อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 510 ออกจากโรงแรม
ตอนที่ 510 ออกจากโรงแรม
“ให้ตายสิ!” เขาตะโกนเสียงดัง ก่อนจะเดินออกจากโรงแรมไปพร้อมกับโทรศัพท์มือถือ!
……
หลินจือเซี๋ยวที่เพิ่งเดินเข้ามาในบริษัทก็ถูกอันโหรวพาตัวเข้าไปที่ห้องทำงานทันที ก่อนจะมองไปที่ใบหน้าเล็ก ๆ ที่คลี่ยิ้มออกมา
“โหรวโหรว เธอเป็นอะไรไป? เกิดอะไรขึ้น?” หลินจือเซี๋ยวมองไปที่เธอด้วยท่าทีกังวล หรือว่าเกิดเรื่องอะไรไม่ดีอย่างนั้นเหรอ?
“อืม ฉันมีข่าวดีจะบอกเธอ” อันโหรวพาเธอมานั่งลง ก่อนจะมองไปที่ตัวเธอ “ฉีเซิ่งเทียนกับเฉินเหยียน เรื่องทะเบียนสมรสอะไรนั่นไม่มีผลเลย”
เมื่อคืนตอนที่เธอกลับไปก็เช็กข้อมูลอยู่นานสักพัก ก่อนจะรู้ความจริงเข้า
“ในประเทศนั้นไม่รองรับใบรับรองแต่งงานสองคนจากต่างประเทศหรอกนะ พวกเขาไม่ว่ายังไงก็ต้องแต่งงานภายในประเทศสักครั้งหนึ่ง ไม่อย่างนั้นก็จะไม่มีผลอะไร ตามหลักแล้วก็ถือว่าพวกเขาไม่ได้เป็นสามีภรรยากันนั่นแหละ”
“แล้วทะเบียนสมรสนั้นเป็นของจริงหรือเปล่า?”
“ทะเบียนสมรสเป็นของจริง แต่ว่าไม่มีผลหรอก ถ้าจะให้มีผลละก็ ต้องทำขั้นตอนที่ค่อนข้างยุ่งยากซับซ้อน มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะกว่าจะได้รับการยอมรับ อีกอย่างคาดว่าฉีเซิ่งเทียนเองก็น่าจะคิดถึงเรื่องพวกนี้ไว้แล้วด้วยเลยไม่ได้ไปตรวจสอบอะไรมาก” เธอเองก็เพิ่งตรวจสอบพบข้อมูลพวกนี้ก่อนจะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
ในที่สุดหลินจือเซี๋ยวก็ได้เบาใจลงเสียที!
“โหรวโหรว ถึงแม้ว่าทะเบียนสมรสจะใช้ไม่ได้ผล แต่ใจฉันยังโกรธอยู่เลยนะ!” เธอเห็นได้ชัดเลยว่าตอนนั้นสภาพคนเมามันเป็นยังไง
เพราะงั้นเธอเลยไม่สนใจทุกสิ่ง เธอรู้แค่ว่าไม่อยากอยู่ด้วยกันกับเขาก็เท่านั้น
“อืม ฉันเข้าใจอารมณ์ของเธอดีนะ แต่เขากลับมาวันนี้นี่ เธอเตรียมใจพร้อมแล้วหรือยัง?” อันโหรวได้ยินจิ่งเป่ยเฉินพูดมาแบบนี้
“อืม” หลินจือเซี๋ยวพยักหน้าอย่างหนัก แต่จะให้เธอเตรียมตัวเตรียมใจไว้ยังไง?
อันโหรวออกจากห้องทำงานไปอย่างสบายใจ ช่วงบ่ายฉีเซิ่งเทียนน่าจะกลับมาแล้วจริง ๆ
เธอรู้สึกแปลกใจเมื่อออกมาจากห้องทำงาน เธอคิดอยากจะรู้เกี่ยวกับเขา! เฉินเหยียนนี่มันยังไงกันแน่ แต่เมื่อเห็นฉีเซิ่งเทียนที่เข้าไปในห้องทำงานของหลินจือเซี๋ยว เธอก็กลับไปที่ห้องทำงานของตัวเองทันที เห็นได้ชัดว่าเขานั้นกำลังโกรธอยู่ชัด ๆ
นี่มันสถานการณ์อะไรกันแน่?
หรือว่าหลินจือเซี๋ยวจะไม่ได้อยู่ที่ห้องทำงานแล้วอย่างนั้นเหรอ?
“พี่สะใภ้” ฉีเซิ่งเทียนเรียกเธอด้วยน้ำเสียงที่ดูขุ่นเคืองแปลก ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องทำงานของจิ่งเป่ยเฉิน
เธอเลยเดินเข้าไปในห้องหลินจือเซี๋ยวบ้าง และก็พบว่าไม่มีใครอยู่
เธอบอกให้หลินจือเซี๋ยวเตรียมตัวไว้ให้ดี ๆ แต่ไม่ใช่เตรียมตัวหนีแบบนี้!
จบแล้ว!
เธอรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาหลินจือเซี๋ยวทันที รอสายอยู่สักพักปลายสายก็กดรับ “โหรวโหรว!”
“เธออยู่ไหน?”
“ฉัน….อยู่ที่บ้าน ฉันไม่อยากเจอหน้าเขา!” หลินจือเซี๋ยวพูดขึ้น ก่อนจะพูดต่อว่า “โหรวโหรว ฉันบอกกับเขาแล้ว หย่ากันเมื่อไหร่ค่อยมาหาฉัน ถึงแม้จะรู้ว่าทะเบียนสมรสไม่เป็นผล แต่ว่าทัศนคติรับผิดชอบชั่วดีของฉันไม่ต้องการมัน! ไม่สนใจแม้ว่าเขาจะหย่าหรือไม่หย่า ฉันแค่รู้สึกว่าตัวเองเหมือนเป็นมือที่สาม!”
“ก็ได้ งั้นเธอก็อยู่บ้านดี ๆ อย่าหนีไปทั่วนะ” เดิมทีเธอจะพูดว่าเดี๋ยวเลิกงานจะแวะไปหา แต่พอลองคิดดูอีกที ไม่แน่ฉีเซิ่งเทียนอาจจะไปหาเธอ เพราะงั้นตัวเองไม่ไปน่าจะดีกว่า
หลินจือเซี๋ยวเมื่อวางสายไปแล้วก็มองไปที่ช่างกุญแจที่อยู่เบื้องหน้า เขากำลังเปลี่ยนที่ล็อกกุญแจใหม่ “ขอบคุณนะคะอาจารย์! ลำบากคุณแล้ว!”
ครั้งนี้ฉีเซิ่งเทียนต่อให้มีกุญแจก็จะไม่มีโอกาสได้เข้ามาแน่ เพราะเธอเปลี่ยนกุญแจชั้นสองเกือบหมดเกลี้ยง
อันโหรวถือโทรศัพท์เดินเข้าไปในห้องทำงาน เมื่อผ่านห้องทำงานของจิ่งเป่ยเฉิน ฉีเซิ่งเทียนก็เดินออกมา เธอยิ้มให้ฉีเซิ่งเทียนพลางพยักหน้าราวกับเป็นสัญญาณบางอย่าง
เมื่อเขาออกไป เธอก็เดินเข้าไปในห้องทำงานของจิ่งเป่ยเฉินทันที
“ประธานจิ่ง ขออนุญาตถาม เมื่อครู่นี้พวกคุณคุยปรึกษาอะไรกันอยู่เหรอ?” อาจจะเป็นเรื่องของฉีเซิ่งเทียนและเฉินเหยียนที่ต้องการหย่ากันแน่ ๆ อย่างน้อยเขาก็ต้องรู้เรื่องนี้
“ปรึกษาเรื่องกดดันสกุลเฉิน” จิ่งเป่ยเฉินพูดตรง ๆ อย่างไม่ปิดบัง
อันโหรวขมวดคิ้วขึ้นและเดินไปหาเขา “ทำไมฉีเซิ่งเทียนถึงไม่ทำข้อตกลงกับเฉินเหยียน? หรือว่าเธอปฏิเสธที่จะหย่ากับเขา?”
“เฉินเหยียนบอกกับฉีเซิ่งเทียนว่าจะหาแฟนก่อนแล้วค่อยทำเรื่องหย่าอีกที” จิ่งเป่ยเฉินมองดูเธอเข้ามาใกล้ ก่อนจะทำท่ากอดภรรยาของตัวเอง
เมื่อคืนมีหลายสิ่งหลายอย่างยุ่งมากจนเกินไป เธอจึงไม่ได้สนใจเขา อีกทั้งเขาเองก็ไม่มีเวลาให้ใกล้ชิดด้วย
อันโหรวเดินเข้าไปข้าง ๆ เขาก็ถูกเขากอดทันที มือสองข้างของเธอตอนนี้ถูกเขาคุมขังเอาไว้แนบชิดกับตัว “เฉินเหยียนสวยมากเลยนะ หาแฟนสักคนนี่มันไม่ง่ายเลยงั้นเหรอ? ทำไมต้องหาเรื่องกดดันสกุลเฉินด้วย?”
บิ๊กบอสเอาหัวของตัวเองพิงไปที่คอของเธอ ก่อนจะพูดเบา ๆ ว่า “ฉีเซิ่งเทียนเขาตั้งใจแบบนั้น”
“เขาคิดจะให้สกุลเฉินทำให้เธอยอมยกเลิกเรื่องหย่าพวกนี้เหรอ? เช้านี้ไม่ใช่ว่าฉันบอกกับนายไปแล้วเหรอว่าทะเบียนสมรสของเขาไม่เป็นผล หรือว่านายยังไม่บอกฉีเซิ่งเทียน?”
“ไม่”
“นายนี่เป็นพี่ชายที่ดีจริง ๆ เลยนะ เขาช่วยนายตั้งเยอะแบบนั้น แต่เรื่องแบบนี้นายกลับไม่ช่วย” เธอยิ้มอย่างอดไม่ได้ ครั้งก่อนตอนที่เขาเกิดเรื่อง ฉีเซิ่งเทียนก็ช่วยเขาซะเต็มที่เลย
มือใหญ่ ๆ ของเขาตอนนี้ปล่อยตัวเธอออกชั่วคราว ก่อนจะพูดเสียงต่ำข้าง ๆ หูของเธอ “ฉันต้องช่วยเขาอยู่แล้ว”
เขาคิดจะช่วยฉีเซิ่งเทียน ช่วยกดดันสกุลเฉินให้ เป็นพี่ชายที่แสนดีจริง ๆ
“ความหมายของนายคือไม่ตั้งใจที่จะพูด เลยไม่พูดอะไรเลยสินะ” มือใหญ่ค่อย ๆ ขยับเข้าไปในเสื้อผ้าของเธอทีละนิด
“หยุดเลยนะ! หยุดมือของนายเดี๋ยวนี้!” เมื่อครู่เธอกำลังคิดเรื่องอะไรบางอย่างอยู่ จู่ ๆ เขาก็แอบมาสัมผัสแบบนี้
แต่ว่าตอนนี้กลายเป็นว่าชุดชั้นในของเธอถูกปลดเปลื้องออกหมดแล้ว
“ที่รัก…..” จู่ ๆ เขาก็กอดเธอ ทั้งสองคนมองหน้ากันและกัน สายตาเต็มไปด้วยล้ำลึกและชวนหลงใหล “มือของฉัน…..มันยาวไปหน่อย”
“งั้นฉันตัดทิ้งให้ไหม!” เขากล้าพูดอะไรที่ไร้ยางอายแบบนี้ออกมาได้ยังไง
มือยาวอย่างนั้นเหรอ?
“เต็มใจหรือเปล่า?” บิ๊กบอสมองไปที่ใบหน้าเล็ก ๆ ที่กำลังกลายเป็นสีแดง ก่อนจะค่อย ๆ ขยับมือต่อไป แต่ก็ถูกเธอจับแขนเอาไว้
“ไม่ได้ ที่นี่มันห้องทำงาน ไม่มีถุงยางด้วย!” พวกเขาบอกว่าไม่อยากได้ลูกแล้ว แต่สองวันที่ผ่านมาก็เป็นช่วงไข่ตก อีกทั้งยังจะให้มาทำในที่แบบนี้อีก
“มีนะ”
“อะไรนะ?” นี่เขาจริงจังงั้นเหรอ?
เธอมองเขาด้วยสีหน้าที่แปลกใจ ดวงตาของเธอมองไปที่มือของเขาที่กำลังหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากลิ้นชักและหนีบไว้ที่นิ้วมือ เธอแทบจะหมดคำพูด “นี่คุณสามี คุณนี่มันเป็นพ่อที่เตรียมพร้อมทุกอย่างจริง ๆ เลยนะ”
“ลองดูหน่อยจะได้รู้ว่าดีหรือไม่ดีไง” นิ้วมือใหญ่จับไปที่หลังศีรษะของเธอ ก่อนจะเอนตัวเข้าไปใกล้
สักพักหนึ่งริมฝีปากที่อบอุ่นก็ประกบกัน “อืม……”
เธอที่เพิ่งเข้ามาถามถึงสถานการณ์ คิดไม่ถึงเลยว่าตอนนี้ตัวเองจะตกอยู่ในสภาพนี้ได้!
ยังเช้า ยังกลางวัน หนำซ้ำยังเป็นห้องทำงาน เขากลับมาทำเรื่องแบบนี้ ดูไม่สอดคล้องกันเลยสักนิด!
……
หลินจือเซี๋ยวกำลังนั่งดูทีวีอยู่บนโซฟา ไม่ช้าเธอก็ได้ยินเสียงรถที่วิ่งเข้ามาจอดอยู่ด้านนอก เธอนั่งยอง ๆ ขึ้นมาทันที ไม่ยอมเปิดประตูแน่ ๆ
หลังจากนั้นเธอก็ได้ยินเสียงไขกุญแจดังขึ้น เธอส่ายหน้า ไม่ว่ายังไงก็จะไม่มีทางเปิดประตู!
หลังจากนั้นเธอก็รู้สึกเหมือนมีคนกำลังคิดจะปีนบันไดขึ้นมา แกรก!
ไม่จริง!
กระจกชั้นสองน่าจะแข็งแรงมากไม่ใช่เหรอ?
เธอมองขึ้นไปที่ชั้นดาดฟ้า ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงตะโกนดังขึ้น ตัวเล็ก ๆ ของเธอถึงกับหดตัวทันที หัวของเธอพลันแข็งทื่อเมื่อมองไปทางบันได
ไม่ช้าก็เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาของฉีเซิ่งเทียนสะท้อนกระจกออกมา เมื่อเขาเห็นเธอ เขาก็แสดงสีหน้าไม่พอใจทันที “เซี๋ยวเซี๋ยว มันเจ็บนะ!”
“นายทุบกระจกเอง ไม่เจ็บก็แปลกแล้ว” เธอลุกขึ้นด้วยความกังวล ในโลกนี้มีคนงี่เง่าแบบนี้ด้วยงั้นเหรอ?
“เลือดออกหรือเปล่า? เลือดไหลไหม?” เธอมองเขาขึ้นลงไปมา สุดท้ายก็จ้องไปที่ใบหน้าของเขา “บอกไปแล้วถ้าไม่หย่าก็ไม่ต้องมาหาฉัน ฉันไม่อยากเป็นมือที่สาม ฉันไม่อยากทำตัวเหมือนนายหรอกนะ”
“อันที่จริงพวกเรามาลองแต่งงานที่ด้านนอกดูก็น่าจะไม่เลวนะ” ฉีเซิ่งเทียนที่เพิ่งเตะกระจกด้วยเท้าของเขา แน่นอนว่าทั้งตัวเขาไม่ได้บาดเจ็บอะไร
แต่ก็ได้รู้ว่าเซี๋ยวเซี๋ยวของเขาเป็นห่วงเขาขนาดไหน รู้แบบนี้เขาน่าจะตีตัวเองให้เจ็บ ๆ ไปเลย เธอจะได้เข้ามาหาเขา มาคอยดูแลเขาอย่างใกล้ชิด