อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 507 ชายที่ดื่มเหล้าเมาจนไม่รู้ว่าใครคือเธอ จะสนใจไปทำไม?
- Home
- อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด
- ตอนที่ 507 ชายที่ดื่มเหล้าเมาจนไม่รู้ว่าใครคือเธอ จะสนใจไปทำไม?
ตอนที่ 507 ชายที่ดื่มเหล้าเมาจนไม่รู้ว่าใครคือเธอ จะสนใจไปทำไม?
ไม่อยากจะคุยหรือสนใจเขา แม้ว่าจะอยู่ใกล้ ๆ
ชายที่ดื่มเหล้าเมาจนไม่รู้ว่าใครคือเธอ จะสนใจไปทำไม?
ถ้าฉีเซิ่งเทียนเจอเรื่องแบบบิ๊กบอส เธอคงเชื่อสนิทใจว่าเขานั้นได้นอกใจเธอไปแล้ว ไม่คิดว่าจะไม่รู้จักเธอ ไม่รู้จักเธอ!
ไปแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น!
และเธอยังอยู่ข้าง ๆ อาเจียนอยู่ด้านข้าง ไม่สนใจก็ไม่เป็นอะไร ทำไมถึงได้อนาถขนาดนั้น!
สวรรค์เอ๋ย! สายตาแย่จริง ๆ
เมื่อถึงเมือง A ก็ลงจากเครื่องบิน เธอจึงรีบวิ่งออกไป
“ฉีเซิ่งเทียน ถ้านายยังจัดการเรื่องนี้ไม่เสร็จ นายไม่ต้องมาหาฉัน! นายที่แต่งงานแล้วช่วยรักษาระยะห่างกับฉันที่ยังไม่ได้แต่งงานด้วย แบบนี้มันดีกับพวกเราทั้งคู่!” เธอพูดจบก็เดินไปขึ้นรถแท็กซี่กลับบ้าน
ฉีเซิ่งเทียนมองดูเธอขึ้นรถออกไป ถ้ายังไม่จัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย เขาเองก็ไม่มีหน้าไปเจอเธอ!
เฉินเหยียน วันนี้เขาต้องจัดการเธอให้ได้!
ไม่คิดว่าเธอจะมาไกลขนาดนี้ หรือว่าเธอรู้เรื่องงานแต่งงานที่ผิดพลาด?
เฮ้อ ไม่สนแล้ว ไปหาเธอก่อน!
ระหว่างที่เดินทางไปหาเธอ ก็กดโทรศัพท์โทรหา ไม่คิดเลยว่าจะไม่มีคนรับ โทรหาหลายครั้งแล้วก็ยังไม่รับ
ฉีเซิ่งเทียนเริ่มสงสัย รู้สึกว่ามีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีเอาซะเลย
เธอยังอยู่เมือง A หรือเปล่า!
แม่ง! ถ้าเป็นอย่างนั้นเขาไม่ต้องหาเธอทุกที่เลยเหรอ ต้องวิ่งไปมาทั้งวันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
……
อันโหรวที่นอนพักผ่อนอยู่บนเตียงได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น แม้ความจริงจะไม่อยากขยับแม้แต่ปลายนิ้ว แต่เวลานี้ดึกมากแล้ว ใครโทรศัพท์มากัน!
ผู้ชายด้านข้างหยิบโทรศัพท์ของเธอมาดู ก่อนจะขมวดคิ้วขึ้น “หลินจือเซี๋ยว”
“เอามาให้ฉัน!” เธอรับโทรศัพท์ของหลินจือเซี๋ยว ก่อนจะเปิดโคมไฟตรงหัวเตียงและลุกขึ้นนั่ง
ทันทีที่เธอนั่ง หัวของผู้ชายที่อยู่ด้านข้างก็นอนลงมาบนขาของเธอ เขามองเธอด้วยแววตาสีดำสนิท
“เซี๋ยวเซี๋ยว ทำไมไปพักร้อนกลับมาเร็วจัง?” ไม่กี่วันนี้พวกเขาไปเที่ยวไม่สนุกเหรอ?
“โหรวโหรว รบกวนพวกเธอ…..หรือเปล่า? แต่ว่าฉันเสียใจมากจริง ๆ เพราะงั้น……” หลินจือเซี๋ยวนั่งลงบนโซฟาและหยิบถุงขนมขึ้นมา ก่อนจะยัดขนมเข้าปากด้วยความโกรธ
เธอไม่ได้เจตนาที่จะรบกวนพวกเขากลางดึกแบบนี้ แต่ว่ามันโกรธจนทนไม่ไหว ถ้าไม่หาคนมารับฟังเธอ เธออาจจะกลายเป็นคนที่ถูกทิ้ง คล้ายหมาหัวเน่ารึเปล่าแบบนั้น!
“ไม่เป็นไร เธอพูดมาเถอะ!” พวกเขานอนแล้ว พูดตามตรงพวกเขากำลังเตรียมตัวนอนหลังจากออกกำลังกายเสร็จ
“บิ๊กบอสไม่ได้…..ช่างเถอะ โหรวโหรว เธอ….ฉัน…..ฮือ ๆ”
อันโหรวได้ยินเสียงร่ำไห้อย่างต่อเนื่องและเสียงของขนมขบเคี้ยว ทันใดนั้นก็มองไปทางจิ่งเป่ยเฉินที่ถูกปลุกขึ้นมา ก่อนจะพูดด้วยเสียงเบา ๆ “น้องชายของนายทำเซี๋ยวเซี๋ยวของฉันโกรธอีกแล้ว”
“ที่รัก มันไม่เกี่ยวกับฉันนะ” เขาไม่รู้เรื่องอะไรเลยจริง ๆ ไม่รู้ว่าพวกเขากลับมาแล้วด้วยซ้ำ
อันโหรวเลิกคิ้วขึ้น พวกเขานี่มันพวกเดียวกันจริง ๆ
เสียงปลายสายยังคงร้องไห้คร่ำครวญอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ยอมพูดว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น
เธอยื่นโทรศัพท์ออกไปไกล ก่อนจะมองจิ่งเป่ยเฉินที่มีหน้าตาสบายใจ “นายโทรศัพท์ไปหาฉีเซิ่งเทียนสิ”
“ที่รัก มันเรื่องของคนสองคน พวกเรานอนกันเถอะ!” ถ้าเธอยังกระตือรือร้นแบบนี้ เขาขยันให้ก็ได้
เธอจ้องมองเขา หลินจือเซี๋ยวกำลังร้องไห้อย่างเศร้าใจ เธอจะวางโทรศัพท์ได้ยังไง
“งั้นนายนอนอยู่ที่นี่ ฉันจะไปหาเธอ!” เธอรู้สึกไม่สบายใจ
“ที่รัก……..” จิ่งเป่ยเฉินมองเธอที่กำลังจะเดินออกไป ก่อนจะรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและพิงไปที่หัวเตียงพลางกุมมือของเธอเอาไว้
อยู่บนเตียงนอนกลางดึก ไม่อยากให้ภรรยาของเขาไปไหน
จิ่งเป่ยเฉินกดเบอร์ของฉีเซิ่งเทียน แต่เมื่อโทรไปกลับติดสายชั่วขณะ ไม่สามารถโทรหาได้
อันโหรวมองเขาและฟังเสียงจากปลายสาย “เซี๋ยวเซี๋ยว เธอหยุดกินได้แล้ว กินเยอะแล้วจะลดน้ำหนักได้ยังไง เธอยิ่งไม่มีเสน่ห์นะ”
“โหรวโหรว…….” เมื่อหลินจือเซี๋ยวได้ยินเธอพูดก็หยุดกินทันที แต่ก็ยังรู้สึกเสียใจ
ทั้ง ๆ ที่ตอนอยู่ต่อหน้าฉีเซิ่งเทียนไม่ได้รู้สึกเศร้า ตอนนี้พออยู่คนเดียวกลับรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมา
ไม่ใช่แค่เล็กน้อยด้วย แต่ว่าเจ็บปวดอย่างมาก!
“โหรวโหรว ฉีเซิ่งเทียนแต่งงานแล้ว! และเจ้าสาวก็ไม่ใช่ฉัน ฮือ ๆ……”
อันโหรวได้รับข้อมูลที่เป็นประเด็นสำคัญมา แต่ว่าข้อมูลนี้เธอไม่ได้เตรียมใจรับมันก่อน
เธอมองผู้ชายที่อยู่ข้าง ๆ อย่างงุนงง “เซี๋ยวเซี๋ยว เธอบอกว่าฉีเซิ่งเทียนไปแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นเหรอ? ไปแต่งตอนไหน? ต่างประเทศ? แต่งงานสายฟ้าแลบ?”
เขาเล่นมากเกินไปแล้ว!
จิ่งเป่ยเฉินที่อยู่ข้าง ๆ เองก็หรี่ตาลงเช่นกัน ฉีเซิ่งเทียนกำลังทำอะไรอยู่กันแน่?
“เซี๋ยวเซี๋ยว เธอใจเย็น ๆ ก่อน ฉันจะไปอยู่เป็นเพื่อนเธอ” เธอพูดจบก็ขยับตัวพลางมองเขา “เธออยู่ที่บ้านคนเดียว ถ้าหากทำอะไรไม่คิดขึ้นมาจะทำยังไง?”
“ที่รัก เธอโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว จะไปทำเรื่องแบบนั้นได้ยังไง” ไม่อยากให้เธอไป นี่มันดึกมากแล้ว
“ที่รักคะ ตอนนี้นายไปดูน้องชายของนายจะดีกว่านะ! เขาแต่งงานแล้ว นายไม่ไปสนใจหน่อยเหรอ? ส่งซองแดงไปให้อะไรแบบนั้นก็น่าจะดีนะ” อันโหรวเลิกคิ้วขึ้น ตอนนี้เธอรู้เพียงฉีเซิ่งเทียนแต่งงานแล้ว
แต่ว่ายังไม่รู้สถานการณ์ทั้งหมด เธอไม่ไปหาหลินจือเซี๋ยวแล้วจะช่วยยังไง?
“ฉันจะไปส่งเธอ”
“ฉันไปเอง”
“ฉันจะได้ไปหาฉีเซิ่งเทียน!” เขาจะปล่อยให้เธอไปคนเดียวอย่างสบายใจได้ยังไง
“โอเค!” บางครั้งก็ต้องพูดประนีประนอมกับสามี โดยเฉพาะตอนที่เขาดีกับเธอ
ถ้าเธอยืนกรานที่จะไปด้วยตัวเอง คาดว่าเขาคงจะไม่อนุญาตให้เธอไป!
จิ่งเป่ยเฉินไปส่งเธอที่บ้านหลินจือเซี๋ยว เขามองเธอจากด้านหลังอย่างอาลัยอาวรณ์ หลังจากนั้นก็ไปหาฉีเซิ่งเทียน
อันโหรวเข้ามาก็เห็นหลินจือเซี๋ยวนั่งพิงอยู่บนโซฟาและหลับไป
เธอควรจะพาจิ่งเป่ยเฉินเข้ามาก่อน อย่างน้อยก็พาเธอขึ้นไปนอนข้างบน!
ช่างเถอะ!
คิดว่าคงจะเรียกเขามาไม่ได้
โชคดีที่ตอนนี้เป็นฤดูร้อน นอนบนโซฟาก็คงไม่เป็นหวัด เธอหยิบผ้าห่มบาง ๆ มาห่มบนตัวของหลินจือเซี๋ยว เก็บกวาดห้องรับแขก หลังจากนั้นก็ขึ้นไปนอนบนห้อง
รีบมาหาเธอเพื่อปลอบใจตอนกลางดึก สุดท้ายก็แค่มาเปลี่ยนที่นอนเท่านั้น
……
หลินจือเซี๋ยวรู้สึกว่าตัวเองนอนไม่ค่อยสบายเท่าไรนัก สายตาที่อ่อนล้าค่อย ๆ เปิดขึ้น ก่อนจะได้กลิ่นหอม ๆ ลอยมา
“โหรวโหรว!” เธอมองไปที่อาหารเช้าบนโต๊ะและมองไปที่ห้องครัว
“ตื่นสักทีนะ” อันโหรวเสิร์ฟนมร้อนออกมาจากห้องครัว “ดื่มสิ”
หลินจือเซี๋ยวดื่มนมไปหลายอึก “โหรวโหรว เธอนี่ดีจริง ๆ”
เธอซาบซึ้งใจ ห้องรับแขกดูสะอาดสะอ้านมาก โหรวโหรวเก็บกวาดไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อวานโหรวโหรวบอกจะมาหา หลังจากที่เธอวางโทรศัพท์ไปก็นอน
ไม่รู้ว่าเธอมาตั้งแต่เมื่อไหร่
“เธอไม่ได้เป็นอะไรก็ดีแล้ว ฉันกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้น” ทั้งคู่เดินมานั่งที่โต๊ะอาหาร ทันใดนั้นเสียงกดกริ่งก็ดังมาจากหน้าประตู
“โหรวโหรว อย่าไปเปิดประตูนะ! ต้องเป็นฉีเซิ่งเทียนแน่!” ตอนนี้เธอยังคงโกรธไม่หาย ไม่อยากเจอหน้าเขาเลย
ไม่ใช่สิ!