อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 518 อาจจะเป็นไปได้ที่อยากอยู่กับเฉินเหยียน?
- Home
- อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด
- ตอนที่ 518 อาจจะเป็นไปได้ที่อยากอยู่กับเฉินเหยียน?
ตอนที่ 518 อาจจะเป็นไปได้ที่อยากอยู่กับเฉินเหยียน?
อาจจะเป็นไปได้ที่อยากอยู่กับเฉินเหยียน?
หลินจือเซี๋ยวคิดถึงความเป็นไปได้ เธอก็ยิ่งเจ็บมากขึ้นกว่าเดิม หลังจากที่เปิดประตูรถ เธอก็เดินออกไปทันที
ฉีเซิ่งเทียนมองแผ่นหลังของเธอจนกระทั่งเดินเข้าไปในบ้าน ไฟในห้องนั่งเล่นถูกเปิดขึ้นและดับลง จากนั้นเขาจึงขับรถออกไป
……
บ้านพักริมหน้าผาบนภูเขา ลมตอนกลางคืนเย็นกว่าในเมืองมาก หนำซ้ำยังมีความเย็นสบายขึ้นมาในร่างกาย
ฉีหย่วนหยางยืนถือแก้วไวน์ไว้ในมือ สายตาจ้องมองดูพระจันทร์เสี้ยวที่อยู่ห่างไกลออกไปราวกับไร้ลมหายใจ
เซว์มู่หลังจากดื่มไวน์ก็รู้สึกตัวอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย “บอส! วันนี้ฉันได้ไปเปิดโลกใหม่มาด้วย!
“หาผู้หญิง?” ฉีหย่วนหยางยิ้มอย่างเกียจคร้าน
“ไม่ได้ไปหาหญิง ช่างเถอะ! แต่ว่าไม่สำเร็จ ผลลัพธ์ไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือเกิดเรื่องขึ้น!” เซว์มู่หมุนแก้วไวน์ในมือและพูดอย่างช้า ๆ ว่า “บอส คุณไม่คิดอยากลองทำตามใจตัวเอง แย่งความรักจริง ๆ ดูบ้างเหรอ?”
หลังจากที่เขาพูดจบ ร่างกายก็รู้สึกถึงความหนาวเย็นขึ้นมา สายตาคู่นั้นเหลือบมองมาที่เขา “ฉันเป็นคนอย่างนั้นเหรอ?”
“เพราะงั้นคุณคิดว่าพวกเขาจะหย่ากันจริง ๆ เหรอ?” เซว์มู่ส่ายหน้าก่อนจะดื่มไวน์ย้อมใจอีกครั้ง “น้องชายของจิ่งเป่ยเฉินนั่นแต่งงานแล้ว เพื่อนสนิทของอันโหรวก็อยู่กับเขา! บอสคุณนี่หยิ่งผยองเกินไปหรือเปล่า เพราะงั้นถึงได้ไม่จับผู้หญิงคนนั้นกลับมา!”
เมื่อก่อนเขาไม่ได้อยู่ฝรั่งเศส ไม่รู้จักอันโหรว แต่ว่าตอนนี้อยู่กับฉีหย่วนหยางและความสัมพันธ์ระหว่างเกาเซินเองก็ไม่เลว เพราะงั้นจึงรู้เรื่องที่สำคัญอยู่บ้าง
“หยิ่งผยอง?” เขาหยิ่งผยองตรงไหน? และผู้หญิงคนนั้นก็ไม่เคยให้โอกาสเขาเลยตั้งแต่ต้น เขาไม่เคยได้เป็นฝ่ายเริ่มก่อน
มองดูเธอนั้นปฏิเสธทุกคนที่เข้าไปขอเป็นแฟนทีละคน ไม่แน่ว่าเขาอาจจะโดนแบบนั้นด้วยก็ได้ จึงไม่ได้แสดงท่าทางใด ๆ ออกมา
ผลสุดท้าย!
เขากลับมา เธอก็อยู่กับจิ่งเป่ยเฉินแล้ว!
เขานี่หยิ่งผยองจริง ๆ
“บอส คุณจะเป็นแบบนี้ไม่ได้นะ! ถ้าหากว่าพวกเขาหย่ากันเพราะเด็กในท้องของเย่มู่เหยียน แล้วถ้าเด็กคนนั้นไม่ใช่ลูกของจิ่งเป่ยเฉินจะทำยังไง? กว่าเด็กจะคลอดก็ใช้เวลาอีกนาน แบบนี้อาจจะเกิดเรื่องมากมายโดยไม่คาดคิดก็ได้” แม้เขาจะไม่เคยมีประสบการณ์จีบผู้หญิง แต่ว่าคืนนี้เขาได้เห็นมันแล้ว
บางครั้งการทำสิ่งต่าง ๆ เช่น ศีลธรรม ก็ไม่จำเป็นเลย
“อย่าลืมส่งคนไปคุ้มกันเย่มู่เหยียนดี ๆ ละกัน เพื่อให้เธอนั้นคลอดเด็กออกมา”
“อะไร?” ทันใดนั้นเซว์มู่ก็รู้สึกว่าความคิดในหัวของเขากับบอสนั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เด็กคลอดออกมาแล้ว ถ้าไม่ใช่ลูกจิ่งเป่ยเฉิน?
ถ้าเด็กเป็นลูกของจิ่งเป่ยเฉินจริง ๆ แบบนั้นอันโหรวจะยิ่งเสียใจหนักมาก แล้วจะหย่างั้นเหรอ?
หลังจากนั้นบอสก็จะฉวยโอกาสนี้?
“เธออยากจะให้เด็กเกิดมาก็ให้เกิดมา” ฉีหย่วนหยางมองไวน์ในแก้ว ภายใต้แสงจันทร์สีขาว แก้วที่สะท้อนไวน์สีแดงมีความต่างออกไป ช่างงดงาม
“เอาแต่ใจ!”
แต่กว่าจะคลอดออกมา……ยังอีกนานเลยนะ!
ฉีหย่วนหยางเม้มปากกะทันหัน ก่อนจะกระตุกยิ้ม “เรียกฉันว่าช่วยเหลือคนอื่นให้บรรลุผลตามความปรารถนา”
“เข้าใจ!”
ถึงจะไม่ใช่ลูกของจิ่งเป่ยเฉินก็พอมีความเป็นไปได้ที่จะเปลี่ยนเป็นจิ่งเป่ยเฉิน
และอาจจะไม่ใช่เขาจริง ๆ ก็ได้ ในโลกนี้มีผู้ชายที่หลงใหลมากมาย แต่ผู้ชายที่ทนต่อการยั่วยุนั้นก็อาจจะไม่แน่เสมอไป
……
วันรุ่งขึ้น
อันโหรวอยู่บริษัทด้วยบรรยากาศที่ต่างออกไป ความสัมพันธ์ระหว่างหลินจือเซี๋ยวกับฉีเซิ่งเทียนเหมือนหลบ ๆ ซ่อน ๆ
เธอฉวยโอกาสตอนที่เอาเอกสารไปให้จิ่งเป่ยเฉินมองเขาอย่างสงสัย “นายรู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น?”
บิ๊กบอสพูดขึ้นมาอย่างแผ่วเบา “พูดมา”
“ให้ฉันพูดอะไร? ตอบก่อนค่อยว่ากัน!” เขากำลังคิดอยู่ว่าควรจะบอกเรื่องใบทะเบียนสมรสที่ไม่ได้รับการยอมรับภายในประเทศกับฉีเซิ่งเทียนดีไหม
พวกเขาเป็นแบบนี้ต่อไป ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
จิ่งเป่ยเฉินเซ็นชื่อในเอกสารอย่างพลิ้วไหว ก่อนจะเงยหน้ามองใบหน้าที่อยากรู้อยากเห็นของเธอ “ฉันรู้ว่าเธอชอบใครแล้ว”
อันโหรวตาเป็นประกาย มือทั้งสองข้างเท้าที่โต๊ะทำงาน “ไหน ใคร!”
บิ๊กบอสมองการเคลื่อนไหวของเธอ สายตาค่อย ๆ เลื่อนลง “จะบอกเธอง่าย ๆ งั้นเหรอ?”
“แล้วนายจะคิดให้มันซับซ้อนทำไม?” เธอจ้องสายตาที่เขาจับจ้องมา ก่อนจะค่อย ๆ ยืนขึ้นตัวตรงพลางมองใบหน้าของเขา “บอกมา! ที่รัก…..นี่มันเกี่ยวข้องกับความสุขในชีวิตของน้องชายนายเลยนะ!”
“แล้วเธอจะสนใจเขาไปทำไม?”
“เพราะว่าเป็นน้องชายนายถึงได้สนใจไง และแน่นอนว่าเพราะจือเซี๋ยวด้วย” ไม่งั้นเธอจะยุ่งทำไม
เมื่อคิดถึงว่าตอนนี้เขากับถังซั่วยังคงโกรธและไม่คืนดีกัน หนำซ้ำยังไม่ได้ติดต่อกันอีก เธอก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงให้พวกเขาทั้งคู่กลับมาดีกันเหมือนเก่า
(คิดถึงเพียงเธอ)คาดว่าสัปดาห์หน้าก็จะออนแอร์ทางอินเทอร์เน็ตแล้ว วันงานแถลงข่าวที่ผ่านมา เมื่อคิดถึงการแสดงออกของทั้งคู่ที่เจอกันแล้ว ไม่มีผลใด ๆ เลยสักนิดเดียว
แต่ว่าหากไม่ได้เจอหน้ากันก็ไม่มีโอกาสได้คืนดีกันแน่ ๆ
“ฉีเซิ่งเหยา” บิ๊กบอสพูดด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยและไม่ได้พูดอะไรเพิ่ม “น่าจะใช่”
“พี่ของฉีเซิ่งเทียน?” ได้ยินชื่อน่าจะเป็นพี่ชาย แม้เธอจะไม่เคยเจอก็ตาม
“อืม”
“ทำไมถึงบอกว่าน่าจะใช่ ไม่ชัวร์เหรอ?” ความสงสัยของเธอนั้นเลยเกินขอบโต๊ะทำงานของเขาจนถูกเขาโอบเอวเอาไว้ “คำพูดของนายควรจะเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์สิ”
เพราะงั้นเฉินเหยียนชอบพี่ของฉีเซิ่งเทียน โดยที่ฉีเซิ่งเทียนเองก็ไม่รู้!
เขาอยู่ในบริษัทจิ่งนานกว่าอยู่ที่บ้านของตัวเอง อาจจะเพราะเขาไม่เข้าใจพี่ชายของตัวเองสักเท่าไรด้วย
จิ่งเป่ยเฉินเงยหน้ามองเธอ “โหรวโหรว ฉันเข้าใจเธอมากกว่า ส่วนคนอื่นไม่ได้สนใจอะไรมากขนาดนั้น”
“นายพูดมาแบบนี้แน่นอนว่าต้องเป็นเพราะเขา ทำไม?” เธออยากรู้อยากเห็นอย่างมาก!
ถ้าหากว่าเฉินเหยียนชอบคุณชายใหญ่ฉี แล้วทำไมเธอถึงไม่ไปตามคุณชายใหญ่ฉี?
ควรที่จะหย่ากับฉีเซิ่งเทียนแล้วไปตามคนที่ชอบหรือเปล่า?
ทำไมถึงทำแบบนั้นกัน?
บิ๊กบอสเลิกคิ้วขึ้นมา ก่อนจะใช้สายตามองไปที่เธอ บ่งบอกถึงสัญญาณให้เธอขยับเข้ามาใกล้ เมื่อมองไปยังใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอที่ใกล้เข้ามา เขาจึงค่อย ๆ ขยับปากพูดไปว่า “ตอนนี้เขากำลังช่วยตระกูลเฉินอยู่”
“เหตุผลแค่นี้เหรอ? ยังมีอีกไหม?” ถ้าหากตระกูลฉีมีความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลเฉินก็สมควรช่วยเหลือกันและกัน!
“โหรวโหรว เรื่องของเขาปล่อยให้พวกเขาจัดการเองเถอะ เธอมากังวลเรื่องฉันก็พอแล้ว!” เขารู้สึกว่าช่วงนี้เธอไม่ค่อยสนใจตัวเองเท่าไร
“แต่ละวันฉันก็อยู่กับนายแล้วไง เป็นกังวลนายทุกเรื่องนั่นแหละ” เธอสะบัดตัวและเดินออกไปจากอ้อมแขนของเขาทันที
เธอหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะขึ้นมา ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ในเมื่อเรื่องของพวกเขาก็ให้พวกเขาจัดการ ถ้าอย่างนั้นนายก็ไม่ต้องไปกดดันตระกูลเฉินแล้ว!”
“อืม”
เมื่อตกปากรับคำสัญญาก็ดูเหมือนว่าจะเป็นคุณชายใหญ่ฉีจริง ๆ
เธอเดินออกจากห้องทำงานของจิ่งเป่ยเฉิน ก่อนจะเดินตรงไปยังห้องทำงานของฉีเซิ่งเทียน เห็นเขากำลังจ้องไปที่คอมพิวเตอร์ด้วยใบหน้าที่จริงจังและดูยุ่งอยู่เล็กน้อย
“นายทำอะไรอยู่?”
“พี่สะใภ้!” ฉีเซิ่งเทียนได้ยินที่เธอพูดก็รู้สึกประหลาดใจ
แต่ว่าเขานั้นลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและเดินมาหาเธอ ก่อนจะปิดประตูห้องทำงานทันที
ครั้งนี้กลายเป็นอันโหรวที่รู้สึกหดหู่
“นายพูดก่อน” เขาทำแบบนั้นจะต้องมีเรื่องสำคัญที่อยากจะบอกก่อนแน่ ๆ