อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 508 กุญแจ
ตอนที่ 508 กุญแจ
ฉีเซิ่งเทียนมีกุญแจอยู่!
หลินจือเซี๋ยวค่อย ๆ วางแก้วในมือลง ก่อนจะมองไปที่อันโหรว “โหรวโหรว เธอไปเปิดประตูหน่อย บางทีอาจจะเป็นบิ๊กบอส”
“ไม่น่าเป็นไปได้ น่าจะเป็นเขามากกว่า!” อันโหรวยิ้มและลุกขึ้นเดินออกไปเปิดประตู
หลินจือเซี๋ยวมองโต๊ะอาหารตรงหน้า ก่อนจะพบว่าบนโต๊ะมีอาหารมากกว่าสองชุด น่าจะอาหารของบิ๊กบอสกับโหรวโหรวแน่ ๆ ดูเข้าขากันดีจริง ๆ
เพราะงั้นบิ๊กบอสจะต้องรู้แน่ ๆ ว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่โหรวโหรว และต้องไม่มีเธอมาเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน
ให้ตายสิฉีเซิ่งเทียน แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังจำไม่ได้ น่าโกรธชะมัด!
อันโหรวเปิดประตูก็ตกอยู่ในอ้อมแขนเย็น ๆ ทันที เธอเงยหน้าขึ้นมองหน้าเขาพร้อมกับรอยยิ้ม “ทำไมเป็นนาย? ฉีเซิ่งเทียนไปไหนแล้ว?”
“ไม่ได้อยู่ในประเทศ”
“แล้วเมื่อคืนนาย…..” เมื่อคืนเขาไปอยู่ที่ไหนกัน?
“อยู่บ้าน” แต่มาตอนเช้าตรู่ก็รีบมาหาเธอทันที
“งั้นเข้ามากินข้าวสิ!” ดูเหมือนเรื่องนี้น่าวุ่นวายพอสมควร ตัวเอกหลักกลับไม่อยู่ที่นี่เสียแล้ว
หลินจือเซี๋ยวก้มหน้าก้มตาทำเป็นมองไม่เห็นอะไรเลย เธอแทบจะหายใจไม่ออกอยู่แล้วในตอนนี้
เธอเป็นถึงเลขาของบิ๊กบอส แต่กลับถูกคนวางแผนคิดร้าย และคนที่วางแผนกลับเป็นคนที่ฉลาดกว่าเธอ ซึ่งนั่นมันทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองน่าขยะแขยงมาก ๆ
เธอไม่สามารถควบคุมฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ได้ ทำได้แค่อาเจียนไปที่ด้านข้าง
แต่ตอนนี้เธอคิดอยากจะรู้ ถ้าเกิดว่าเธอไม่อาเจียนแบบนั้น สุดท้ายมันจะกลายเป็นแบบไหนกันแน่?
คงไม่มีทางที่พวกเขาจะอยู่ด้วยกัน…….
อะไรกันเนี่ย!
นี่มันไร้สาระสิ้นดีเลย!
จู่ ๆ เธอก็รู้สึกว่าบนโต๊ะอาหารมีบรรยากาศที่ค่อนข้างดีแปลก ๆ เธอจึงก้มหน้าก้มตากินข้าว และไม่ลืมว่าวันนี้จะต้องไปทำงานให้ได้
อันโหรวมองไปที่ใบหน้าของเธอที่ก้มหน้าก้มตาไม่ยอมพูดอะไร ก่อนจะเหลือบสายตามองไปที่จิ่งเป่ยเฉินและกินข้าวเช้าพร้อมกัน
หลังอาหารเช้า หลินจือเซี๋ยวก็เดินย่องเข้าไปในห้อง อันโหรวกำลังเก็บข้าวของ ส่วนบิ๊กบอสเองก็ตามเธอไปด้วย
“เมื่อคืนไม่ได้ติดต่อกับฉีเซิ่งเทียนเหรอ? เขาพูดว่ายังไงบ้าง?” ตอนนี้เธอเองก็ไม่กล้าถามหลินจือเซี๋ยว เพราะกลัวถามไปแล้วหลินจือเซี๋ยวจะร้องไห้ขึ้นมา
“ติดต่อไม่ได้ เขาไม่ได้รับโทรศัพท์”
“งั้นนายรู้ได้ยังไงว่าเขาไปต่างประเทศ? อืม….ฉันยังไม่ได้ถามเลยว่าเธอจะจัดการยังไง” ตัวหลินจือเซี๋ยวนั้นต้องมีแผนจัดการอะไรแล้วแน่ ๆ
เพราะเด็กคนนี้เศร้าตอนที่รู้ว่าฉีเซิ่งเทียนมีคู่หมั้นไม่นานมานี้ และตอนนี้ก็มาเศร้าเรื่องที่เขาแต่งงานกันแล้ว ส่วนเรื่องวันนั้น….
เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาสองคนกันแน่ เจอกันทีไรก็ต้องมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่เรื่อย
“วันนี้เธอไม่ต้องไปที่บริษัทหรอก!” บางทีถ้าหากหลินจือเซี๋ยวไม่ไปที่บริษัท สภาพการทำงานของเธออาจจะดีกว่าเดิมก็ได้
“อืม”
เมื่อจิ่งเป่ยเฉินกับอันโหรวเตรียมพร้อมที่จะออกไป หลินจือเซี๋ยวเองก็เดินออกมาจากห้องเช่นกัน เธอสวมเสื้อผ้าอย่างเป็นทางการ
“เซี๋ยวเซี๋ยว ตอนนี้เธอพักผ่อนอยู่ที่บ้านเถอะ” อันโหรวไม่ต้องการให้เธอไปที่บริษัทในสภาพจิตใจที่ไม่สมบูรณ์แบบนี้
“ไม่เป็นไร ฉันสบายดี!” เธอพักผ่อนมาแล้วคืนหนึ่งก็ถือว่าเพียงพอแล้ว จะพังสลายเพียงเพราะฉีเซิ่งเทียนอย่างเดียวไม่ได้
ตัวเธอนั้นยังมีงานต้องทำ ต่อให้เจ็บปวดมากแค่ไหนก็ต้องทำงาน จะได้ไม่ต้องมานั่งคิดมากเรื่องพวกนี้
อย่างน้อยเรื่องพวกนี้เธอก็เป็นฝ่ายที่ชนะในการทำงาน
จิ่งเป่ยเฉินเดินผ่านพวกเขาไปอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องและตรงไปที่รถ
“เซี๋ยวเซี๋ยว เธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” อันโหรวเป็นห่วงเธอมาก เมื่อคืนนี้ตอนที่คุยโทรศัพท์ก็ได้ยินเสียงเธอร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่หยุด
“ฉันไม่เป็นไร ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้นแหละ ความรักไม่ใช่ทั้งชีวิตหรอกนะ ฉันน่าจะเชื่อว่าเขาสามารถจัดการเรื่องพวกนี้ได้ ถ้าหากจัดการไม่ได้ก็ช่าง ฉันคงต้องยอมตัดใจ ฉันเป็นผู้หญิงที่เก่งนะ จะหาแฟนดี ๆ ไม่ได้สักคนเลยเหรอ?” หลินจือเซี๋ยวดึงแขนของอันโหรวและพาเดินออกไป
เมื่อเห็นบิ๊กบอสสตาร์ทรถรออยู่ แม้ว่าตอนทำงานจะนั่งรถบิ๊กบอสไปทำงาน แต่ตอนเลิกงานคงไม่มีใครมาส่งเธอแน่
“เซี๋ยวเซี๋ยว ถ้าเธอขับรถละก็ ฉันจะยิ่งเป็นห่วง ขึ้นรถเถอะ!” อันโหรวดึงเธอขึ้นไปนั่งบนรถ
หลินจือเซี่ยวตัวแข็งทื่อทันทีที่เข้าไปนั่งในรถ แม่จ๋า ตอนนี้บิ๊กบอสกำลังเป็นคนขับรถให้เธอเสียแล้ว!
แถมยังให้เธอมานั่งกับเบาะหลังกับภรรยาของเขาด้วย แบบนี้มันจะดีเหรอ?
ตลอดทางที่ผ่านมาเธอไม่พูดไม่จาสักคำ ได้แต่นิ่งเงียบจนถึงบริษัท
จิ่งเป่ยเฉินเดินเข้าห้องทำงานของตัวเองอย่างเย็นชา ส่วนอันโหรวหมุนตัวกลับจากห้องทำงานตัวเองไปยังห้องทำงานของหลินจือเซี๋ยว
“เซี๋ยวเซี๋ยว……” เธอวางแก้วน้ำร้อนในมือลงตรงหน้าหลินจือเซี๋ยว “ดื่มน้ำอุ่น ๆ หน่อย”
“โหรวโหรว เธอทำแบบนี้ ฉันรู้สึกว่าประจำเดือนของฉันใกล้จะมา” เธออกหักและยังถูกดูแลดีแบบนี้อีก
“เกือบจะ” อันโหรวนั่งลงข้างเธอ ใบหน้าที่สวยงามนั้นเต็มไปด้วยความกังวล “ดื่มน้ำสักหน่อยแล้วค่อยเล่ามา ดูว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง”
หลินจือเซี๋ยวหยิบแก้วน้ำขึ้นมาและพูดอย่างอ่อนแรง “ความจริงแล้ว…….ก็ไม่ได้มีอะไร”
“อืม….”
“โอเค!” เธอยังพูดไม่เคลียร์เหรอ?
หลินจือเซี๋ยวดื่มน้ำและค่อย ๆ เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้อันโหรวฟังอย่างง่าย ๆ เมื่อพูดจบก็ดื่มน้ำอึกใหญ่ บนใบหน้ามีความโกรธเล็กน้อย
“เพราะงั้นฉีเซิ่งเทียนไม่ได้เจตนา เขาอาจจะเมาหนักกว่าจิ่งเป่ยเฉิน” แบบนี้เป็นเรื่องเยาะเย้ยหรือเปล่า?
สามีฉันไม่ถือสาหรอก!
เธอเพียงแค่ปลอบเพื่อนซี้เท่านั้น
“ฉันเมาหนักกว่ามาก ฉันก็ว่าทำไมเขาถึงได้อยากให้ฉันดื่มเหล้าขนาดนั้น! แล้วตัวเองก็ดื่มไปเยอะมาก หลังจากนั้นฉันก็ไม่ได้สติอีกเลย ไม่คิดว่าเขาจะมาขอแต่งงานแบบนั้น! ฉันเองก็อึดอัด! แต่เมื่อก่อนตอนที่ฉันโกรธก็เป็นคนพูดเองว่าถ้าเขาขอแต่งงานจะไม่ตอบตกลง ถ้าเกิดเรื่องขึ้นอีกจะวิเศษขนาดไหน!” เธอไม่อยากจะคิดถึงความฝันนั้น!
“ความผิดของเขา ทั้งหมดเป็นความผิดเขา เพราะงั้นเซี๋ยวเซี๋ยวของฉันไม่ต้องเสียใจไป! เขากลับมาเมื่อไหร่จะช่วยเธอจัดการเอง พวกเราไม่ชนะก็ยังมีจิ่งเป่ยเฉิน เขาต้องช่วยเธอแน่นอน เขาเองก็มีความผิดหลังจากดื่มจนเมาเหมือนกัน น่าจะรับผิดชอบได้” อันโหรวได้ฟังเรื่องของพวกเขาก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
เข้มแข็งพลางยิ้มออกมาบาง ๆ เพื่อปลอบใจหลินจือเซี๋ยว
เธอรู้สึกว่าตัวเองถูกจิ่งเป่ยเฉินลากไปแต่งงานนั้นก็แปลกใหม่พอแล้ว แต่หลินจือเซี๋ยว?
เธอที่เตรียมจะไปแต่งงาน ไม่คิดว่าจะถูกเปลี่ยนตัวเป็นคนอื่น
เป็นเรื่อง……ที่เซอร์ไพรส์ในชีวิตได้เสมอ
“ได้!” เธอจะต้องเลิกกับฉีเซิ่งเทียน!
ไม่สิ พวกเขาเลิกกันแล้ว
“ถ้าเธอไม่มีจิตใจที่จะทำงานก็ไม่ต้องฝืน ไปพักผ่อนเถอะ ฉันไปก่อน” เธอลุกขึ้นและออกไปจากห้องทำงานของหลินจือเซี๋ยว
เธอเดินเข้ามาก็เห็นว่าเขากำลังโทรศัพท์พลางเม้มริมฝีปากและพูดเบา ๆ ก่อนจะวางสาย
“ฉีเซิ่งเทียน?” เธอเท้ามือลงบนโต๊ะทำงานและก้มมองเขา
“อืม” จิ่งเป่ยเฉินเงยหน้ามอง ใบหน้าที่หล่อเหลานั้นปรากฏรอยยิ้มและพูดออกมาสองคำ “เล่นเป็น”
“ฉันสงสัยมาก ๆ เลยว่าเขากำลังเรียนรู้จากนาย” ไม่อย่างนั้นทำไมถึงได้คิดแผนการแบบนั้น!
“จะเป็นไปได้ยังไง?” แต่เขาพาเธอไปจดทะเบียนสมรส ฉีเซิ่งเทียนอ่อนกว่าเขา
และยังผิดคู่อีกต่างหาก
“ฉันไม่อยากปฏิเสธ นิสัยของนายกับเขาก็เหมือน ๆ กัน เพียงแต่นายไม่ได้ทำผิดคน แบบนี้มันเหมือนทำซ้ำ เฉินเหยียนคงจะไม่……..ไม่อยากหย่าหรอกนะ?” ตอนนี้เธอกังวลเรื่องนี้มากกว่า
แต่ก็คงจะไม่เป็นแบบนั้น
เมื่อก่อนเฉินเหยียนดูไม่ชอบฉีเซิ่งเทียนขนาดนั้น จะไปตอบตกลงได้ยังไง!
“ฉีเซิ่งเทียนได้บอกกับนายหรือเปล่าว่าตอนนี้เขาเป็นยังไงบ้าง? หย่าแล้วหรือยัง?” อันโหรวมองไปที่เขาด้วยท่าทีที่สงสัย เมื่อครู่นี้ตอนโทรศัพท์เขาน่าจะพูดอะไรบางอย่าง
บิ๊กบอสพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มลึก “รอเดี๋ยวก่อน!”