้
ช่วงมื้อเที่ยง ทุกอย่างล้วนแล้วดูน่าสนุกไปหมด อย่างน้อยก็เหมือนจะเป็นแค่ผิวเผิน พ่อแม่ต่างก็ปฏิบัติกับพวกเขาอย่างเต็มที่ เซว์มู่และฉีเซิ่งเทียนก็ล้วนเป็นมิตรกับพวกเขา แต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรที่เธอไปเกี่ยวข้องเลยสักนิด
เหมือนว่าตัวเธอนั้นไม่มีบทสนทนากับพวกเขาเลยสักนิด เกรงว่าแม้แต่ตัวเธอก็คงจะไม่มีตัวตนในที่นี่เลยด้วยซ้ำ
เธอลุกขึ้นออกจากโต๊ะเร็วหน่อย ก่อนจะกลับไปยังห้องของตัวเอง ไม่กี่นาทีต่อมาประตูห้องก็ถูกเปิดและปิดลง เธอรู้ดีว่าเป็นฉีเซิ่งเทียนที่เข้ามา
เธอนอนลงบนเตียงและมองไปที่ฉีเซิ่งเทียนที่ทำท่าทางลึกลับ “ทำไมนายไม่ทำเหมือนว่านายเป็นคนในบ้านนี้ไปเลย เข้าออกที่ไหนก็ได้ตามใจว่างั้น?”
“เซี๋ยวเซี๋ยว ฉันคิดว่าสุดสัปดาห์นี้เธอไม่ต้องไปอยู่กับพ่อแม่แล้ว พวกเขาไม่ต้องการให้พวกเราอยู่ ฉันว่าพวกเราทิ้งเซว์มู่ไว้ที่นี่ดีกว่า ฉันจะพาเธอออกไปเที่ยวดีไหม!” ฉีเซิ่งเทียนลงไปนอนข้าง ๆ เธอและกอดเธอไว้ “เซี๋ยวเซี๋ยว พวกเราไปกันเถอะ ไปกันเถอะ ไปเลยตอนนี้ก็ยังได้!”
“จะไปไหน?” เธอไม่ได้เห็นฉีเซิ่งเทียนตื่นเต้นแบบนี้มานานมากแล้ว
“ที่ดี ๆ สักที่!”
ก่อนที่เธอจะพยักหน้าก็ได้ยินเสียงฉีเซิ่งเทียนตะโกนเสียงดังขึ้นว่า “คุณลุงคุณป้า พวกเรามีธุระ ขอตัวก่อนนะครับ! สุดสัปดาห์หน้าเดี๋ยวจะมาหาพวกคุณใหม่!”
“ได้! เดินทางปลอดภัยนะ” เสียงตอบรับของพ่อหลินดังขึ้นมาจากด้านนอกอย่างรวดเร็ว
ดวงตาของฉีเซิ่งเทียนเป็นประกายทันที ก่อนจะดึงเธอให้ลุกขึ้น “เซี๋ยวเซี๋ยว พวกเราไปเร็วเข้า!”
ทำไมเขาถึงได้ดูตื่นเต้นขนาดนี้กันนะ?
หลินจือเซี๋ยวเริ่มรู้สึกเอะใจราวกับว่าจะเกิดเรื่องที่ไม่ดี นี่พวกเขาจะไปที่ไหนกัน?
นั่งรถมาสักพัก หลังจากนั้นก็ตรงไปที่สนามบิน เพียงพริบตาก็ขึ้นไปบนเครื่องบิน เล่นเอาซะหัวของเธอยังมึน ๆ อยู่เลยว่าเกิดอะไรขึ้น
“ฉีเซิ่งเทียน ฉันอารมณ์ดีอยู่ นี่พวกเราจะไปกาสิโนเพื่ออะไรกันแน่?” เธอดูไม่ผิดแน่ ดูเหมือนว่าตัวเขานั้นจะจองตั๋วเครื่องบินเอาไว้แล้วด้วย
จุดหมายปลายทางคือลอสแองเจลิส จากนั้นก็ต่อเครื่องไปที่แมคคาร์แรน ส่วนเป้าหมายคือลาสเวกัส นี่เขาจะพาเธอไปกาสิโนอย่างนั้นเหรอ?