เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1023 จงใจยั่วยุ
ยิ่งผู้คนเข้ามาทักทายฉู่ลั่วกันไม่หยุด ฉู่หร่านก็สีหน้าของย่าแย่
ลงเรื่อย ๆ
มุมปากของหล่อนยังคงยกยิ้มทางการ ตอนที่กล้องกวาดเข้ามา
หล่อนแค่โบกมือให้กล้องเท่านั้น
“พี่ลั่ว!”
หางเจียซิ่นวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามา เขาแต่งหน้าตามสไตล์บอยแบนด์
สวมเสื้อหนัง รองเท้าหนัง ใส่ต่างหู ที่นิ้วมีเครื่องประดับที่ดูอลังการ
“พี่ลั่ว การแสดงเปิดงานเป็นวงของพวกผมครับ!”
“ค่ะ”
หลังจากหางเจียซิ่นทักทายแล้วก็รีบดึงสมาชิกในวงของตนเอง
เข้ามาแนะนำกับฉู่ลั่ว และให้พวกเขาทักทาย
ระหว่างนั้น เขาก็พูดกับฮั่วเซียวหมิงด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มว่า
“สวัสดีครับคุณฮั่ว… วันนี้คุณกับพี่ลั่วสวมชุดเข้ากันมากเลยครับ!”
พูดจบ สีหน้าของเขาก็มีแววประหม่าขึ้นมาแล้ว
ไปพูดแบบนี้กับคนใหญ่คนโตทำไม ไหงออกความเห็นไร้สาระ
ออกไปได้นะ
ใครจะรู้ ท่าทางที่เคยเย็นชาของฮั่วเซียวหมิงผ่อนคลายลง เขา
ยังพยักหน้าให้หางเจียซิ่นเล็กน้อย “ผมจะรอดูการแสดงของคุณ”
หางเจียซิ่น “…”
ตระกูลฮั่วแห่งตี้จิงผู้กุมอำนาจในวงการเทคโนโลยี ผู้มีอำนาจสูง
เกินเอื้อม กลับพูดอย่างจริงจังว่า จะรอดูการแสดงของเขาอย่างนั้น
เหรอ?
หลังจากทักทายกันเสร็จ หางเจียซิ่นก็พาเพื่อนร่วมทีมจากไป
จนกระทั่งเดินมาหลังเวทีกำลังจะขึ้นแสดง สมองของเขาพลัน
กระจ่างขึ้นมา เขาเข้าใจแล้วว่าเพราะอะไร!
หางเจียซิ่นเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
ผู้ชายที่ได้อยู่ใกล้กับคนแบบพี่ลั่ว แม้แต่คนมีชื่อเสียงอย่าง
คุณชายฮั่วจิ่ว แค่คำชมว่า ‘ดูเข้ากันดี’ ประโยคเดียว ก็…
“เจียซิ่น เป็นอะไรไป?” เพื่อนในวงถามด้วยความสงสัย “มีอะไร
ผิดปกติเหรอ? ประชุมวง… หรือว่า…”
หางเจียซิ่นส่ายหน้า เขาพูดอย่างลึกลับและเหมือนซุบซิบว่า
“ฉัน… เหมือนว่าฉันจะค้นพบความลับของผู้ยิ่งใหญ่แห่งตี้จิงแล้วล่ะ”
เพื่อนร่วมวง “…”
“ความลับใหญ่มาก!” หางเจียซิ่นส่ายหน้า “แต่ฉันพูดไม่ได้!”
และไม่กล้าพูดด้วย
เพื่อนร่วมวง “…”
…
เทศการภาพยนตร์ดำเนินไปอย่างราบรื่น
ฉู่หร่านที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ฟังการประกาศรางวัลไปทีละรายการ
จนกระทั่งถึงรางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม รายชื่อของหล่อนก็
ปรากฏขึ้นบนหน้าจอขนาดใหญ่พร้อมกับนักแสดงคนอื่น ๆ
หล่อนสูดลมหายใจเล็กน้อย และเผลอกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว
สายตาจับจ้องอยู่บนหน้าจอ รอการประกาศชื่อ
“เธอไม่ได้รางวัลหรอก”
ฉู่หร่านที่กำลังรอคอยด้วยความตื่นเต้นหันมามองทันที หล่อน
ไม่สามารถควบคุมสีหน้าได้อีกแล้ว
ฉู่ลั่วมองตรงไปข้างหน้าและเอ่ยน้าเสียงไม่เบาไม่ดัง แต่ฉู่หร่าน
ยังสามารถได้ยินอย่างชัดเจน “เธอไม่มีทางได้รางวัล มีการเสนอชื่อ
เธอเพราะเห็นแก่หน้าตระกูลหลินเท่านั้น”
ในน้าเสียงเย็นชาของเธอแฝงความเยาะเย้ยไว้ด้วย “ดูจากโหง
วเฮ้งของเธอ ชีวิตนี้อย่าหวังว่าจะได้รางวัลเลย”
พิธีกรประกาศออกมาเสียงดัง “คนที่จะได้รางวัล คือเฝิงซือเยว่!”
ฉู่หร่านลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที
ชั่วขณะนั้น กล้องที่ตอนแรกจะจับภาพเฝิงซือเยว่แพนมาที่ฉู่ห
ร่านอย่างรวดเร็ว
ความโมโห ตกตะลึง และเกลียดชังของหล่อนถูกแสดงออกมา
ต่อหน้ากล้องอย่างชัดเจน
เฝิงซือเยว่ที่นั่งอยู่แถวหลังและยืนขึ้นมาพร้อมกันพอดี เห็นแบบ
นั้นก็ชะงักไป เธอมองฉู่หร่านด้วยความตกใจ
เมื่อฉู่หร่านเห็นกล้อง หล่อนก็รีบเก็บสีหน้าทันที แต่ตอนนี้มัน
สายไปเสียแล้ว สีหน้าเมื่อครู่ปรากฏต่อหน้ากล้องทั้งหมดแล้ว
ฉู่หร่านเหลือบมองหน้าฉู่ลั่ว
แต่ฉู่ลั่วกลับทอดสายตาตรงไปข้างหน้า ราวกับไม่เห็นภาพที่น่า
ตกใจนี้เลย
[รีแอ็กชันของฉู่หร่านแบบ…]
[ไม่ใช่ฉู่หร่านแล้วยังไง! เยว่เยว่ของพวกเราได้รางวัลจะทำไม?
มันต้องทำหน้าตาแบบนั้นด้วยหรอ! หรือมั่นใจว่ารางวัลนี้จะเป็นของ
หล่อน?]
[ฉันรู้ข่าวมาจากวงใน บอกว่านี่เป็นการร่วมมือระหว่างตระกูลฉู่
กับตระกูลหลิน มากดดันผู้จัดงาน ให้มอบรางวัลให้ฉู่หร่าน แต่หล่อน
คงคิดไม่ถึงว่าสุดท้ายแล้วตัวเองจะไม่ได้รางวัล!]
[ฝีมือการแสดงแบบนั้น แค่ถูกเสนอชื่อก็แปลกแล้ว ยังจะเอา
รางวัลอีกเหรอ! ฝันไปเถอะ!]
[หร่านหร่านของพวกเราจะไม่มีทักษะการแสดงได้ยังไง ไม่เคยดู
รายการเรียลลิตี้ก่อนหน้านี้เหรอ ใครก็ชื่นชมฝีมือการแสดงของห
ร่านหร่านไม่ใช่เหรอ?]
[ฮ่าฮ่าฮ่า นั่นสิเนอะ?]
[เธอก็รู้นี่ว่านั่นมันรายการเรียลลิตี้ มีหน้าม้ารวมอยู่ตั้งเท่าไหร่
ทุกคนก็รู้ ตอนนี้สิ่งที่เอาออกมาแสดงให้เห็นได้ก็คงมีแค่คำชมจาก
หน้าม้าสินะ?]
แม้จะเกิดเหตุการณ์สะดุดเล็กน้อย แต่ผู้จัดงานก็ดำเนินงาน
ต่อไปอย่างรวดเร็ว
ราวกับเรื่องนี้ไม่ได้มีผลกระทบอะไร
แต่คนที่อยู่ในงานต่างรู้ชัดเจนดีว่านี่เป็นการถ่ายทอดสด…
ฉู่หร่านแสดงสีหน้าออกมาต่อหน้ากล้องชัดขนาดนี้ ต้องสร้าง
เรื่องอื้อฉาวในวงการบันเทิงอย่างแน่นอน
ก็ต้องรอดูว่าทางฝั่งประชาสัมพันธ์ของหล่อนจะแก้ต่างออกมาได้
ดีหรือเปล่า
ฉู่หร่านนั่งลงด้วยความโกรธ แต่ต้องบังคับสีหน้าตัวเองไว้จะ
โมโหไม่ได้
หล่อนหันหน้าไปด้านข้าง มองฉู่ลั่วด้วยสายตามืดมน “เธอจงใจ
ใช่ไหม?”
ฉู่ลั่วพูดเสียงเบา “ระวังหน่อย ตอนนี้เธอเป็นจุดสนใจ และกล้อง
ก็ต้องการจับภาพด้วย”
ฉู่หร่าน “…”
ฉู่หร่าน พยายามรักษารอยยิ้มบนใบหน้าเอาไว้ แต่เพราะความ
โกรธ มุมปากจึงกระตุกหลายครั้ง
ไม่นานพิธีประกาศรางวัลก็จบลง ศิลปินหลายคนไปดูหนังใน
โรงหนัง หรือไม่ก็รวมตัวสังสรรค์กัน
ทั้งที่ทุกคนยังเป็นเหมือนเดิม แต่ฉู่หร่านกลับสัมผัสได้ถึงความ
แตกต่างเล็กน้อย