เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1033 ขอบคุณมากที่แช่ง
หลังจากคุยกับจิ่งจื่อแล้ว หล่อนก็ขับรถกลับไป
ซู่เซี่ยงหยางหันกลับไปมองห้องที่เต็มไปด้วยยันต์พลางเอ่ย
“ฉู่ลั่ว คุณรู้สึกไหมว่าเรื่องนี้ร้ายแรงขึ้นเรื่อย ๆ”
“ตอนนี้แม้แต่คนธรรมดายังเริ่มสนใจในวิชาของสำนักเต๋าแล้ว”
เสียงของเขาทุ้มต่า เปี่ยมด้วยความฉุนเฉียวและไม่พอใจ “มีคน
กำลังท้าทายพวกเรา”
ฉู่ลั่วพยักหน้า เธอเดินไปที่กำแพงพลางมองยันต์ที่ติดอยู่บนนั้น
“เป็นคนของสำนักเต๋า นี่เป็นกระดาษยันต์ชั้นล่างที่มีการรับรองจาก
สำนักเต๋า ใช้สำหรับเลี้ยงผี”
จี้ไจ่ก้าวฉับไวเข้ามา ได้ยินที่ฉู่ลั่วพูดพอดีจึงหัวเราะเสียงเย็น
“ปฏิบัติการของเราในครั้งนี้ สำนักเต๋าแกล้งอนุมัติต่อหน้า ลูกไม้ลับ
หลังต้องตามมาไม่น้อยแน่”
เขาสอดส่ายสายตามองกระดาษยันต์บนกำแพง “เพื่อหน้าตา
ของสำนักเต๋า พวกเขายอมเดิมพันด้วยชีวิตคนทั่วไปด้วยซ้า”
ฉู่ลั่วและซู่เซี่ยงหยางดูไม่ตะลึงอย่างเขา
พวกเขาไม่เคยมองสำนักเต๋าดีกว่าที่เป็น
ฉู่ลั่วส่งต่อเรื่องของตระกูลจิ่งให้พวกซู่เซี่ยงหยางจัดการ ส่วนตัว
เองนั่งรถไปยังโรงพยาบาลที่หลินโจวอี้รักษาตัว
…
โรงพยาบาล
ห้องผู้ป่วย
หลินโจวอี้พิงอยู่กับหัวเตียงด้วยใบหน้าซีดเซียว มีเฝือกที่แขน
“หร่านหร่าน ที่ผมช่วยตระกูลจิ่งไม่ได้เกี่ยวกับคนอื่น แต่เพราะตระกูล
หลินกับตระกูลจิ่งมีธุรกิจร่วมกัน”
“คุณก็รู้ ตอนนี้คุณปู่อายุมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว ถ้าผมยังไม่ทำตัวดี
ๆ สมบัติตระกูลหลินคงตกถึงมือผมไม่มากเท่าไร”
ฉู่หร่านนั่งหัวฟัดหัวเหวี่ยงบนเตียง มือกอดอก “ไม่ใช่เพราะ
ตระกูลถังจริง ๆ เหรอ”
หลินโจวอี้จนใจ “ไม่เกี่ยวกับตระกูลถัง”
“เฮอะ! ฉันไม่เชื่อหรอก คุณถึงขั้นไปติดต่อฉู่ลั่วเพื่อตระกูลจิ่ง
ใช่ว่าคุณไม่รู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับฉู่ลั่วนี่”
“คนที่บ้านห่างเหินกับฉันเพราะฉู่ลั่ว คุณก็จะไปจากฉันเพราะ
ฉู่ลั่วเหรอคะ”
“หร่านหร่าน…”
ไม่รอให้หลินโจวอี้พูดจาเอาใจ เสียงเคาะประตูห้องผู้ป่วยก็ดังขึ้น
“เข้ามาเลยครับ”
ประตูถูกผลักออก ฉู่ลั่วเดินเข้ามา
ทันทีที่เห็นฉู่ลั่ว ฉู่หร่านก็เด้งตัวยืนขึ้น “ฉู่ลั่ว เธอเป็นคนทำร้าย
โจวอี้ใช่ไหม ทำไมถึงเกิดเรื่องกับโจวอี้ทันทีที่เขาออกจากบ้านเธอ”
ฉู่ลั่วปรายตามองฉู่หร่าน ก่อนจะเบนสายตาไปที่โจวอี้
หลินโจวอี้กลั้นลมหายใจด้วยสัญชาตญาณ
“ฉู่ลั่ว เธอต้องการอะไร ตกลงว่าใช่ฝีมือเธอไหม อย่าคิดว่าเธอรู้
วิชาอาคมแล้วจะทำร้ายคนอื่นได้ตามใจชอบนะ ฉันแจ้งตำรวจจับเธอ
ก็ได้…”
“หร่านหร่าน!” น้าเสียงของโจวอี้อ่อนโยน “คุณลืมอะไรไปหรือ
เปล่าครับ”
“เรื่องอะไร”
“วันนี้เป็นวันแคสงานของคุณนะครับ! ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ของ
ผู้กำกับซุน คุณลืมแล้วเหรอ คุณอยากร่วมแสดงภาพยนตร์ของผู้
กำกับซุนมาตลอดเลยไม่ใช่เหรอ”
“อ๊ะ ฉันเกือบลืมไป!”
เมื่อพูดถึงเรื่องแคสงาน ฉู่หร่านอารมณ์พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที
เธอหิ้วกระเป๋าตัวเองแล้วขู่ฉู่ลั่วไปประโยคหนึ่ง ก่อนจะบอกรัก
หลินโจวอี้อย่างหวานซึ้งละไม แล้วถึงรีบร้อนจากไป
หลังฉู่หร่านไปแล้ว ความอ่อนโยนใส่ใจบนใบหน้าหลินโจวอี้หาย
ลับไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงความเย็นชาห่างเหิน “เรื่องของ
ตระกูลจิ่งจัดการได้แล้วเหรอครับ”
ฉู่ลั่วพยักหน้า “เรื่องของตระกูลจิ่งไม่ต้องให้ฉันออกหน้าก็
จัดการได้ค่ะ”
หลินโจวอี้หลุบสายตา “แต่ผมเชื่อใจแค่ปรมาจารย์ฉู่ครับ”
“เรื่องที่คุณเกิดอุบัติเหตุ…”
“ผมรู้ครับว่าไม่เกี่ยวกับปรมาจารย์ฉู่ เป็นผมเองที่ใจลอยตอนขับ
รถ”
“ไม่ใช่หรอก ที่คุณเกิดอุบัติเหตุอาจจะเกี่ยวข้องกับฉันจริง ๆ”
หลินโจวอี้แหงนสายตามองเธอด้วยความตะลึง
ฉู่ลั่วตวัดนิ้วเบา ๆ แสงสว่างสายหนึ่งวาบผ่านในมุมห้องผู้ป่วย
จรดอยู่ในฝ่ามือเธอ
และได้เห็นสร้อยข้อมือหยกเหอเถียนเส้นหนึ่ง
เธอจับไว้ในมือพลางแกว่งไปมา “เธอมีพลังวิญญาณบ้างแล้ว
ขยันบำเพ็ญเข้าก็จะจำแลงกายมนุษย์ได้ ทำไมต้องทำร้ายคนอื่น
ด้วย”
หลินโจวอี้ “…”
นี่ปรมาจารย์กำลังคุยกับสร้อยข้อมือเหรอ
สร้อยข้อมือเส้นนี้มาอยู่ในห้องผู้ป่วยตั้งแต่เมื่อไร
หรือที่เขาประสบอุบัติเหตุจะเกี่ยวกับข้อมือเส้นนี้
ขณะที่เขากำลังคิดไปต่าง ๆ นานา เสียงโกรธเกรี้ยวพลันดังออก
จากสร้อยข้อมือ “คนหลายใจ ใคร ๆ ต่างมีสิทธิ์สังหาร”
คนหลายใจ?
หลินโจวอี้จี้ตัวเองแล้วโพล่งออกไปโดยไม่รู้ตัว “เรื่องที่ผมเป็น
ผู้ชายเลว ๆ แม้แต่ในวงการเครื่องประดับก็รู้กันทั่วเลยเหรอครับ”
ประโยคนี้ดูเหมือนเยาะเย้ยตัวเองมากกว่า
แช่มชื่นสองชาติทะยานขึ้นจากฝ่ามือฉู่ลั่ว ลอยไปอยู่กลาง
อากาศ
แสงพร่าเลือนเงาหนึ่งเผยออกมา มันดูคล้ายมนุษย์ แต่มอง
หน้าตาไม่ออก เสียงก็ยากจะแยกชายหญิง
“เจ้าเป็นบุรุษใจจืด โป้ปดไร้สัจจะ ข้ามาเพื่อรักษาคำมั่นของ
เจ้า!”
“คำมั่น? คำมั่นอะไรครับ”
แสงนั้นตอบ “เจ้าเคยกล่าวว่าจะอยู่ครองคู่กับคุณหนูไปทุกชาติ
ทุกภพ ทว่าเจ้าผิดสัญญา ผิดสัญญาสมควรตาย”
หลินโจวอี้ตะลึง
ฉู่ลั่วตวัดนิ้วเกี่ยวแช่มชื่นสองชาติกลับมาอีกครั้ง เธอลุกขึ้นมา
บอกหลินโจวอี้ “คุณรักษาตัวให้ดีนะคะ ฉันจะดูแลมันให้ดี ไม่ให้มัน
มาทำร้ายคุณอีก”
ข้อมือแช่มชื่นสองชาติดิ้นเร่า ๆ ในมือฉู่ลั่ว เสียงเริ่มแหลมสูง
“ข้าขอแช่งเจ้า ข้าขอแช่งให้เจ้ากับสตรีอัปลักษณ์ผู้นั้นมิมีวันได้เคียง
คู่กัน”
“ข้าขอแช่งให้พวกเจ้ามิอาจมีทายาท”
“ข้าขอแช่งให้พวกเจ้ามิมีผู้ใดอวยพร”
เสียงสาปแช่งหายไปหลังประตูห้องผู้ป่วยปิดลง
หลินโจวอี้ “…”
ถ้าคำสาปแช่งเหล่านี้เป็นจริงได้หมด
…คงต้องขอบคุณมันมาก