เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1049 เสียงปี่มอญ (รีไรต์)
“ครับ! หลังจากหญิงสาวหน้าตาดีเหล่านั้นเสียชีวิตไป มักจะจัด
งานแต่งงานผีขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นคนท้องที่หรือต่างถิ่น หากตายที่นี่ ก็
จะทำวิธีการแบบนี้หมดครับ”
“คนในท้องที่บอกว่าเคยเชิญปรมาจารย์มาแล้ว แต่ก็แก้ไขไม่ได้”
“แต่เพราะเป็นงานแต่งงานผีคนทั้งหมดยังเป็นผู้หญิงหน้าตาดี
ดังนั้นหลายปีมานี้จึงเกิดขึ้นแค่ไม่กี่ครั้ง”
“แต่ว่า…”
สีหน้าของเจ้าหน้าที่ชายเปลี่ยนไปเล็กน้อย “หลังจากโรงแรมถูก
เพลิงไหม้ไป การแต่งงานผีกลับเกิดขึ้นหลายครั้ง แทบจะจัดทุก ๆ
เจ็ดวันเลยครับ”
“จนถึงตอนนี้ยังมีเรื่องแบบนั้นอยู่”
“คืนนี้เองก็ครบเจ็ดวันหลังจากงานแต่งผีครั้งก่อนพอดี”
หลินโจวอี้ที่อยู่ข้าง ๆ ได้ยินแบบนั้น ยิ่งหนักใจขึ้นมา “การ
แต่งงานผี? ถ้าอย่างนั้น ถังอวิ๋นก็…”
เธอเป็นวิญญาณเร่ร่อน หากถูกจัดการแต่งงานผีให้ คงไม่มีทาง
หนีได้แน่นอน
มิน่าเธอถึงมาเขาฝันเขาบ่อย ๆ บอกว่าตัวเองไม่มีที่อยู่เป็นหลัก
แหล่ง บางทีเธออาจถูกผีร้ายในท้องถิ่นนี้รังแกก็ได้
ฉู่ลั่วกับซูเซี่ยงหยางปรึกษากันต่อไป จากนั้นจึงรอคอยการ
แต่งงานผีที่จะเกิดขึ้นในคืนนี้
ตกกลางคืน
สายลมเย็นยามค่าคืนพัดพริ้ว ไร้แสงสว่าง
รอบ ๆ โรงแรมเงียบสงัดไปนานแล้ว ยกเว้นแสงไฟลอดผ่าน
ออกมาจากบ้านบางหลัง ทุกที่ก็มีเพียงความมืดมิด
เมื่อเวลาผ่านไป แสงไฟไม่กี่ดวงเหล่านั้นก็ดับลงแล้ว
หลินโจวอี้รู้สึกถึงบรรยากาศอันกดดันไม่น้อย เขามองฉู่ลั่วและ
คนอื่น ๆ ที่ยืนอยู่ด้านข้าง
“พวกเราต้องรอบแบบนี้เหรอครับ?”
กลางคืนเงียบสนิท ทำให้เสียงของเขาฟังดูแปลกไปเล็กน้อย
“อืม”
“รออะไร?”
ซู่เซี่ยงหยางอธิบาย “พวกเราไปพูดคุยกับผีสาวตนหนึ่งที่ถูกไฟ
คลอกตายในโรงแรมนี้ไว้แล้วครับ อีกเดี๋ยวเธอคงจะทำตามคำขอ
ของพวกเราจนจบครบแล้ว”
คุย…กับผีสาวที่ถูกไฟคลอกตาย…เอาไว้แล้ว?
เขาฟังออกทุกคำ แต่ทำไมเมื่อเอาทุกประโยคมารวมกัน กลับ
รู้สึกว่ามันแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก!
เมื่อเวลาล่วงเลยดึกสงัด หลินโจวอี้รู้สึกว่าภาพตรงหน้าเลือนราง
ขึ้นมา จนกระทั่งสายตาของเขาเริ่มปรับโฟกัสได้ ก็เห็นเงาร่างสีดำ
ลอยมาจากมุมหนึ่ง ก่อนเดินขึ้นบันไดไป
ต่อจากนั้น มุมกำแพงก็มีเงาเลือนรางของเด็กปรากฏขึ้นมา
กลิ่นไหม้ที่ไม่เคยจางหายเริ่มอบอวลรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
สุ้มเสียงดังจอแจพลันแว่วมาให้น่าฉงน ราวกับความมีชีวิตชีวา
หวนคืนกลับสู่ก่อนหน้าที่โรงแรมนี้จะถูกเผา ทว่าชวนให้รู้สึกบิดเบี้ยว
และน่าสะพรึงกลัวมากกว่า
“เหอะ เหอะ!”
น้าเสียงหัวเราะไร้ที่มาที่ไปดังขึ้นจากด้านหลัง หลินโจวอี้หัน
กลับไปมองตามสัญชาติญาณแต่ถูกฉู่ลั่วกดไหล่เอาไว้ก่อน
เธอหยิบเครื่องรางแผ่นหนึ่งแตะลงบนหลังของหลินโจวอี้
สัมผัสอันเยือกเย็นนั้นหายไป
“คนที่ถูกไฟคลอกตาย มีแรงอาฆาตรุนแรง คุณไม่ควรมาที่นี่เลย
จริง ๆ”
แต่หลินโจวอี้กลับยังยืนกราน “ผมไม่เป็นตัวถ่วงพวกคุณหรอก
ครับ ผมจะทำตามที่พวกคุณบอกทุกอย่าง ขอแค่ให้ผมตามพวกคุณ
ไปได้ก็พอ”
เมื่อเกลี้ยกล่อมไม่ได้ผล ฉู่ลั่วก็ไม่สนใจเขาอีก เธอเอ่ยเพียงว่า
“อีกเดี๋ยวพวกเราจะตามผีเจ้าสาวไปที่คฤหาสน์ของอีกฝ่าย”
“ถึงตอนนั้น คงเอายันต์ไปด้วยไม่ได้ และต้องถอดวิญญาณออก
จากร่างด้วยนะ”
“ผมรู้ครับ! ผมทำได้”
ตอนนั้นเอง เสียงแปลก ๆ ดังมาจากนอกหน้าต่าง คล้ายเป็นเสียง
ทำนองปี่มอญ
ผ่านไปพักหนึ่ง เสียงนี้ยิ่งชัดเจนขึ้น
เพียงแค่ได้ยินก็ทำให้คนฟังรู้สึกกดดันไม่น้อย เสียงปี่มอญนั้นยัง
ดังผสานกับเสียงผีเท้าแผ่วเบาด้วย
ทุกย่างก้าวราวกับเหยียบลงบนเส้นประสาท เข้าไปกระตุ้นสมอง
ของมนุษย์ให้หวาดหวั่น
ฉู่ลั่วยืนอยู่กับซู่เซี่ยงหยาง เดินไปยังริมหน้าต่าง
หลินโจวอี้ตามหลังเดินมา
บานหน้าต่างแตกไปนานแล้ว รอยแตกกว้างเป็นรูขนาดใหญ่
เหมือนกับปากสีดำที่กำลังกลืนกินพวกเขา
“หมอกเยอะมาก”
หลินโจวอี้เอ่ยออกมาเบา ๆ
ถึงจะบอกว่ามีหมอกล่องลอยอยู่เยอะ แต่กลับไม่ได้มีไอหนาแน่น
เป็นคล้ายผ้าม่านผืนบางปกปิดการมองเห็นทั้งหมดเท่านั้น
บนถนนอันมืดมิดนั้น เงาร่างเลือนรางกลุ่มหนึ่งกำลังเดินผ่าน
สายหมอก เสียงปี่มอญและฝีเท้าดังประสานกัน ท่ามกลางบรรยาย
กาศค่าคืนยิ่งทำให้ได้ยินชัดเจนมากขึ้น