อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 511 พยายามทำให้สำเร็จ
ตอนที่ 511 พยายามทำให้สำเร็จ
“ฉันไม่เอาด้วยหรอก!” หลินจือเซี๋ยวมองตัวเขา เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรก็สบายใจ
“เซี๋ยวเซี๋ยว เรื่องนี้จะต้องจัดการให้สำเร็จ” เขาฉวยโอกาสจังหวะที่เธอไม่ทันตั้งตัวโอบไปที่เอวของเธอ “เซี๋ยวเซี๋ยว ฉันคิดถึงเธอ”
“นายคิดถึงฉัน? ก็แปลกแล้ว! นายพูดเองว่านายเมาแล้วไม่รู้จักฉัน! แถมยังไปแต่งงานกับคนอื่นอีก ยังมีหน้ามาบอกรักฉัน?” เธอกลอกตาไปมา จะให้เธออยู่อย่างเงียบ ๆ ไม่ได้หรือไง?
“ฉันจำไม่ได้จริง ๆ เซี๋ยวเซี๋ยว……” ฉีเซิ่งเทียนมองไปที่เธอ
เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นเขาอธิบายได้เพียงหนึ่งอย่าง เขาเมาแต่สมองของเขายังพอจำได้ว่าต้องพาเธอไปแต่งงาน จะต้องพาไปแต่งงาน
เพราะงั้นสุดท้ายแล้วตอนที่เธอหายไป เขายังพอมีสติอยู่บ้างและคิดว่าคนข้างเขานั้นคือเธอ ถึงได้ทำไปแบบนั้น
ไม่อย่างนั้นเขาจะไปเอาผู้หญิงอีกคนมาเกี่ยวข้องด้วยทำไมกัน?
“อืม นายจำอะไรไม่ได้ แต่ว่าตอนนี้นี่มันอะไรกัน?” เหมือนว่าเธอจำไม่ได้ว่าเขานั้นหย่าเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“คิดถึงเธอเลยมาหา” หรือว่าเธอไม่คิดถึงเขา?
“ตอนนี้นายเจอแล้ว งั้นก็ไปได้แล้ว” เธอหันไปทางด้านประตู “ต้องให้ฉันไปเปิดประตูให้ไหม?”
“เซี๋ยวเซี๋ยว ฉันหิวแล้ว” เขายังไม่ได้กินอะไรเลย อยากจะกินของที่เซี๋ยวเซี๋ยวทำ
“นาย……” ที่แท้เขายื้อเธอเอาไว้!
ถ้าหากว่าโหรวโหรวไม่ได้บอกว่าใบทะเบียนสมรสนั้นไม่ยอมรับในประเทศและไม่มีผล ตอนนี้เธอจะไม่ให้เขากอดเด็ดขาด เธอไม่ต้องการอยู่กับชายที่นอกใจ เป็นมือที่สามนั้นไม่ได้สนุกเลย!
“นายอยากกินอะไร?” ตอนนี้เธอเดินเข้าไปทำอาหาร ท้ายที่สุดก็เป็นคนที่ตัวเองชอบ ให้เขาทนหิวไม่ได้
ฉีเซิ่งเทียนได้ยินน้ำเสียงที่อ่อนโยนก็เผยรอยยิ้มขึ้นมาบนใบหน้า เขาเดินเข้าไปโอบเธอในห้องครัว “เซี๋ยวเซี๋ยว เธอทำอะไรฉันก็ชอบกินหมดเลย ดูว่าในตู้เย็นมีอะไรก็ทำอันนั้นแหละ”
หลินจือเซี๋ยวคิดอยู่สักพัก ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายสามโมง อีกไม่นานก็จะใกล้มื้อเย็นแล้ว เพราะงั้นเลยทำไข่ผัดมะเขือเทศให้เขากินง่าย ๆ
ฉีเซิ่งเทียนกินอย่างมีความสุข เธอเท้าคางมองเขา ตอนที่ทำอาหารให้เขาเอาแต่บ่นว่าหิว แต่ตอนกินกลับไม่ได้ดูเร่งรีบอะไร ดูเป็นคนที่มีการศึกษา หิวแค่ไหนก็ต้องทำเหมือนไม่รีบร้อน
“นายหาเฉินเหยียนเจอแล้ว?” เขาน่าจะหาเจอแล้วนะ! ไม่อย่างนั้นทำไมถึงกลับมาช้าขนาดนี้
“เซี๋ยวเซี๋ยว เรื่องนี้ฉันจะต้องรีบจัดการโดยเร็ว” ผู้หญิงคนนั้นช่างน่ารังเกียจจริง ๆ
ไม่คิดว่าจะต้องช่วยเธอหาแฟนก่อนถึงจะหย่า ผู้หญิงอย่างนั้นจะไปหาแฟนได้จากที่ไหน!
มีผู้ชายที่ชอบคนอย่างเธอด้วยเหรอ?
เพราะงั้นหาหนทางอื่นไว้จะดีกว่า!
“ฉันเชื่อใจนายนะ! เพราะงั้นถึงได้ให้เวลาหลายวัน!”
“เธอเชื่อใจฉัน แต่ว่าเธอกลับเปลี่ยนกุญแจล็อกประตูหมด เธอเปลี่ยนใหม่ ฉันเข้าไปไม่ได้ไม่เป็นไร แต่พี่สะใภ้?” ฉีเซิ่งเทียนจับตะเกียบพลางมองเธอ
ฉลาดจริง ๆ
ยังรู้จักที่จะเปลี่ยนกลอนประตู แต่เปลี่ยนไปจะมีประโยชน์อะไร เขาก็สามารถเข้ามาได้อย่างง่ายดายอยู่ดี
“ฉันจะให้กุญแจกับเธอ” แต่ว่าเธอคงจะไม่ให้เขา
เป็นปาฏิหาริย์ที่ฉีเซิ่งเทียนไม่ได้ถามเธอ หลังจากที่เขากินข้าวเสร็จก็ไปล้างจานด้วยตัวเอง
หลินจือเซี๋ยวยืนมองเขาอยู่ด้านข้าง เขาล้างอย่างสะอาดและตั้งใจมากกว่าเธออีก ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่ทำจานชามแตกด้วย นี่ถือว่ามีการพัฒนาอย่างมาก
“ไม่เลวเลยนี่ เยี่ยมเลย! อาจจะเป็นพ่อครัวประจำครอบครัวได้!” หลินจือเซี๋ยวยิ้มพลางพยักหน้า
ฉีเซิ่งเทียนภูมิใจในการแสดงของตัวเองอย่างมาก เขาเช็ดมือก่อนจะเดินมาหาเธอพลางก้มมอง “เซี๋ยวเซี๋ยว เธอไม่ได้ไปบริษัทแล้วใช่ไหม?”
ตอนนี้บ่ายกว่าแล้ว ไปบริษัทตอนนี้ก็ไม่มีความหมายอะไร
“ไม่ไป!” เธอหนีออกมาแล้ว ไม่กลับไปแน่นอน
“อืม ดีเลย งั้นฉันจะนอนกับเธอ!” จู่ ๆ เขาก็โน้มตัวมากอดเธอเอาไว้
“เฮ้ เฮ้ เฮ้! นายปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลย! มานอนด้วยกันอะไร ฉันไม่นอน!” เธอไม่นอนกับเขาหรอก!
แม้ว่าจะบอกว่าทะเบียนสมรสนั่นไม่มีผล แต่เธอก็ต้องการให้เรื่องมันจบก่อน ผู้ชายตรงหน้าเขาแต่งงานแล้ว ไม่ใช่แฟนของเธอ
“เซี๋ยวเซี๋ยว…..”
“ไม่เอา นายเพิ่งจะกินข้าวเมื่อกี้ หลังจากกินแล้วออกกำลังกายแบบนี้ไม่ดีนะ ฉันทำเพื่อสุขภาพของนายในอนาคต” หลินจือเซี๋ยวถูกเขาอุ้มขึ้น ก่อนจะพาเข้าไปในห้อง เธอดิ้นอย่างแรง
“หรือว่าเธอไม่เคยได้ยินประโยคนี้เหรอ?” ฉีเซิ่งเทียนก้มมองเธอ ใบหน้าที่หล่อเหลายิ้ม เขากระตุกมุมปากอย่างภาคภูมิใจ
เขาดีใจอะไร!
เธอรู้สึกว่าไม่น่าดีใจเลยสักนิด
หลังของเธอสัมผัสเตียงนุ่ม ๆ ขนาดใหญ่ ดวงตาจ้องมองฉีเซิ่งเทียนตรงหน้า เธออยากรู้ว่าเขาจะพูดว่าอะไร
ได้ยินว่าอะไร?
เหมือนว่าฉีเซิ่งเทียนจะเข้าใจในความหมายของเธอ เขากระซิบที่ข้างหูของเธอเบา ๆ “ยามอิ่มท้องอุ่นกาย ฝักใฝ่ตัณหาราคะเกิด!”
หลินจือเซี๋ยวตัวแข็งทื่อ นี่มันตรรกะอะไรกัน?
“ฉันไม่เคยได้ยิน และถึงจะเคยได้ยิน ฉันก็ไม่เคยกิน ไม่อิ่ม และไม่ฝักใฝ่” แขนทั้งสองข้างเธอดันไหล่เขา อยากจะผลักเขาออก
“เซี๋ยวเซี๋ยว แต่ว่าฉันกินอิ่มแล้ว เพิ่งจะกินอิ่มเมื่อกี้ ทำไมอิ่มแล้วยังทำให้ฉันหิวอีก?” เขาปลดเสื้อผ้าของเธอออก ก่อนจะค่อย ๆ ดึงลงมาที่เอว
“ไม่เอานะ! ฉันต้องกินอาหารเย็น ไม่อยากให้นายป้อนจนอิ่ม!” สิ่งที่เขาจะป้อนให้อิ่มนั้นคงจะไม่ใช่สิ่งที่อยากได้ตอนนี้
“ทำไมถึงไม่เอา?” ฉีเซิ่งเทียนจ้องมองเธออย่างไม่ละสายตา “เซี๋ยวเซี๋ยว ฉันมีแค่เธอ ฉันอยากจะแต่งงานกับเธอถึงได้ทำไปแบบนั้น”
แต่ไม่ได้คาดหวังว่าจะเอาชนะตัวเองและเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น
“ไม่ใช่นะ! นายอยากแต่งงานกับฉัน แต่กลับแยกไม่ออกว่าคนไหนคือฉัน เหอะ!” เธอบ่นเรื่องนี้อยู่ในใจเสมอ
“ครั้งหน้าแยกออกแน่นอน รีบทำให้ฉันเข้าใจเธอมากขึ้นเร็วสิ หลังจากนี้จะได้ไม่จำผิดอีก” เขาก้มลงอย่างตื่นเต้น ก่อนจะจูบไปที่ริมฝีปากของเธอ
“อืม อืม ….อืออือ”
เข้าใจอย่างลึกซึ้งอะไรกัน รู้จักมากขึ้นนั่นโกหกทั้งนั้น อยากจะกินเธอนั่นสิเรื่องจริง
จูบนั้นเริ่มเร่าร้อนขึ้นเรื่อย ๆ จิตสำนึกของเธอค่อย ๆ ถูกเขากัดเซาะอย่างช้า ๆ เสื้อผ้าที่อยู่บนตัวนั้นถูกถอดออกไปหมดโดยไม่รู้ตัว รวมทั้งเสื้อผ้าบนตัวเขาเองด้วย
อุณหภูมิร่างกายเธอนั้นเริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ใบหน้าที่แดงก่ำมองเขาอย่างขุ่นมัว
“เซี๋ยวเซี๋ยว ครั้งหน้าเธอจะตอบรับคำขอแต่งงานฉันใช่ไหม?”
ร่างกายเล็ก ๆ ของเธอนั้นร้อนผ่าวจนแทบทนไม่ไหว เขาจึงหยุดเพื่อถามคำถามนี้กับเธอ
เธอตอบอย่างโกรธเคืองเล็กน้อย “นายไม่เคยขอฉัน โอเคไหม?”
วิธีการของเขานับว่าเป็นข้อเสนอการแต่งงานแบบไหนกัน กล้าจะพูดได้ง่าย ๆ ไหม!
ทั้ง ๆ ที่เห็นได้ชัดว่าเป็นการแต่งงานที่หลอกลวงและคนที่โดนหลอกก็ไม่ใช่เธอ!
จับผิดคน เรื่องแบบนี้ใครจะทนได้!
ไม่มีทางทนได้เด็ดขาด!
ที่ฉีเซิ่งเทียนทำแบบนั้นเพราะเธอบอกว่าจะปฏิเสธการขอแต่งงานจากเขา เพราะงั้นจึงจัดงานแต่งงานที่สะดวกและเรียบง่ายขึ้น
“ครั้งหน้าจะเป็นทางการแน่นอน เธอจะตอบตกลงใช่ไหม?” เขาขยับตัวขณะพูด ก่อนจะมองเธอด้วยสายตาที่คลุมเครือ
หลินจือเซี๋ยวจับไปที่หมอนด้านข้าง ก่อนจะตีไปที่ตัวเขา “ไม่เอา ออกไปเดี๋ยวนี้นะ!”