อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 517 คืนนี้ต้องไม่ให้เขาเข้าห้อง
ตอนที่ 517 คืนนี้ต้องไม่ให้เขาเข้าห้อง
เธอค่อย ๆ หันหน้าไปมองชายที่อยู่ข้าง ๆ เธอ คืนนี้ต้องไม่ให้เขาเข้ามาในห้องแล้ว!
ฉีเซิ่งเทียนเลิกคิ้วอย่างมีชัย ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้เธอด้วยท่าทางออดอ้อน “เซี๋ยวเซี๋ยว เธออยากกินอะไร?”
“นายสั่งมาหมดทุกอย่างแล้ว ยังจะถามฉันอีกนะ หรือว่านายไม่รู้ว่าฉันชอบกินอะไร?” ถ้าหากเขาไม่รู้ละก็ คงไม่จำเป็นต้องมีแฟนแล้วใช่ไหม?
ควรเปลี่ยนหน่อยหรือเปล่านะ?
“แน่นอนว่ามี” ขณะที่เขาพูดอยู่นั้น บริกรก็ได้นำอาหารเข้ามาเสิร์ฟ
แต่เฉินเหยียนยังไม่มาเลย หรือเธอจะไม่มาอย่างนั้นเหรอ?
หลินจือเซี๋ยวมองอาหารตรงหน้า ทุกอย่างล้วนน่ากินมาก หลังจากนั้นก็หันหน้าไปมองเซว์มู่ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามที่มีท่าทีไม่ได้รีบร้อนอะไร แต่กลับหยิบส้อมและมีดขึ้นมาเตรียมรอกินข้าวแล้ว
ส่วนคนที่จะมานัดบอด เป็นไปได้ไหมที่จะถูกทอดทิ้งไป?
ไม่ช้าเธอก็ค่อย ๆ หันหน้าไปมองผู้ชายที่อยู่ข้าง ๆ เธออีกครั้ง “นายช่วยโทรหาเฉินเหยียนหน่อยสิ”
เธอไม่มีเบอร์ของเฉินเหยียน เพราะงั้นเลยต้องถามฉีเซิ่งเทียน
อีกทั้งตัวเธอเองก็ไม่มีแม้แต่เบอร์ของเซว์มู่ ไม่รู้ว่าฉีเซิ่งเทียนติดต่อเขาได้ยังไงกัน?
“เธอเป็นเด็กหรือไง? อยากให้ฉันโทรหาเธออย่างนั้นเหรอ? ตัวเองไม่มาก็ช่างสิ ถูกไหม?” ฉีเซิ่งเทียนไม่ได้สนใจแม้แต่ตัวของเฉินเหยียนเลยสักนิด
แต่แล้ว………..
ทันใดนั้นเขาก็เหลือบสายตามองเซว์มู่ที่อยู่ตรงข้าม ถ้าหากไม่พาเฉินเหยียนมา มีหวังชายที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็จะมองเซี๋ยวเซี๋ยวของเขาอยู่ตลอดเวลา
แบบนี้ไม่ได้!
หลินจือเซี๋ยวละสายตากลับมาที่เดิม แต่แล้วจู่ ๆ ก็เห็นเขาหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาและกดไปที่เบอร์ของเฉินเหยียนอย่างรวดเร็ว สายตาที่งดงามเกิดความสงสัยขึ้นมาในใจ เมื่อครู่นี้บอกว่าเฉินเหยียนไม่มาก็ช่าง แต่ตอนนี้มันยังไงกัน?!
ฉีเซิ่งเทียนพยายามโทรศัพท์หาเฉินเหยียนอย่างเงียบ ๆ ผ่านไปชั่วครู่ปลายทางถึงกดรับ “เธออยู่ไหน?”
“กำลังไป! อะไร คิดถึงฉันหรือไง?”
เสียงนี้……….
เห็นได้ชัดว่าอยู่ใกล้มาก!
ฉีเซิ่งเทียนวางสายทันที ไม่ช้าก็เห็นเงาคนคนหนึ่งเดินเข้ามา หลังจากนั้นก็เดินไปนั่งข้าง ๆ เซว์มู่
เมื่อเฉินเหยียนนั่งลงข้าง ๆ เซว์มู่ก็เหลือบสายตามองไปที่เขาอย่างเป็นประกาย ก่อนจะมองไปที่ฉีเซิ่งเทียนด้วยความโกรธต่อ “สายตาไม่เลวนี่! ดีกว่านายมาก ๆ …..น่าดูกว่ากันตั้งเยอะเลย”
หลินจือเซี๋ยวแทบจะหมดคำพูด มีแบบนี้ด้วยงั้นเหรอ?
“เซี๋ยวเซี๋ยว บนถนนรถค่อนข้างติด พวกเธอรอนานเกินไปไหม?” เธอวางกระเป๋าในมือลง ก่อนจะหันหน้าไปมองเซว์มู่ “ที่จริงแล้ว…..ฉันแต่งงานแล้วนะ!”
ฉีเซิ่งเทียนรู้สึกเหมือนสมองของตัวเองกำลังจะระเบิด เธอบอกว่าให้แนะนำผู้ชายให้เธอหน่อย แต่ตอนนี้กลับมาบอกว่าตัวเองแต่งงานแล้วต่อหน้าเขา นี่มันไม่เท่ากับว่าตบหน้าเขาหรือไงกัน?
“ไม่เป็นไร ผมเองก็มีผู้หญิงที่ชอบแล้วเหมือนกัน” เซว์มู่เอ่ยอย่างเรียบเฉย สายตาของเขามองไปที่หลินจือเซี๋ยวที่กำลังหยิบแก้วน้ำส้มขึ้นมาดื่ม
หลินจือเซี๋ยวทำท่าทางชะงักเล็กน้อย ผู้หญิงคนนั้นคงไม่ใช่เธอหรอกนะ
“อย่างนั้นก็ดี!” เฉินเหยียนมองไปที่อาหารบนโต๊ะ อาหารไม่เลว เป็นของที่เธอชอบด้วย
เฉินเหยียนกินอาหารอย่างมีความสุข แต่คนอื่น ๆ ที่อยู่บนโต๊ะต่างก็มีความคิดไปคนละแบบ โดยเฉพาะชายที่อยู่ตรงข้าม สายตาของเขาเหมือนคิดอยากจะฆ่าเธอให้ตายไปเลย เธอมองไม่เห็นหรือยังไงกัน
ทางด้านหลินจือเซี๋ยวกินเพียงเล็กน้อยด้วยท่าทีหดหู่ อารมณ์อยากกินของเธอแทบจะหายไปหมด นี่เป็นความคิดที่ค่อนข้างแย่จริง ๆ เธอเริ่มไม่เข้าใจแล้วว่าเฉินเหยียนคิดอะไรอยู่กันแน่
ไม่ชอบฉีเซิ่งเทียนแต่ก็ไม่ยอมหย่า บอกให้แนะนำคนให้หน่อย แต่กลับบอกว่าตัวเองแต่งงานแล้ว
เธอไม่เข้าใจความคิดของเธอในฐานะที่เป็นผู้หญิงเหมือนกันเลยสักนิด ฉีเซิ่งเทียนเองก็คงไม่อยากคิดเหมือนกัน
เฉินเหยียนกินอาหารเสร็จด้วยท่าทางมีความสุข ก่อนจะหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาเช็ดปากตัวเอง เธอมองไปที่ฉีเซิ่งเทียนที่อยู่ตรงข้ามและพูดขึ้น “พวกเราไปซื้อแหวนแต่งงานกันเลยดีไหม? ไม่อย่างนั้นคนอื่น ๆ อาจจะเข้าใจผิดได้นะ”
ซื้อแหวนแต่งงาน!
“เฉินเหยียน เธอคงไม่ได้…..” ฉีเซิ่งเทียนคิดอยากจะตะโกนคำด่าออกมา แต่ตอนนี้ดูแล้วไม่เหมาะสมเท่าไร!
เห็นได้ชัดว่าเซี๋ยวเซี๋ยวจะต้องโกรธมากแน่ ๆ
“ฉันอะไร? ไม่ใช่ว่านายควรเป็นสามีหรอกเหรอ? แต่งงานกันมาตั้งนานแล้ว อยู่ข้างนอกฉันก็ไม่เคยพูดถึง แหวนแต่งงาน ฉันถูกนายดูถูกมานานแล้วนะ!” เฉินเหยียนยกมือขึ้นมาตรงหน้าเขา ก่อนจะมองไปที่สายตาของฉีเซิ่งเทียนที่คิดจะจับมือของเธอไว้ ไม่ช้าเธอก็รีบดึงมือของเธอกลับ
“เสี่ยวเทียนเทียน นายทำแบบนี้กับฉัน ฉันเสียใจนะ หากฉันเสียใจละก็ ฉันคงพูดจาเลอะเทอะ เลอะเทอะแน่เลย….” เธอเหลือบสายตามองไปที่หลินจือเซี๋ยวที่อยู่ข้าง ๆ เขา “คนที่เศร้าที่สุดก็คงเป็นเธอที่ไปรักกับคนแบบเขา”
เธอพูดเสร็จก็ลุกขึ้น ก่อนจะหยิบกระเป๋าและมองไปที่เขา “เสี่ยวเทียนเทียน สรุปเรื่องแหวนแต่งงานนายจะไปซื้อไหม? ถ้าไม่ไป ฉันจะได้ซื้อของฉันเอง ส่วนนายก็ไปหามาใส่ด้วย!”
“เฉินเหยียน เธอพอสักที!” ฉีเซิ่งเทียนลุกขึ้นพลางจ้องเขม็งไปที่เธอ “เธอตามฉันมานี่!”
“เดิมทีพวกเราก็จะออกไปด้วยกันอยู่แล้วนี่!” เฉินเหยียนเป็นฝ่ายเดินออกไปก่อนเป็นคนแรก แผ่นหลังของเธอดูแล้วมีความสุขมากจริง ๆ
ฉีเซิ่งเทียนยังไม่ทันได้เดินตามไป เขาก้มหน้ามองหลินจือเซี๋ยว ก่อนจะพูดขึ้น “เซี๋ยวเซี๋ยว เดี๋ยวจะรีบจัดการให้เรียบร้อย เธอรอโกรธฉันอยู่นี่ละกันนะ รอก่อนนะ”
“ดีนี่!” เธอโกรธหรือไม่โกรธ แต่ต้องรอเขาอยู่ที่นี่อย่างนั้นเหรอ?
เหอะเหอะ คนผีทะเลนี่มันจริง ๆ เลย!
ฉีเซิ่งเทียนรีบก้าวเท้าเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ทั่วทั้งตัวเผยอารมณ์ที่เย็นเฉียบออกมา ก่อนจะทิ้งให้พวกเขาสองคนนั่งมองหน้ากันอย่างเงียบ ๆ
เซว์มู่รู้สึกสงสัยเล็กน้อยกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ ก่อนจะมองไปที่ใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอที่กำลังโกรธอยู่ และพูดขึ้นว่า “คุณรักเขามากเกินไปหรือเปล่า? ถึงได้ยอมเป็นมือที่สามและไม่ทิ้งเขาแบบนี้?”
เฉินเหยียนบอกว่าเธอแต่งงานแล้ว แต่คิดไม่ถึงเลยว่าคนที่เธอแต่งงานด้วยจะเป็นฉีเซิ่งเทียน!
แต่….
เห็นได้ชัดว่าหลินจือเซี๋ยวเองก็รู้ดี เธอกับเขาอยู่ด้วยกัน ช่างรักกันจริง ๆ
รักกันมากถึงขนาดไปยุ่งกับการแต่งงานของคนอื่น……..แบบนี้ดีแล้วจริง ๆ เหรอ?
“เอ่อ…..” หลินจือเซี๋ยวหยิบกระเป๋าขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ ไม่ช้าก็ขยับตัวไปนั่งตรงโซฟาและพูดขึ้น “ความจริงเลยนะ! พวกเราไม่ได้เป็นแบบที่คุณคิดหรอก คืนนี้มีเรื่องเกิดขึ้นต้องขอโทษคุณจริงๆ ขอโทษด้วยนะคะ!”
เธอไม่คิดเลยว่าเหตุการณ์มันจะกลายเป็นแบบนี้ เฉินเหยียนนี่เอาแต่ใจตัวเองเกินไปแล้ว!
ขนาดแม้แต่ตัวเธอเองก็ยังไม่รู้เลยว่าประโยคต่อไปที่เธอจะพูดคือเรื่องอะไร
“ไม่ใช่แบบที่ผมคิดอย่างนั้นเหรอ หรือว่ายังมีอย่างอื่นอีก?” เซว์มู่ดูจากท่าทางของเธอแล้ว เขาเองก็ลุกขึ้นและเดินไปนั่งข้าง ๆ เธอ ก่อนจะก้มลงมองไปที่ตัวเธอ “พวกเราเป็นเพื่อนกันนะ ถ้าหากเธอชอบเขาจริง ๆ และเขาเองก็ชอบเธอ ทำไมเขาถึงไม่ยอมหย่า?”
“เฮ้อ……….” เธอไม่รู้จะอธิบายยังไงดี แต่ทำไมตัวเธอถึงต้องมาอธิบายให้เขาฟังด้วย?
“นายก็อย่าเพิ่งไปบอกคุณป้าละกัน ไม่อย่างนั้นคุณป้าคงเอาเรื่องนี้ไปบอกกับแม่ฉันแน่ ส่วนเรื่องนี้ฉันจะจัดการมันเอง ขอบคุณนะ!” เธอรีบถือกระเป๋าและลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอก
เซว์มู่มองดูแผ่นหลังของเธอ ฉีเซิ่งเทียนไม่ใช่ว่าตอนนี้อยู่ข้างนอกเหรอ?
ทำไมจู่ ๆ เธอถึงอยากรีบออกไปแบบนั้น?
หลินจือเซี๋ยวเมื่อออกไปข้างนอกก็เจอกับฉีเซิ่งเทียน เธอคิดจะเดินหันหลังและเดินออกไปอีกทาง แต่แล้วเธอก็ถูกเขาจับแขนเอาไว้ เดินออกไปไหนไม่ได้
“นายช่วยส่งฉันกลับบ้านหน่อย!” เธอแกล้งพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนกับเขา
ไม่รู้เลยว่าตอนนี้เฉินเหยียนหายไปไหนแล้ว ไม่รู้เลยว่าพวกเขาพูดเรื่องอะไรกันไปบ้าง
“ไปกันเถอะ!”
ระหว่างทางกลับบ้าน ทั้งสองคนไม่พูดไม่จาเลยสักคำ ทุกอย่างล้วนแต่เงียบสงบ ฉีเซิ่งเทียนเองก็ดูเหมือนจะมีเรื่องอะไรอยู่ในใจ ตัวเธอเองก็เช่นกัน
เมื่อครู่นี้ดันเกิดเรื่องที่ร้านอาหาร ตอนนี้เมื่อคิดดูแล้วก็รู้สึกหดหู่ไม่ใช่น้อย มันหดหู่จนเอ่ยคำพูดออกมาไม่ได้
พอถึงประตูบ้าน รถก็จอดลงอย่างเงียบ ๆ ทั้งสองคนยังไม่ได้ลงจากรถ ฉีเซิ่งเทียนเหมือนกำลังรอหลินจือเซี๋ยว บางทีไม่แน่คืนนี้ตัวเธออาจจะไม่ยอมให้เขาเข้าไปในบ้าน
หลินจือเซี๋ยวหันหน้าไปมองเขา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสงบ “ฉันคิดว่านายควรจัดการเรื่องนี้ให้มันจบเร็วที่สุดนะ แล้วจากนั้นค่อยมาหาฉัน ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ใจฉันไม่สงบแน่ ๆ มันอึดอัดนะ”
“ได้” เขามาหาเธอไม่ได้ แต่อย่างน้อยที่บริษัทก็ยังคงเห็นเธออยู่
แต่การตกปากรับคำของเขามันเร็วไปหน่อยหรือเปล่านะ?