อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 528 ขโมยความคิดจากจิ่งเป่ยเฉิน?
ตอนที่ 528 ขโมยความคิดจากจิ่งเป่ยเฉิน?
อันโหรวชะงักฝีเท้าไปชั่วครู่หนึ่ง ก่อนจะหันหน้าไปมองใบหน้าที่เย็นชาของเขา “ประธานจิ่งช่วยพาฉันไปดูหน่อยสิ”
บิ๊กบอส : “……….”
สุดท้ายก็ได้แต่กะพริบตามองดูภรรยาตัวเองเดินออกไป เขาไม่น่าพูดเลย
อันโหรวเดินไปที่ประตูห้องทำงานของฉีเซิ่งเทียน เดิมทีเธอคิดอยากจะผลักเข้าไป แต่เมื่อคิดดูแล้วควรเคาะก่อนดีกว่า
หลังจากนั้นเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้า เป็นเสียงของรองเท้าส้นสูง
ประตูห้องทำงานสักพักหนึ่งก็ถูกหลินจือเซี๋ยวเปิดออก อันโหรวรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อมองเข้าไปข้างใน
โต๊ะทำงานสองตัว!
นี่ขโมยความคิดจากจิ่งเป่ยเฉินไปอย่างนั้นเหรอ?
หรือว่านี่เป็นความคิดแต่แรกของฉีเซิ่งเทียนอยู่แล้ว แต่แค่บอกให้เขาทำแทน?
“ก็ดี ทำงานแบบนี้จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น พยายามอย่าทำพลาดเชียว ฉันขอตัวก่อน” เธอรู้สึกว่าตัวเองกับจิ่งเป่ยเฉินถ้าหากอยู่ในที่เดียวกัน เธอคงทำงานไม่ได้แน่
เพราะอีกฝ่ายอารมณ์และบรรยากาศดูรุนแรงพอสมควร ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะมองหน้าเขาอยู่เสมอ
ไม่มีทางที่จะมีสมาธิในการทำงานได้แน่นอน!
หลินจือเซี๋ยวมองดูเธอที่เดินออกไป ตัวเองก็เดินตามออกไปบ้าง ก่อนจะปิดประตูห้องทำงานเบา ๆ
“เกิดอะไรขึ้น? ตัวเองไม่ได้ยอมเองเหรอ?” อันโหรวมองไปที่ใบหน้าของหลินจือเซี๋ยวที่ทำท่าราวกับน้ำตาคลาเบ้า ก่อนจะถามอะไรแปลก ๆ ออกไป
“ยากที่จะพูดมาก ตอนเช้าดูเหมือนจะทำงานไม่ได้แน่” หลินจือเซี๋ยวรู้สึกว่าตัวเองมีน้ำโหมากขึ้นเรื่อย ๆ “เขาไม่เคยทำงานเลยด้วยซ้ำ!”
เดี๋ยวก็หาอะไรกิน เดี๋ยวก็หาอะไรมานวด เดี๋ยวก็เข้ามากอด เดี๋ยวก็เข้ามารบกวนเธอ!!!!
“ฉันว่าแล้วต้องเป็นแบบนี้” โชคดีหน่อยที่เธอไม่ได้ตอบตกลงกับจิ่งเป่ยเฉิน
“โหรวโหรว เธอคิดวิธีหน่อยสิ ฉันไม่อยากอยู่ในห้องทำงานเดียวกันกับเขาแล้ว” แค่หนึ่งชั่วโมงเธอก็รู้สึกว่าทนไม่ไหวแล้ว
“ห้องทำงานของฉันก็ยังอยู่ดี ย้ายกลับไปได้ โหรวโหรว เพื่อไม่ให้งานของบริษัทเกิดความล่าช้า ช่วยบอกให้เขาเอาฉันกลับไปทีสิ! หรือไม่ก็ช่วยพูดกับบิ๊กบอสหน่อย ฉีเซิ่งเทียนจะต้องฟังเขาแน่”
“แล้วเธอไม่คิดว่าพวกเขาเหมือนคนชั่วที่มักรวมกลุ่มเดียว[1]กันเหรอ?” เธอคิดว่าเป็นไปได้ยากที่จิ่งเป่ยเฉินจะพูดเรื่องพวกนี้ สู้ย้ายโต๊ะทำงานพวกเขาไปอยู่ด้วยกันน่าจะง่ายที่สุด
“โหรวโหรว สุภาษิตเธอดูแย่ไปหน่อยนะ”
“แล้วการกระทำพวกเขาดีมากขนาดนั้นเลยหรือไง?” อันโหรวถามกลับอย่างใจเย็น “วางใจเถอะ ฉันจะหาวิธีให้เอง”
“โหรวโหรว เธอช่างดีเหลือเกิน ขอบคุณนะ!” หลินจือเซี๋ยวรู้สึกซาบซึ้งมาก อยากจะเข้าไปกอดเธอสักเต็มฟอด
หากตอนแยกจากกันละก็ มั่นใจเลยว่าต้องมีอารมณ์เสียแน่ ๆ แม้ว่ามือจะเกาะอยู่ตรงประตู แต่ก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศภายในที่อยู่ในห้องได้เป็นอย่างดี
อันโหรวไม่อยากมองเธออีก ก่อนจะหันหลังและเดินออกไป
ทิ้งเอาไว้ให้หลินจือเซี๋ยวอยู่ในห้องกับสัตว์ป่าที่ดุร้ายตามลำพัง ทันทีที่เธอเปิดประตูเข้าไปในห้องก็ถูกผลักให้ชิดกับประตูทันที
“คิดจะทำอะไรไม่ดีหรือเปล่า? ฉันทั้งนวด ทั้งหาอาหารมาป้อน แต่กลับคิดอยากหนีออกไปเหรอ?” เขาให้ความใส่ใจเธอตลอดช่วงเช้า แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นเธอคิดอยากจะออกไปซะงั้น
“ผู้จัดการฉี ไม่ใช่ว่าฉันจะออกไปอย่างเดียวหรอกนะ แต่การที่คุณทำแบบนี้มันรบกวนการทำงานของฉัน ไม่มีสมาธิเลยสักนิดเดียว” ประสิทธิภาพการทำงานของเธอลดลงเป็นอย่างมาก เธอสัมผัสมันได้
“ไม่ไปก็ได้นี่” ฉีเซิ่งเทียนยืนตัวตรง ก่อนจะหันหลังกลับไปนั่งที่ตัวเอง
ไม่ใช่ว่าเขาไม่ฟังคำพูดของเธอหรอกนะ!
แต่ตอนนี้ตัวเธอได้แต่คาดหวังกับโหรวโหรวอยู่ โหรวโหรวเป็นคนฉลาด ต้องมีทางให้อยู่แล้ว
แต่สิ่งที่หลินจือเซี๋ยวคาดไม่ถึงก็คือ วิธีของอันโหรวคือให้พวกเขาไปกินข้าวกลางวันด้วยกัน และก็รู้มาว่าเธอพยายามเอาของของเธอคืน ไม่ช้าภายในห้องก็เต็มไปด้วยกลิ่นน้ำยาทำความสะอาด ตลอดการกินข้าวไม่ได้รับรู้ถึงรสชาติของอาหารเลยสักนิดเดียว
อย่างที่คิดไว้ มันตรงและเรียบง่ายมาก แทบไม่ต้องแจ้งให้ฉีเซิ่งเทียนทราบเลยสักนิดเดียว
หลินจือเซี๋ยวเมื่อหันหน้าไปมองชายที่มีใบหน้าหล่อเหลา ตอนนี้ใบหน้าของเขามืดมนมาก แต่คนที่อยู่อีกด้านของเขากลับยิ้มหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข
“ผู้จัดการฉี ครั้งนี้คุณกลับไปห้องทำงานก็สามารถทำงานได้เต็มที่แล้ว ฉันไม่รบกวนคุณแล้วกันนะ!” เธอเดินออกจากห้องทำงาน ก่อนจะเข้าไปทำงานที่ห้องของเธอต่อทันที แทบไม่สนแม้แต่สีหน้าที่ดำมืดของผู้ชายที่อยู่ตรงนี้เลยสักนิด
ด้วยเหตุนี้คนที่อยู่ทางด้านนี้ก็เลยรู้สึกดีไปด้วย!
มีโหรวโหรวคอยช่วยเธอ เธอก็ไม่ต้องกังวลอะไรอีกแล้ว (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
ฉีเซิ่งเทียนเมื่อเห็นใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอเต็มไปด้วยความสุข เขาเองก็ฝืนบังคับอะไรเธอไม่ได้
ไม่อย่างนั้นอีกเดี๋ยวครึ่งวันเธอก็จะหาทางหนีไป นั่นคงทำให้รู้สึกแย่มาก!
เขาชอบให้เธอทำงานอยู่ในสายตาเขา ทำงานด้วยกัน
เมื่อหลินจือเซี๋ยวกลับมานั่งทำงานต่อก็เหลือบสายตามองไปที่ประตู ตรงประตูห้องทำงานไม่เห็นแม้แต่เงาของเขาเลยสักนิด
เธอเลยกลับมามองที่หน้าจอคอมพิวเตอร์เหมือนเดิมและตั้งใจทำงานต่อ ทำงานให้เร็ว ๆ ดีกว่ามานั่งจีบกันในช่วงเวลาทำงาน
……
ชั่วพริบตาก็ถึงช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ฉีเซิ่งเทียนยืนกรานว่าจะพาเธอไปเที่ยว เธอเองก็ปฏิเสธไม่ได้ ปฏิเสธไม่ได้เลยสักนิดเดียว
วันศุกร์ตอนดึกก็นั่งเรือสำราญล่องแม่น้ำใหญ่
เมื่อมาถึงช่วงมื้อค่ำในเรือ พวกเขาสองคนก็ยืนอยู่บนดาดฟ้ารับลมเย็น ๆ ในยามค่ำคืน
หลินจือเซี๋ยวไม่ได้มัดผมแต่อย่างใด ปล่อยให้สายลมเย็น ๆ พัดผมของเธอให้พลิ้วไหว ยุ่งเหยิงโดนใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอ แต่ก็มีเส้นผมไม่กี่เส้นเท่านั้นที่บดบังทิวทัศน์ของเธอได้
ไม่ช้าจู่ ๆ ก็มีมือใหญ่โผล่ขึ้นมาตรงหน้าเธอ ก่อนจะคอย ๆ ลูบผมของเธอขึ้น ในที่สุดก็ดึงผมของเธอรวบไปอยู่ที่มือของเขา เหมือนกับว่าตอนนี้มือของเขากลายเป็นเชือกรัดแน่นไม่ให้ผมปลิว
ปีที่แล้วเธอตัดผมไป เวลาผ่านไปนานครึ่งปีกว่าก็ยาวอีกแล้ว ยาวเร็วมากแล้วจริง ๆ
“ไม่เป็นไร เส้นโดนใบหน้าแบบนี้ไม่ค่อยเจ็บเท่าไร แต่นายจับเอาแบบนี้เดี๋ยวจะเมื่อยแย่” เธอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เธอไม่เจ็บ ฉันเจ็บ” เขารู้สึกว่าจับผมเธอไว้แบบนี้น่าจะดีกว่า
เธอรู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจ เส้นผมนั้นคือส่วนหนึ่งของร่างกายเธอ ไม่ใช่ของเขา เขายังมาเจ็บด้วยอีก
ความเจ็บปวดที่ตัวเองได้รับมันก็ไม่ได้เท่าไร แต่คิดไม่ถึงเลยว่าแค่เส้นผมตีไปบนใบหน้าแบบนี้กลับเจ็บไปถึงเขาได้
หลินจือเซี๋ยวมองไปที่ทะเลตรงหน้า แสงจันทร์สีน้ำเงินสาดส่องลงมาเป็นประกายระยิบระยับ เมื่อมองไปที่ทะเลก็ไม่ได้มีอะไร ล้วนว่างเปล่าและเงียบสงบ
“ตั้งแต่อยู่กับนายมา ฉันก็มักจะมาสายหรือไม่ก็มาเช้าไป ทุกอย่างล้วนกลายเป็นความเคยชิน ว่าแต่เรือออกมาแบบนี้ จะกลับขึ้นฝั่งตอนไหนกัน?”
ไม่แปลกใจเลยสักนิดที่ช่วงนี้ประธานจิ่งจะเพิ่มเลขามาถึงสองคน เธอกับโหรวโหรวดูท่าไม่ช้าก็เร็วคงได้ตกงานแน่
“เธออยากกลับตอนไหน?”
“ปล่อยไปเลยตามเลยก็ได้! บนเรือนี้ไม่ได้มีแค่พวกเราสองคน ยังมีลูกค้าอีกเยอะ!” เธอไม่ต้องการเอาเหตุผลของตัวเองมาทำลายบรรยากาศดี ๆ ที่พวกเขาควรจะได้รับ
ฉีเซิ่งเทียนไม่ได้ตอบกลับเธอแต่อย่างใด แต่กลับถามคำถามอื่นแทน “เธอหนาวหรือเปล่า?”
“ก็นิดหน่อย” เพราะตัวเธอเองรู้สึกเหมือนตัวเขาเป็นเครื่องทำความอุ่นขนาดย่อม ไม่ได้รู้สึกหนาวเลยสักนิด
เธอบอกว่าไม่เป็นไร แต่กลายเป็นเขาเข้ามากอดเธอแทนเสียอย่างนั้น
“นี่นายจะทำอะไร? คิดจะเลียนแบบไททานิกหรือไง? ฉันไม่เอานะ!”
“ก็แค่อยากกอดเธอ ทำความอบอุ่นให้” เธอบอกว่าเธอไม่รู้สึกหนาวนี่นา
“อา………” ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกเจ็บจมูกขึ้นมา รู้สึกเริ่มจะหายใจไม่ออก
บนดาดฟ้าของเรือมีแขกที่เป็นนักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ อยู่ด้วย ดูเหมือนถ้าหากกอดไว้แบบนี้คงไม่ดีต่อสายตาเท่าไร
“ฉันอยากกลับไปพักผ่อนแล้ว”
“ได้!”
มือเล็ก ๆ ของเธอถูกเขาจับไว้แน่น ทั้งสองคนเดินผ่านฝูงชนและกลับไปยังห้องโถงใหญ่ภายในเรือ
นอกจากเสียงคลื่นที่ดังอยู่ด้านนอกแล้ว ภายในห้องก็ยังมีเสียงผู้คนคึกคักพูดคุยกันไม่หยุด
เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากที่อยู่ด้วยกันกับเขามาตั้งครึ่งวันจนเธอแทบจะติดเตียง ไม่อยากลุกขึ้นมาเลยสักนิด แต่ท้องของเธอกลับหิว ถ้าหากไม่ลุกก็คงไม่ได้
ทั้งสองคนกินข้าวด้วยกัน ฉีเซิ่งเทียนก็ให้คำแนะนำขึ้นมา “เซี๋ยวเซี๋ยว อยากจะไปดำน้ำหน่อยไหม?”
“ไม่เอา! นายไปเถอะ!!” เธอรู้สึกว่าให้ยืนบนดาดฟ้ายังคงดีกว่าเสียอีก
“แล้วเธออยากทำอะไร?” เขาเอ่ยถามอย่างใจเย็นออกไป
[1] คนชั่วมักจับกลุ่มรวมตัวกัน,ตะเภาเดียวกัน