เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1034 แช่มชื่นสองชาติ
ฉู่ลั่วกลับไปที่คฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวัน
ไม่ทันเข้าไปถึง ก็เห็นทุกสายพันธุ์ในนั้นพากันวุ่นวายอยู่ใน
สวนหย่อม
จิ่งเจียเหยียนปีนขึ้นไปบนต้นไม้
เจ้าพวกตัวเล็กไม่อยู่บนหลังคาก็อยู่ในน้า
เถาซูเยียนควบคุมฝูงแมลงคลานผ่านพื้นหญ้าทุกจุดอย่าง
รวดเร็ว
แม้แต่จั่วโยวโยวยังเข็นรถเข็นค้นหาไปตามพุ่มดอกไม้ทุกพุ่ม
อย่างละเอียด
เฉิงยวนยืนอยู่บนจุดสูงสุดของคฤหาสน์ ในมือมีโทรโข่งอันใหญ่
“ห้ามปล่อยผ่านสักตารางนิ้ว!”
ฉู่ลั่วยืนอยู่หน้าประตู หัวหว่านรีบวิ่งเข้ามา “คุณหนูคะ…”
“พวกเธอทำอะไรกันอยู่?”
“ยวนยวนบอกว่าของคุณหนูหาย ให้พวกเราช่วยกันหาค่ะ แต่
เธอไม่ยอมบอกว่าอะไรหาย บอกแค่ว่าเป็นของที่มีพลังวิญญาณ
มหาศาล…”
ฉู่ลั่วชูสร้อยข้อมือสลักกลอน ‘แช่มชื่นสองชาติ’ ในมือขึ้น “ใช่นี่
ไหม”
ทุกคนรวมตัวเข้ามาทันที
เฉิงยวนเหินลงจากหลังคาทันที “เมื่อคราวข้านำกระดาษยันต์
ของหลินโจวอี้ไปส่งที่ห้องเจ้าเพื่อเก็บในลิ้นชัก ก็มีพลังวิญญาณมวล
หนึ่งลอยฟึ่บออกไป…”
“ข้ามองไม่ทันด้วยซ้าว่าเป็นสิ่งใด”
“ที่แท้ก็มันนี่เอง!”
“สร้อยข้อมือเล็ก ๆ เส้นหนึ่งกลับมีพลังวิญญาณสะอาดแล้วยัง
เข้มข้นขนาดนี้เชียวหรือ”
เธอรับสร้อยข้อมือมาพินิจ แล้วแกว่งไปมา “เจ้าตอบมา เจ้าจงใจ
หาเรื่องข้าหรือไม่”
“เผ่นตอนไหนไม่เผ่น ดันมาเผ่นตอนข้านำของไปส่ง”
เฉิงยวนสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณอันสะอาดสะอ้านในสร้อย
ข้อมือแล้วสะท้อนใจ “ช่างเข้มข้นและสะอาดเหลือเกิน ข้าเป็นผีมา
หนึ่งพันปี ยังมิเคยเห็นเครื่องประดับชิ้นใดบำเพ็ญเพียรจนมีรูปร่างมา
ก่อน”
“ความศรัทธาของมันมาจากสิ่งใดกัน”
“หรือจะเป็นโอกาสวาสนาครั้งใหญ่”
ฉู่ลั่วหยิบสร้อยข้อมือมาพลางเอ่ย “มันไปหาหลินโจวอี้ สะกดจิต
หลินโจวอี้ ทำให้หลินโจวอี้ประสบอุบัติเหตุ”
เฉิงยวนที่สะท้อนใจอยู่เมื่อกี้แข็งทื่อไปทันที
สีหน้าที่มองสร้อยข้อมือไม่ใช่แค่นับถือแล้ว
ทุกคนเพ่งมองสร้อยข้อมือ
เจ้าตัวเล็กทั้งหลายหมอบอยู่กับโต๊ะ พากันจับจ้องด้วยความใคร่
รู้
“ทำไมสร้อยข้อมือถึงมีพลังวิญญาณได้”
เฉิงยวนหยิบมาดูที่มืออย่างสงสัย “ของไร้ชีวิตไร้ญาณรับรู้ก็
บำเพ็ญจนใกล้มีรูปร่างได้ด้วยรึ หรือนี่จะเป็นลิขิตวาสนาจริง ๆ”
เธอแกว่งสร้อยข้อมือสองสามที สร้อยข้อมือนั้นเงียบเชียบไร้สุ้ม
เสียง
“สร้อยข้อมือสลักกวี ‘แช่มชื่นสองชาติ… มีดอกบัวที่รอวันเบ่ง
บานและฝักบัว’ ดอกบัวคือชาติที่หนึ่ง หลังโรยราไปแล้วจะกลายเป็น
ฝักบัว เพราะอย่างนั้นฝักบัวถึงถูกเรียกว่าชาติที่สอง แม้ว่าดอกบัว
และฝักบัวจะอยู่กันคนละชาติ แต่มีรากเหง้าและไส้ในเดียวกัน ดอกบัว
ที่เชื่อมแก่นถึงกัน ถึงได้ชื่อว่าสร้อยแช่มชื่นสองชาติ”
“ความหมายของแช่มชื่นสองชาติคือ ไม่ได้สัญญาแค่ชาติเดียว
เท่านั้น แต่ชาติหน้าก็ขอเป็นหนึ่งใจเดียวกันกับเธอต่อไป”
ฉู่ลั่วข้าง ๆ อธิบาย “นี่คือของแทนใจ”
ดวงตาเฉิงยวนพลันเบิกกว้าง
หูเสี่ยวหลีข้าง ๆ ก็เบิกตาพราวเสน่ห์ของตัวเอง
เฉิงยวนเอ่ย “เพราะฉะนั้น…”
หูเสี่ยวหลีเอ่ย “เพราะฉะนั้น…”
จิ่งเจียเหยียนกุมหน้าด้วยมือทั้งสอง สะท้อนใจด้วยหน้าตาเพ้อ
พก “เป็นเพราะความรักใช่ไหม! เป็นเพราะความรัก ของไร้ชีวิตอย่าง
เครื่องประดับถึงมีพลังวิญญาณขึ้นมา”
“นี่ต้องเป็น… ความรักที่สมบูรณ์แบบขนาดไหนกัน ถึงสร้างชีวิต
ให้สิ่งของขึ้นมา!”
เธอมีสีหน้าเพ้อพกระคนอิจฉา
เฉิงยวนและหูเสี่ยวหลีข้าง ๆ ทำหน้ารังเกียจ
เฉิงยวนเหยียนมือออกไปโยนสร้อยข้อมือลงโต๊ะประหนึ่งต้องการ
เลี่ยงเชื้อโรค
“เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ บนโลกนี้จะมีความรักแบบนั้นได้
ยังไง”
หูเสี่ยวหลีก็ส่ายหน้า ท่าทางเหมือนคนอาบน้าร้อนมาก่อน “ไม่มี
ทางเป็นไปได้ ฉันอยู่มานานนม ผู้ชายแบบไหนบ้างที่ยังไม่เคยเจอ”
“ตั้งแต่ราชนิกูลชนชั้นสูง จนถึงพ่อค้าคนงาน ฉันเล่นมา… ถุย
ฉันคบมาหมดแล้ว ใช่ว่าไม่เคยมีความรักล่มเมืองสักหน่อย แต่พอ
คนตายไปก็ไม่เหลืออะไรอีก”
เฉิงยวนฟังแล้วอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาทันที “ล่มเมืองเหรอ เล่า
ให้ฟังเร็ว!”
“น่าจะเป็นช่วงเจ็ดร้อยปีก่อนมั้ง! ตอนนั้น ฉันได้พบองค์ชายคน
หนึ่ง…”
ขณะที่หูเสี่ยวหลีทำท่าจะเล่าความรักตัวเองในอดีต สร้อยข้อมือ
ก็มีความเคลื่อนไหว พุ่งไปอยู่กลางอากาศ
“ต้องมีอยู่แล้ว! ความรักระหว่างคุณหนูของข้าและคุณชายหวาน
ชื่นสุกงอมเป็นที่สุด พวกเขาได้ครองคู่กันทุกชาติ บัดนี้ก็เป็นชาติที่
สามแล้ว”
ชาติที่สาม?
ชาติที่สาม!
เฉิงยวนและหูเสี่ยวหลีต่างมองสร้อยข้อมือด้วยความตะลึง “บุพ
เพสามชาติ!”
แม้แต่ฉู่ลั่วยังอึ้งงันไปแวบนึง
บุพเพสามชาติ หรือก็คือบ่วงกรรมสามภพ