อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 501 ได้แต่มองดูพี่แต่งงานกับเขาแทน
ตอนที่ 501 ได้แต่มองดูพี่แต่งงานกับเขาแทน
“พี่สาว ฉันรู้ว่าพูดไปแบบนี้พี่ก็คงไม่เชื่อฉันแน่ แต่ตอนนี้เรื่องที่เกิดขึ้นพี่น่าจะเข้าใจมากกว่าฉัน อีกอย่างช่วงนี้ในโลกออนไลน์ต่างก็วุ่นวาย เพราะงั้นฉันเลยเสี่ยงที่จะโดนพี่เขยไล่ตะเพิดออกไปอีก คุณป้าเองก็ไม่ยอมให้พี่แต่งงานกับเขา แต่พี่ก็ยังยืนกรานที่จะแต่ง ครั้งสุดท้ายที่พวกพี่แต่งงานกันบนเกาะ แม้แต่ฉันเองก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่มองดูพี่แต่งงานกับเขาแทน!”
“แล้วสิ่งที่เขาทำ? เย่มู่เหยียนมันคืออะไร? พี่สาว พี่ไม่โกรธไม่เกลียดสักนิดหนึ่งเลยเหรอ? พี่ยังเชื่อใจเขา หรือพี่ชอบให้ตัวเองถูกสวมใส่หมวกสีเขียว ปล่อยให้เขาทำตามใจแบบนี้? ผู้ชายแบบนั้นยังนับว่าเป็นคนดีอยู่อีกเหรอ?” อันหยาพั่นเอ่ยคำพูดด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย
เธอรู้ดีว่านิสัยของลูกพี่ลูกน้องตัวเองเป็นแบบไหน บางครั้งบางเวลาเธอก็มีเหตุผลมากเกินไป ตอนนี้แม้ว่าเธอจะมีหยางหยางและหน่วนหน่วน แต่เธอก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องคิดอยู่ดี
“เขาจะมีอะไรดี เรื่องนั้นฉันรู้ดีอยู่แก่ใจ แต่เรื่องเย่มู่เหยียน เธอรู้มาได้ยังไง?” อันโหรวเฝ้ามองการกระทำของเธอทุกท่วงท่า
แม้ว่าในโลกอินเทอร์เน็ตจะมีข่าวเรื่องเย่มู่เหยียนที่กำลังตั้งท้อง และยังมีเรื่องของเหอเหมียว แต่ก็ไม่มีใครสักคนที่เชื่อมโยงว่าลูกในท้องของเย่มู่เหยียนจะมาเกี่ยวข้องกับจิ่งเป่ยเฉินเลยสักนิด เพราะข่าวนี้น่าจะถูกปิดผนึกเอาไว้
ส่วนเรื่องของฉีหย่วนหยาง เจ้าโรคจิตคนนั้น เขาน่าจะรู้ตัวเองดี ซึ่งก็ไม่น่าแปลกอะไร แต่อันหยาพั่นที่รู้เรื่องนี้ได้นี่สิถึงน่าแปลก
“แฟนฉันพูดมา” อันหยาพั่นตอนนี้ไม่กล้าทำอะไรเกินความจำเป็นแล้ว สองมือวางไว้บนต้นขา นั่งมองดูเธออย่างเงียบ ๆ “พี่สาว ความหมายของป้าใหญ่คือเรื่องก่อนหน้านี้ตระกูลจิ่งนั้นมีส่วนเกี่ยวข้อง และพี่เขยเองก็มีส่วนเกี่ยวข้อง เขาไม่อยากเห็นพี่แต่งงานกับศัตรูหรอกนะ”
“แต่ไม่มีทางเลือกแล้วสิ ฉันแต่งงานไปแล้ว ถ้าหากว่าเธอสามารถติดต่อกับแม่ได้ก็รบกวนช่วยฝากไปบอกเธอหน่อย ถ้าหากคิดจะมาสั่งสอนฉันละก็ ปรากฏตัวมาต่อหน้าฉันเลย ไม่ต้องฝากคนอื่นมาบอก ฉันไม่ชอบเท่าไร” เธอวางแก้วในมือลง ก่อนจะลุกขึ้นและมองไปที่เธอ “และก็แฟนเธอนั้นเรื่องอื่นมีให้สนใจเยอะ แต่เรื่องบางเรื่องไม่รู้ไว้จะดีกว่า”
“นี่พี่สาว พี่ตัดสินใจที่จะอยู่กับเขาจริง ๆ เหรอ? แม้ว่าเขาจะนอกใจไปแล้ว อีกเก้าเดือนให้หลังเขาก็จะเป็นพ่อของลูกผู้หญิงคนอื่นแล้วนะ พี่ยังคิดจะอยู่กับเขาอีกเหรอ?” อันหยาพั่นลุกขึ้นมามองเธอเช่นเดียวกัน ถ้าหากเป็นแบบนั้นจริง ๆ แสดงว่าตัวเธอคงรักจิ่งเป่ยเฉินมากแน่ ๆ
ความรู้สึกแบบนั้นแม้แต่ตัวเองก็ไม่กล้าที่จะคิดถึงเลยสักนิด
“ฉันตัดสินใจอะไรไม่จำเป็นต้องบอกเธอหรอก” เธอถือกระเป๋าและเดินหันหลังออกจากร้านไปทันที
หัวใจของเธอไม่ได้กว้างอะไรขนาดนั้น ไม่เลยสักนิดเดียว
เวลาเก้าเดือน ไม่แน่ว่าอาจจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีกก็ได้ เพราะงั้นเธอเลยตัดสินใจและคิดไม่ได้ว่าพอถึงตอนนั้นแล้วจะเป็นยังไง
ถ้าเกิดว่าตัวเขานั้นถูกปรักปรำขึ้นมาจะทำยังไง?
แต่ก่อนหน้านั้นไม่ใช่ว่าเขาเคยถูกปรักปรำมาก่อนอย่างนั้นเหรอ?
เธอเองก็ไม่คิดอยากจะให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นอีก
เมื่อกลับไปยังห้องทำงาน หลินจือเซี๋ยวก็รีบมาที่ห้องทำงานของเธอทันที ก่อนจะมองเธอด้วยความกังวล “โหรวโหรว เธอไม่สบายหรือเปล่า เธอออกไปพบใครมา? ทำไมสีหน้าดูไม่ดีแบบนั้น?”
“แย่ขนาดนั้นเลยเหรอ?” เธอรู้สึกว่าสีหน้าของตัวเองปิดบังซ่อนเร้นเอาไว้ดีแล้ว มันไม่น่าจะเลวร้ายอะไร
“ไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอก แค่ขาวซีดนิดหน่อย แต่ว่าผิวเธอขาวอยู่แล้ว แต่ต้องระวังสายตาไว้นะ บิ๊กบอสอาจจะมาหาเธอได้ตลอดเวลา พูดมาสิ! มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น?” เธอกังวลแทบตาย พอรู้ว่าเธอกลับมาแล้วก็เลยรีบเข้ามาดูสถานการณ์สักหน่อย
“เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ต้องกังวลหรอก เธอตั้งใจทำงานเถอะ เร็ว ๆ นี้มีงานยุ่งมากไม่ใช่เหรอ?” เรื่องที่อันหยาพั่นพูดมา เธอไม่อยากให้ใครรับรู้
“ไม่มีอะไรแน่ใช่ไหม? อย่าดื้อเลย โดยเฉพาะพวกข่าวซุบซิบข้างนอกนั่น อย่าไปสนใจมันเชียวนะ โดยเฉพาะเรื่องของเย่มู่เหยียนอะไรนั่น ฉันรู้สึกว่าบิ๊กบอสไม่น่าเกี่ยวข้องกับเธอหรอก บิ๊กบอสต้องไร้มลทินแน่ ๆ เด็กคนนั้นไม่มีทางเป็นลูกของบิ๊กบอสหรอก!” หลินจือเซี๋ยวเหลือบสายตามองไปที่ประตู ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้เธอและพูดอย่างมีเลศนัยว่า “อีกอย่างพวกดาราผู้หญิงในวงการบันเทิง ไม่ใช่ว่าพวกเธอมักจะถูกบังคับให้ทำเรื่องพวกนั้นหรอกเหรอ? ไม่แน่นะ บางทีเด็กคนนั้นอาจจะเป็นลูกของผู้กำกับคนไหนก็ได้ เธอวางใจเถอะ พวกเรารออีกเก้าเดือนแล้วค่อยไปตบหน้าเธออย่างสบายใจก็ยังได้!”
“อืม ดี” เธอเองก็พิจารณาถึงเรื่องพวกนี้เหมือนกัน
แต่จากคำอธิบายของฉีเซิ่งเทียน บอกว่าคืนแรกดูเหมือนเย่มู่เหยียนเลือดออกมาเยอะมาก บางทีอาจจะเป็นครั้งแรกของเธอ ไม่อย่างนั้นจะมีเลือดไหลเปรอะบนผ้าปูที่นอนได้ยังไง?
“โหรวโหรว เธอต้องมั่นใจนะ ห้าปีที่ผ่านมาบิ๊กบอสก็มีเธออยู่ในใจตลอด มีแค่คนเดียว ไม่มีทางที่จะสนใจใครได้ ข่าวซุบซิบก็มีให้เพียบ! ยิ่งไปกว่านั้นเขาก็มีอาการจดจำใบหน้าไม่ได้ จำได้เฉพาะเธอคนเดียวเท่านั้นด้วย!” หลินจือเซี๋ยวพยายามปลอบใจเธอ เพราะเธอเองก็ไม่คิดอยากให้พวกเขาต้องมาเกิดเรื่องพวกนี้เช่นกัน
คงจะมีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าเด็กในท้องของเย่มู่เหยียนนั้นไม่ใช่ลูกของบิ๊กบอส ต่อให้พวกเขาจะมีความสัมพันธ์จริง ๆ ก็ช่าง ไม่ว่ายังไงขอแค่เด็กในท้องนั้นไม่ใช่ลูกของเขาก็พอ!
อย่างน้อยก็ห้ามมีลูกด้วยกันเด็ดขาด! ถ้าเกิดมีละก็ วุ่นวายแน่ ๆ หลังจากนั้นเธอเองก็ไม่กล้าแม้แต่จะคิดเลยสักนิด
ไม่งั้นมันต้องเจ็บปวดมากแน่ ๆ
อันโหรวมองไปที่หลินจือเซี๋ยวก็เห็นสีหน้าเจ็บปวด ก่อนจะออกจากห้องทำงานไป เมื่อครู่นี้เธอเข้ามาปลอบใจตัวเองชัด ๆ แต่ทำไมตอนออกไปถึงได้มีสีหน้าที่ย่ำแย่แบบนั้นกัน?
นี่ใครปลอบใจใครกันแน่?
……
แต่ความจริงสุดท้ายก็พิสูจน์ให้เห็นว่าการคาดเดาของอันโหรวนั้นไม่ผิดเลยสักนิด ผลกระทบของเรื่องนี้ ทำให้สกุลจิ่งเสียรายการใหญ่ไปในแวดวงอุตสาหกรรมสุราไป อีกฝ่ายเป็นอันจวินเซวี่ยน แฟนของอันหยาพั่น
บริษัทจิ่งเป็นยักษ์ใหญ่ เป็นหัวเรือของอุตสาหกรรมด้านไวน์มาโดยตลอด แม้ว่ารายการนี้จะไม่ทำให้สกุลจิ่งต้องสูญเสียสถานะสักเท่าไร แต่สำหรับบริษัทจิ่งแล้วนี่ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก
เห็นได้ชัดว่ามีบางคนที่ไม่ได้นำเรื่องนี้มาไว้ในใจเท่าไร
เธอเฝ้ามองดูจิ่งเป่ยเฉินที่อยู่ตรงข้าม สายตาของเขาหยุดอยู่ที่หน้าท้องน้อยที่แบนราบของเธอ คิ้วอันหล่อเหลาของเขาขมวดขึ้นราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
“นายจำเป็นต้องเซ็นหรือเปล่า? ฉันเข้ามาตั้งห้านาทีแล้วนะ!” สายตาของเขาเอาแต่จ้องหน้าท้องเธออยู่ได้ ไม่เคยละสายตาจากเธอไปเลยสักนิด
“โหรวโหรว เธอรู้สึกไม่สบายบ้างหรือเปล่า? คิดอยากจะอ้วกบ้างไหม?” ทันใดนั้นเขาก็ลุกขึ้นและเดินเข้าไปหาเธอ
ปกติแล้ว มันน่าจะ……
ทำไมเธอถึงไม่มีอะไรตอบสนองเลยสักนิด
“ประธานจิ่ง ถ้าหากคุณคิดอยากจะทดสอบเมล็ดพันธุ์ที่คุณหว่านไว้เดือนที่แล้วละก็ คงต้องแสดงความเสียใจกับคุณด้วยที่ไม่มีการตั้งท้องเกิดขึ้น!” เธอเองก็ยังคิดว่าตัวเองจะท้องเหมือนกัน
ถ้าหากกาแฟไม่ได้ดื่ม อยู่บ้านก็ได้แต่ซื้อรองเท้าส้นสูงไว้ซะเยอะ น่าเสียดายที่ไม่ได้ลองใส่เลยสักนิด!
เธอจะทำอะไรได้อีกกันถ้าหากท้อง
ทันใดนั้นเธอก็ถูกเขาเดินเข้ามากอด เอวของเธอถูกมือใหญ่รัดเอาไว้ ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาและพูดเสียงต่ำใส่ข้าง ๆ หู “คืนนี้มาต่อกัน”
“ไม่เอา! จู่ ๆ ฉันก็คิดไม่อยากตั้งท้องแล้ว ลองคิดดูสิถ้าหากฉันต้องตั้งท้อง พอถึงเวลาที่ลูกของเย่มู่เหยียนออกมา ลูกสองคนคงไม่ใช่ว่าอายุไล่เลี่ยกันหรอกนะ เด็กทารกสองคนก็ต้องดูแลดี ๆ พวกเรามาคุมกำเนิดกันเถอะ ไว้รอจนคลอดก่อนค่อยว่ากัน!” จู่ ๆ เธอก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างหลังจากที่รู้ว่าตัวเองไม่ได้ตั้งท้องขึ้นมา
ที่จริงพวกเขาเองก็ไม่ควรมีลูกเร็วขนาดนี้
“อีกอย่าง….ฉันเพิ่งแท้งไปได้ไม่นาน ถ้าท้องตอนนี้สุขภาพร่างกายคงไม่ดีแน่ นายเองก็คงไม่อยากให้ฉันไม่สบายตัวใช่ไหม?” ในหัวเขาเองก็ต้องคิดเรื่องที่ไม่อยากให้เธอต้องเจ็บปวด ไม่รู้ว่าตัวเขานั้นจะยอมหรือเปล่า ดังนั้นเธอจึงพูดแบบนี้เพื่อให้เขาเห็นด้วย