เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1028 หรือไม่ใช่ผู้หญิง แต่เป็นผู้ชาย?
ฉู่ลั่วส่ายหน้า ก่อนจะพยักหน้า
เธอทั้งพยักหน้าทั้งส่ายหน้า ทำให้เฉิงยวนร้อนใจมาก “มันเกิด
อะไรขึ้นกันแน่? เจ้ารีบบอกมาสิ!”
“ก่อนหน้านี้เส้นเนื้อคู่ของเขาปรากฏไม่ชัด แต่หลังจากกลับมาที่
จีนครั้งนี้ ดวงเนื้อคู่ของเขาชัดเจนแล้ว”
“เป็นใคร!”
ไม่รอให้ฉู่ลั่วพูด เฉิงยวนก็พูดด้วยความตกใจว่าและผิดหวังว่า
“ไม่ใช่เจ้าเหรอ? เจ้าไม่ใช่เนื้อคู่ของเขาเหรอ หรือในอนาคตเขาจะ
เปลี่ยนใจ?”
ฉู่ลั่ว “…”
เฉิงยวนหน้ามืด รีบจับมือฉู่ลั่วเอาไว้ “เป็นไปได้ไหมว่าเจ้าดูผิด?
เป็นไปได้ไหมว่า เจ้าเถาเป่ยอะไรนั่นแอบลงมือทำอะไรลับหลัง? หรือ
เป็นไปได้ไหมว่า… เป็นเพราะเจ้าคือเนื้อคู่ของเขา ก็เลยดูไม่แม่น”
“ดูอย่างไรฮั่วเซียวหมิงก็ไม่เหมือนคนที่จะเปลี่ยนใจได้เลยนะ?”
“ปล่อยให้เขาไปเป็นเนื้อคู่ของผู้หญิงคนอื่น แบบนั้นไม่เท่ากับทำ
เขาตายทั้งเป็นหรือ?”
วินาทีต่อมา เฉิงยวนก็ปิดปาก “หรือว่าไม่ใช่ผู้หญิง แต่เป็น
ผู้ชาย?!”
ฉู่ลั่ว “…”
…
หัวหว่านออกมาจากห้องตั้งแต่เช้า เตรียมจะทำอาหารเช้าให้กับ
มนุษย์ที่อาศัยอยู่ในบ้าน
ยังไม่ทันถึงห้องครัวก็เห็นเงาร่างหนึ่ง เดินผ่านห้องรับแขกด้วย
ท่าทางรีบร้อน
หัวหว่านหันหน้าไปมอง ก็เห็นซ่งเมี่ยวเมี่ยวนั่งอยู่บนโซฟา
เจ้าพวกก้อนเกี๊ยวอีกหลายตนเอามือเท้าคาง ลูกตาเคลื่อนไหว
ตามเงาร่างนั้น
หัวหว่านเดินเข้าไปหา พลางถามว่า “เธอเป็นอะไรไป? ถูกอะไร
กระตุ้นมาหรือเปล่า ควบคุมพลังหยินไม่อยู่เหรอ ให้ฉันไปตาม
คุณหนูไหม”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวส่ายหน้า “ไม่ใช่พลังหยินค่ะ แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าพี่
ยวนยวนเป็นอะไร?”
“หว่านหว่าน แย่แล้วล่ะ!”
ทันใดนั้นเฉิงยวนก็ลอยมาอยู่ข้างหลังหัวหว่าน หล่อนพูดเสียง
หมดอาลัยตายอยากจนหัวหว่านต้องเอามือทาบอกด้วยความตกใจ
ก่อนจะหันไปถลึงตามองเฉิงยวน
เฉิงยวนไม่ได้สนใจอะไรนัก แต่เธอทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ “เจ้า
รู้ไหม? เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว!”
“เรื่องใหญ่… เรื่องใหญ่อะไร?”
“เรื่องที่ใหญ่สุด ๆ เลยล่ะ”
หัวหว่านทำหน้าจริงจัง “แล้วมันเรื่องใหญ่อะไรล่ะ?”
“เรื่องร้ายแรงมาก ส่งผลกระทบใหญ่ต่อข้า ต่อเจ้า ต่อคฤหาสน์
เมฆใสเฝ้ามองตะวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับฉู่ลั่ว”
หัวหว่านถาม “เรื่องใหญ่อะไรเหรอ? ทำไมส่งผลกระทบมาก
ขนาดนั้น!”
“ร้ายแรงเกินไป! ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ ทำไมนะ? ข้าไม่
เข้าใจเลย ข้าไม่เข้าใจเลย!”
หัวหว่านถาม “เธอพูดอะไรเนี่ย!”
เฉิงยวนลอยไปแล้ว หล่อนเริ่มลอยไปที่สวนดอกไม้อย่างรวดเร็ว
เพื่อระบายอารมณ์
ทิ้งให้หัวหว่านนิ่งอึ้งอยู่ที่เดิม พร้อมกับท่าทางร้อนใจ
จากตอนแรกคนที่ร้อนใจมีแค่เฉิงยวน ตอนนี้กลายเป็นทั้งเฉิง
ยวนทั้งหัวหว่าน
หัวหว่านไปทำอาหารที่ห้องครัวด้วยจิตใจล่องลอย
ไม่รอให้เธอยกอาหารเช้าไปวาง ประตูบ้านก็มีเสียงกริ่งดังขึ้นมา
หัวหว่านกำลังจะให้พวกซ่งเมี่ยวเมี่ยวไปเปิดประตู แต่เห็นเฉิง
ยวนเปลี่ยนเป็นร่างมนุษย์ ทั้งยังเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วด้วย “ข้าไปเปิด
ประตูเอง”
ก่อนที่จะไป หัวหว่านก็ดึงแขนของผีร้ายพันปีไว้ “ที่เธอพูด
สรุปว่ามันเกิดเรื่องใหญ่อะไรกันแน่? ถึงมีผลกระทบใหญ่ขนาดนี้!”
เฉิงยวนส่ายหน้า “บอกเจ้าไม่ได้!”
“บอกฉันไม่ได้ เธอบอกมาครึ่งหนึ่งก็ได้! เธอ…”
หัวหว่านโกรธจนพูดไม่ออก!
เฉิงยวนตบไหล่ “เพราะข้าไม่อยากวิตกกังวลคนเดียวยังไงล่ะ
เลยอยากให้ใครสักคนมาแบ่งความกังวลของข้าไปบ้าง”
“แบ่งปันเหรอ? แบบนี้มันไม่ยิ่งรุนแรงขึ้นเหรอ? ตอนแรกมีแค่เธอ
คนเดียวที่กังวล ตอนนี้เพิ่มฉันเข้าไปอีกคน…”
ไม่รอให้เธอพูดจบ เฉิงยวนก็วิ่งไปแล้ว
หัวหว่าน “…”
ถูกทำให้โกรธอีกแล้ว
ผ่านไปสักพักหนึ่ง เฉิงยวนก็ทำหน้าเย็นชาพาชายหญิงคู่หนึ่ง
เดินเข้ามา ผู้ชายคือหลินโจวอี้ ส่วนผู้หญิงดูเหมือนจะยังอายุน้อย
น่าจะยังไม่ถึงยี่สิบปีด้วยซ้า
“ปรมาจารย์ฉู่ยังฝึกฝนช่วงเช้าไม่เสร็จ พวกเจ้านั่งรออยู่ที่นี่
ก่อน!”
ทั้งสองคนหลับไปนั่งรออยู่บนโซฟาที่อยู่ด้านข้างอย่างเชื่อฟัง
ก็เห็นว่ามีคนทยอยลงมาจากชั้นบน แล้วไปรวมตัวกันที่
ห้องอาหาร
หลินโจวอี้มองไปรอบตัวด้วยแววตาเรียบเฉย
แต่เด็กสาวกลับมีท่าทางประหม่าและตื่นเต้น สายตาหันมองไป
มาภายในห้องรับแขก จนกระทั่งเห็นฉู่ลั่วเดินลงมาชั้นล่างถึงยืนขึ้น
แล้วพูดด้วยน้าเสียงก้องกังวาน “ปรมาจารย์ฉู่!”
ทั้งห้องรับแขกเงียบลงแล้ว
ฉู่ลั่วที่เดินลงมาข้างล่างก็ชะงักไปเล็กน้อย
เด็กสาวก็ตกใจการกระทำและน้าเสียงของตนเองเช่นกัน แก้ม
ขึ้นสีแดงด้วยความเขินอาย ก่อนก้มหน้าจนคางแทบชิดอก
หลินโจวอี้ก็ยืนขึ้นเช่นกัน เขาพูดด้วยน้าเสียงสงบมาก
“ปรมาจารย์ฉู่”
ฉู่ลั่วพยักหน้าเล็กน้อย “พวกคุณทานข้าวกันหรือยัง?”
หลินโจวอี้เอ่ย “ทานแล้วครับ”
เด็กสาวตอบ “ยังค่ะ!”
หลินโจวอี้เหลือบมองเด็กสาว อีกฝ่ายก็เชิดหน้าขึ้นอย่างมั่นใจ
เหมือนตนไม่ได้ทำอะไรผิด
หลินโจวอี้ “…”
“ถ้ายังก็มาทานด้วยกันเถอะ คุณหลินนั่งรอสักครู่นะคะ”
เด็กสาวเดินตามฉู่ลั่วอย่างเริงร่า แม้พยายามเก็บอาการไว้ แต่ยัง
ไม่ลืมหันมาทำเสียงล้อเลียนใส่คนพามา
หลินโจวอี้ “…”