อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 530 นายเพิ่งจะขอหมั้นก็จะแต่งงานแล้ว
ตอนที่ 530 นายเพิ่งจะขอหมั้นก็จะแต่งงานแล้ว
“ไม่! นายเพิ่งจะขอหมั้นก็จะแต่งงานแล้ว นี่รีบเกินไปหรือเปล่า? ฉันต้องขอพิจารณานิสัยของนายก่อน อย่าลืมว่าก่อนหน้านี้นายทำผิดอะไรไว้ ผู้หญิงทุกคนต้องเลิกกับนายแปดร้อยครั้ง!” เธอไม่อยากแต่งงานเร็วแบบนี้
ขอแต่งงานในสภาพแวดล้อมแบบนี้ก็ช่าง หรือว่าเขานั้นรีบขนาดนี้?
“แต่ว่าเซี๋ยวเซี๋ยวเธอไม่เหมือนกัน พวกเราเหมาะสมกันที่สุด ฉันอยากจะให้เธอแต่งเข้าบ้านฉันเร็ว ๆ” ฉีเซิ่งเทียนมองเธอ “ได้ไหม? พวกเราแต่งงานกัน เธอจะรังแกฉันยังไงก็ได้ อยากจะตีไม่ยั้งหรือด่าว่าไม่หยุดก็ได้”
เมื่อได้ยินเขาพูดจริงจังแบบนั้น เธอกลับยิ่งยืนกรานมากขึ้น “ฉันไม่เอาด้วยหรอก! แบบนั้นไม่มีความหมาย แบบนั้นก็ไม่ได้ทะเลาะกันหรอก คนเดียวมันน่าเบื่อ ฉันยังต้องคิดพิจารณารับมือกับนายก่อน”
ตรรกะของผู้หญิงแท้จริงแล้วนั้นไม่มีตรรกะจริง ๆ
ไม่คิดว่าไม่ทะเลาะกันนั้นจะไม่มีความหมาย
นี่เขาจะทำอะไรกันแน่?
“เซี๋ยวเซี๋ยว เธออยากจะทะเลาะก็ทะเลาะ หรือไม่อยากทะเลาะก็ได้ ขอแค่บอกฉันเป็นนัยก็พอ” ฉีเซิ่งเทียนโอบกอดเธอไว้แน่น ทั้งคู่เดินไปที่ดาดฟ้าเรือและกอดกันแน่น
หนุ่มหล่อสาวสวย ผู้คนต่างถ่ายรูปพวกเขาอยู่ไม่น้อยและดูคึกคักอย่างมาก
“ช่วงนี้ไม่ได้มีเรื่องอะไร หลังจากที่พวกเราแต่งงานกันจะได้ไปฮันนีมูนกันต่อ ตอนนี้พี่เฉินมีเลขาเยอะแล้ว เธอต้องให้โอกาสคนใหม่ ๆ บ้าง พวกเขาจะได้คุ้นชินกับหน้าที่ เธอจะได้ไม่ต้องมาลำบากอีก พี่สะใภ้เองก็ไม่ต้องลำบาก” เขาเกลี้ยกล่อมเธอ จะต้องให้เซี๋ยวเซี๋ยวแต่งงานกับเขาให้ได้
“เหอะเหอะ เพื่อที่จะหลอกให้ฉันแต่งงานกับนาย นับวันยิ่งพูดเก่งขึ้นเยอะเลยนะ ฉันก็ตกลงแต่งกับนายแล้ว เรื่องแต่งงานก็ไว้ค่อยคุยกันวันหลังเถอะ!” ที่นี่คนก็เยอะมาก เขาไม่จำเป็นต้องบังคับขนาดนี้ก็ได้ไหม?
“ได้ ค่อยคุยกันวันหลังก็ได้!” ฉีเซิ่งเทียนอุ้มเธอขึ้นมา “เซี๋ยวเซี๋ยว คู่หมั้นของฉัน!”
“อย่าหัวเราะจนเว่อร์ได้ไหมเนี่ย หน้าของนายนั่น?” มือทั้งสองข้างของเธอกอดคอเขาไว้ พลางมองเขาที่ดูดีใจแบบนั้น ความจริงแล้วตัวเธอเองก็ดีใจเหมือนกัน
เพราะเขาชอบเธอมาจากใจ!
ตอนนี้เธอลืมเรื่องที่ช็อกกับฉลามไปเกือบหมดแล้ว
“เซี๋ยวเซี๋ยว ฉันไม่ต้องการหน้าตา มีเธอก็พอแล้ว” เรื่องหน้าตานั้นมีได้ก็หมดไปได้
ภรรยามีเพียงคนเดียว จำเป็นต้องจับมือกุมไว้ให้แน่น
“ขนลุก!”
“ขนลุกเหรอ? นี่เป็นคำเรียกปกติของคนรักนะ เธออยากได้ยินว่าอะไร ฉันจะเรียกให้เธอฟัง”
“ช่างมันเถอะ! นายเคยพูดกับคนอื่น ไม่ต้องหลุดพูดออกมาต่อหน้าฉัน ฉันไม่อยากฟัง!” เธอเบ้ปากทำท่าต่อต้าน
“ฉันไม่เคยพูดแบบนี้กับคนอื่นสักหน่อย มีแค่เธอคนเดียวที่เคยพูด” เมื่อก่อนจำเป็นต้องจัดการด้วยสรีรวิทยา
ตอนนี้ไม่เพียงแค่ทางสรีรวิทยา แต่ยังต้องใช้จิตวิทยาด้วย
“ฉันไม่เชื่อหรอก!” เขามีผู้หญิงมากหน้าหลายตาแบบนั้น เธอจะไปเชื่อคำพูดของเขาได้ยังไง
“เซี๋ยวเซี๋ยว เธอต้องเชื่อใจสามีตัวเองนะ” ฉีเซิ่งเทียนมองเธอที่ปากมุ่ยและขยับเข้าใกล้ ก่อนจะจูบลงบนริมฝีปากของเธอ
พวกเขายังคงกอดกันอยู่ไม่ปล่อย!
และหยุดเดินกะทันหันไปแบบนั้น แบบนี้ดีจริง ๆ เหรอ?
สุดท้ายทั้งคู่ก็ไปเที่ยวอยู่บนเรือสำราญสี่วันถึงกลับไป
เธอคิดว่าหากตัวเองนั้นขึ้นฝั่งต้องถูกเขาพาไปจดทะเบียนแน่ ๆ เธอเตรียมข้ออ้างเอาไว้แล้ว ทะเบียนบ้านของเธอไม่ได้อยู่กับตัว แต่อยู่ที่บ้านพ่อแม่
เดิมทีก็อยู่ที่บ้านพ่อแม่ เธอไม่ได้โกหกแต่อย่างใด
แต่ฉีเซิ่งเทียนกลับไม่ได้พูดถึงเลย ส่งเธอกลับอพาร์เมนต์แล้วเขาก็ออกไป
เธอนั่งอยู่บนโซฟา แต่ยังไม่ทันจะได้สติกลับมา ท้องฟ้าก็ดูครึ้มฟ้าครึ้มฝน
ไม่ว่าจะยังไง เพราะเธอไปเที่ยวมาหลายวัน พรุ่งนี้เธอจึงต้องไปทำงานต่อ
เขาไม่ได้บังคับแต่งงานก็ดีมากแล้ว
วันรุ่งขึ้นเธอไปบริษัท เมื่อเดินเข้าไปในห้องทำงานก็ได้รับโทรศัพท์จากพ่อ (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
เธอรับโทรศัพท์ด้วยความสงสัย “พ่อคะ ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง สบายดีไหม?”
“สบายดี เซี๋ยวเซี๋ยวเอ๋ย! ลูกวางแผนพิธีงานแต่งไว้ยังไงบ้าง? อยากจะพามาให้ญาติเจอหน่อยไหม?” พ่อหลินจือเซี๋ยวถามขึ้นอย่างกระตือรือร้น
เมื่อหลินจือเซี๋ยวได้ยินก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินมาจากด้านหลัง ก่อนจะหันไปมองฉีเซิ่งเทียนที่หยิบทะเบียนบ้านขึ้นมาและมันมีสองใบ
หนึ่งในนั้นไม่ต้องพูดก็รู้ว่าต้องเป็นของบ้านเธอแน่!
ที่แท้เมื่อวานที่ฉีเซิ่งเทียนไม่มาหาเธอ ที่เขาไม่รั้งเธอไว้ก็เพราะว่าไปบ้านพ่อแม่ของเธอนี่เอง ร้ายกาจจริง ๆ
และยังขอพ่อกับแม่ได้สำเร็จอีก
“วันนี้เป็นวันดี หลังจากที่จดทะเบียนแล้วค่อยโทรศัพท์มาหาพ่อกับแม่นะ ส่วนพิธีแต่งงานพวกเธอจะวางแผนยังไงก็อย่าลืมบอกกันด้วย ไม่รบกวนแล้ว” พ่อหลินพูดจบก็วางโทรศัพท์ลง
หลินจือเซี๋ยวมองฉีเซิ่งเทียนที่กำลังยิ้มมุมปาก “นี่นายต้มซุปแกงอะไรให้พ่อแม่ฉันเนี่ย ทำไมพวกเขาถึงได้ยอมง่าย ๆ แบบนี้!”
เธอเพิ่งจะตอบตกลงเขาได้เพียงแค่ห้าวัน!
ขอแต่งงานห้าวันก็จะแต่งงาน นี่มันแต่งงานสายฟ้าแลบหรือเปล่า?
“เซี๋ยวเซี๋ยว พ่อแม่ของพวกเราต่างก็คิดว่าพวกเราแต่งงานกันเร็วนั้นเป็นเรื่องที่ดี หมอดูไห่โจวก็คำนวณวันเวลาดูฤกษ์ไว้แล้ว วันนี้เหมาะกับการไปจดทะเบียนสมรสกัน จะได้มีความหวานชื่นไปตลอดทั้งชีวิต” ฉีเซิ่งเทียนเดินเข้ามาโอบกอดเธอ “เซี๋ยวเซี๋ยว พวกเราไปกันตอนนี้เถอะ!”
“ฉันยังไม่ทันได้เตรียมตัวเลย” เธอยังไม่ทันได้เตรียมตัวอะไรเลย ทำไมจะต้องแต่งงานแล้ว?
“เซี๋ยวเซี๋ยว ไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวหรอก เธอต้องการอะไรก็ได้ทั้งนั้น ไม่ต้องกลัวเลย ฉันไม่ได้จะกินเธอสักหน่อย” ฉีเซิ่งเทียนโอบเธอเข้าไปในลิฟต์ทันที
เขาไม่ได้จะกินเธอ?
แปลก!
ชายที่กวนใจเธอ คืนพรุ่งนี้หรือว่าจะเป็นผีกัน?
“แน่นอนถ้าหากว่าเซี๋ยวเซี๋ยวอยากจะกินฉัน ฉันก็จะยอมอยู่กับเธอแน่นอน เธออยากจะกินยังไงก็ได้” ภายในลิฟต์ฉีเซิ่งเทียนก้มหน้ามองเธอ ริมฝีปากที่มุ่ยบูดบึ้งดูหดหู่เล็กน้อย
“ฉันไม่ไปไม่ได้เหรอ? ฉันยังไม่ชินกับการเป็นคู่หมั้นเลยก็จะกลายเป็นภรรยาเสียแล้ว เพิ่งจะห้าวัน นายให้เวลาฉันจำกัดเกินไปหรือเปล่า?” และหลายวันที่ผ่านมาพวกเขาก็อยู่ตัวติดกันตลอด ไม่ได้แยกจากกันเลย
“หลังจากที่แต่งงานกัน อยากจะคลี่คลายปัญหาด้วยกันก็ได้ อยากจะคลี่คลายปัญหานานแค่ไหนก็ได้”
“……”
ไม่มีทางสื่อสาร กระทั่งไม่มีทางที่จะปฏิเสธ
หลินจือเซี๋ยวเดินออกจากบริษัทตามเขาไปอย่างไม่เต็มใจ และมุ่งหน้าไปสำนักงานกิจการพลเรือนเพื่อเตรียมต่อคิวแต่งงาน
วันนี้คนมาแต่งงานไม่เยอะ หลังจากที่พวกเขาไปไม่นานก็ถึงคิวพวกเขา
เดิมทีไม่ยอมที่จะแต่งงานเร็วแบบนี้ แต่เมื่อมองชายที่ดูตื่นเต้นแบบนั้น เธอเองก็ค่อย ๆ ยิ้มและหัวเราะออกมา
เซ็นชื่ออย่างมีความสุข ก่อนจะถ่ายรูปงานแต่งงาน ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็เสร็จ
จากเด็กสาวเธอได้กลายเป็นภรรยาอย่างเต็มตัว
อา อา!
ทั้งหมดนี้มันช่างเร็วเหลือเกิน
ระหว่างทางกลับเธอก็โทรศัพท์หาพ่อแม่ พวกเขาดูดีใจอย่างมาก
“นี่สรุปว่านายพูดอะไรกับพ่อแม่ฉันกันแน่?” หลินจือเซี๋ยวเบื่อหน่ายขึ้นมา
“พ่อตาแม่ยายเห็นว่าฉันไปบ้านของเธอหลายครั้งแล้ว และเธอก็รักฉัน ถ้าฉันไม่ขอแต่งงานก็ไม่สามารถให้เธอเป็นโสดไปตลอดชีวิตได้ เพราะงั้นเธอควรได้รับการยอมรับตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อที่เธอจะได้ไม่ไปทำร้ายสังคม” ฉีเซิ่งเทียนที่ขับรถอยู่นั้นหันไปมองเธอ
เธอจะไปทำร้ายสังคม?
“แน่ใจนะว่าไม่ได้พูดตรงข้าม? ทั้ง ๆ ที่ฉันไม่ได้ขอให้นายขอแต่งงาน ไม่มีฉันนายก็ไปทำร้ายผู้หญิงคนอื่น ๆ ฉันจะไปทำร้ายชายหนุ่มที่ไหนได้ยังไง ถ้านายอยากละก็ ฉันจะไปจริง ๆ ก็ได้นะ ช่วงนี้ละครเรื่อง (คิดถึงเพียงเธอ) กำลังถ่ายทำ หรือว่าฉันจะลองไปอ่อยชายหนุ่ม ชายเบอร์สามนั้นหล่อมากจริง ๆ และก็เด็กมาก ๆ ด้วยนะ!” หลินจือเซี๋ยวพูดหยอกล้อ