เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1022 ภาพยนตร์ไม่ได้ออกฉาย
“ไม่รู้เหมือนกัน? ฉันก็ไม่กล้าถาม กลัวจะเป็นการล่วงเกิน
ปรมาจารย์ฉู่… ที่สำคัญข้าง ๆ ปรมาจารย์ฉู่มีคุณชายฮั่วจิ่วอยู่ด้วย
คนคนนั้น พวกเราก็ห้ามล่วงเกินเด็ดขาด!”
คนมากมายเข้ามาทักทายฉู่ลั่วเรื่อย ๆ
ทันทีที่เข้ามาในงาน เย่อวิ๋นชูยกกระโปรงมองซ้ายมองขวา ใน
ที่สุดก็เห็นฉู่ลั่วกับฮั่วเซียวหมิงที่อยู่แถวหน้าสุด ไอดอลสาวจึงยิ้มตา
หยีแล้วยกกระโปรงวิ่งเข้าไปหา ยังไม่ทันจะวิ่งไปตรงหน้าทั้งสองคน ก็
ได้ยินเสียงที่ตัวเองเกลียดที่สุดดังขึ้นมาเสียก่อน
“ลั่วลั่ว ผู้กำกับทั้งสองท่านตรงหน้าเธอ คนหนึ่งคือผู้กำกับเฉิน
อีกคนคือผู้กำกับเจียง พวกเขาทั้งสองคนมีภาพยนตร์ที่กำลังจะเข้า
ฉายทั้งคู่ ลั่วลั่วคิดว่าผู้กำกับคนไหนจะทำรายได้ได้สูงกว่ากัน?”
เย่อวิ๋นชู “…”
ทำไมหล่อนถึงอยู่ทุกที่เลยนะ!
ไอดอลสาวปล่อยกระโปรงลง ไม่รอให้ฉู่ลั่วพูดอะไร ก็แทรกตัว
เข้าไปแล้ว “พี่ลั่ว ไม่เจอคุณนานเลยนะคะ ฉันคิดถึงคุณมาก พี่ลั่ว
คิดถึงฉันไหมคะ?”
“คุณฮั่ว ฉันขอนั่งตรงนี้สักครู่ได้ไหมคะ ต้องรบกวนแล้ว!”
ฮั่วเซียวหมิงพยักหน้าเล็กน้อย
เย่อวิ๋นชูนั่งลงข้างฉู่ลั่ว พลางยิ้มทักทายผู้กำกับทั้งสองท่าน “ผู้
กำกับเฉิน คุณกลับมาจากต่างประเทศแล้วเหรอคะ! ได้ยินว่า
ภาพยนตร์ของคุณได้รับรางวัลที่ต่างประเทศด้วย ยังไม่ได้แสดงความ
ยินดีกับคุณเลย”
“ผู้กำกับเจียง ฉันเคยได้ยินคนพูดถึงคุณค่ะ บอกว่าภาพยนตร์ที่
คุณทำสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ก็ได้รับรางวัลเช่นกัน! ถ้าผู้กำกับเจียง
จะถ่ายภาพยนตร์ตอนไหน มาติดต่อฉันได้นะคะ! ค่าตัวฉันถูกมาก!”
เธอพูดถึงสถานะของผู้กำกับทั้งสองคนอย่างชัดเจนในไม่กี่
ประโยค
ผู้กำกับเฉินคือผู้กำกับใหญ่ในระดับนานาชาติ
ส่วนผู้กำกับเจียงได้รับรางวัลจากภาพยนตร์ที่ทำขึ้นในสมัยเรียน
มหาวิทยาลัยเท่านั้น
สีหน้าของฉู่หร่านเปลี่ยนไปเล็กน้อย เธอคาดไม่ถึงเลย
เย่อวิ๋นชูเห็นสถานการณ์ จึงหันไปมองฉู่หร่านท่าทางตกใจ “พี่ห
ร่านหร่านก็อยู่ด้วยเหรอคะ! เมื่อกี้ฉันไม่เห็นคุณเลยค่ะ คงต้องโทษที่
พี่ลั่วของพวกเราเฉิดฉายเกินไป พอฉันเข้าใกล้เธอ ในสายตาก็มอง
ไม่เห็นคนอื่นเลยค่ะ”
มุมปากของกระตุกสองที เหมือนยิ้มแต่ไม่ยิ้ม “ไม่เป็นไร ลั่วลั่ว
เฉิดฉายจริง ๆ นั่นแหละ เธอดูสว่างสดใสกว่าดาราหญิงทุกคนที่นี่
เสียอีก”
เย่อวิ๋นชู “…”
เธอแอบกรอกตาใจใจเงียบ ๆ ก่อนจะหันหน้าหนี
ผู้กำกับทั้งสอง ต่างมองมาที่ฉู่ลั่วเพื่อรอคำตอบ
ฉู่ลั่วจ้องผู้กำกับเจียงอยู่ครู่หนึ่ง “ต้องขอแสดงความยินดีกับคุณ
ล่วงหน้านะคะ การเปลี่ยนแปลงแนวทางของคุณประสบความสำเร็จ
แล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำให้คูรกลายมาเป็นแนวหน้าในวงการ
ภาพยนตร์และละครในประเทศเลยค่ะ”
ผู้กำกับเจียงตกใจ เขาชี้มาที่ตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่อ “ผม
เหรอครับ? ผม…”
“ค่ะ”
ผู้กำกับเจียงทั้งปีติยินดี ทั้งไม่กล้าจะเชื่อ
ผู้กำกับเฉินก็มองฉู่ลั่วอย่างคาดหวังเช่นกัน
ฉู่ลั่วมองผู้กำกับเฉิน เธอลังเลเล็กน้อย “อืม… ภาพยนตร์ของผู้
กำกับเฉิน อาจจะไม่ได้ฉายค่ะ”
เพียงครู่เดียว ผู้กำกับเฉินก็ลุกขึ้น มองฉู่ลั่วอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“ไม่ได้ฉาย? ไม่ได้ฉายหมายความว่ายังไงครับ?”
ฉู่ลั่ว “ใบหน้าเป็นอะไรที่ละเอียดอ่อนนะคะ สิบส่วนดูจากใบหน้า
เจ็ดส่วนดูจากดวงตา ฉันดูจากขนาดดวงตาของคุณแล้ว หน้าที่การ
งานและโชคลาภจะมีอุปสรรคค่ะ”
ผู้กำกับเฉิน “…”
ถ้าไม่ใช่เพราะเขาไม่มีกระจก ตอนนี้เขาคงจะควักกระจกมาส่อง
ดูตาของตัวเองแล้ว
คนที่อยู่ข้าง ๆ ก็เผลอคลำตาของตัวเองโดยไม่รู้ตัว
เย่อวิ๋นชูก็หยิบกระจบสำหรับใช้แต่งหน้าออกมาจากกระเป๋า แล้ว
ส่องดูเช่นกัน
แต่เธอมองไม่ออกว่าเล็กหรือใหญ่!
ผู้กำกับเฉินยังคงพูดอย่างดื้อรั้น “คงเป็นเพราะช่วงนี้ผมมีปัญหา
เรื่องการนอน เป็นสาเหตให้ดวงตาผมมีขนาดแบบนี้”
ฉู่ลั่ว “ไม่หรอกค่ะ ดวงตาทั้งสองข้างของคุณไปจนถึงวังแห่งการ
โยกย้าย มีลักษณะมืดมน หมายความว่าโชคด้านการงานไม่ดี ต้อง
สูญเสียทรัพย์”
ผู้กำกับเฉิน “…”
ผู้กำกับเฉินเดินโซเซจากไป เดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็รีบหยิบ
โทรศัพท์ออกมา ติดต่อไปหารองผู้กำกับ “ก่อนหน้านี้ฉันให้
นายตรวจสอบศิลปินที่มาร่วมแสดงภาพยนตร์ นายได้ตรวจสอบ
ไหม?”
“ตรวจสอบแล้วครับ ที่ต้องตรวจสบก็ตรวจสอบหมดแล้ว”
“นายแน่ใจหรือเปล่า?”
“ผมแน่ใจครับ ผมส่งข้อมูลไปให้ผู้กำกับเฉินดูแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“แต่เมื่อกี้ฉันถามปรมาจารย์ฉู่มาแล้ว เธอบอกว่าภาพยนตร์เรื่อง
นี้จะไม่ได้ฉาย ฉันจะสูญเสียทรัพย์สิน”
หลังจากเผชิญกับความเงียบไปพักใหญ่
“ผู้กำกับเฉิน ผมจะไปตรวจสอบอีกครั้ง ผมจะต้องตรวจสอบให้
ถึงที่สุดแน่นอนครับ!”
สงสัยตัวเองได้ แต่ห้ามสงสัยปรมาจารย์ฉู่!
ปรมาจารย์ฉู่เคยทำนายผิดเหรอ?
คนที่ผิดมีแต่เขาต่างหาก!