เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1056 จักรพรรดิภูติผี
กลุ่มผีพูดคุยซุบซิบกันไม่นาน ผู้นำของพวกมันเดินออกมา
กล่าวด้วยน้าเสียงตื่นเต้น “พวกเรายอมจำนนต่อราชาภูตผีแห่งแดน
มรณะหนึ่งหนึ่งศูนย์!”
“ยอมจำนน!”
“ยอมจำนน!”
ถังอวิ๋นเลิกคิ้ว หัวเราะใส่หลินโจวอี้อย่างอวดดี
เธอลอยขึ้นไปกลางอากาศอีกครั้ง เตรียมจะรับตัวกลุ่มผีไว้
“ราชาภูตผีฉยงป้า ขอโทษด้วยนะ! แต่คนใต้ปกครองที่ท่านพา
มาในครั้งนี้ ถูกฉันแย่งมาได้อีกแล้ว” เธอโบกมือทักทายราชาภูตผีฉ
ยงป้าซึ่งร่างกายบวมใหญ่อยู่ไกลออกไป
ทันใดนั้นการโจมตีอันดุร้ายรุนแรงสายหนึ่งพลันพุ่งตรงเข้ามา
หาถังอวิ๋น
พลังชั่วร้ายนั้นทรงพลังราวกับกระแสสายฟ้ากัมปนาถ
มันพุ่งลงจากอากาศกระแทกลงพื้นดิน ฝุ่นควันฟุ้งตลบ กลุ่มผีส่ง
เสียงร้องโหยหวน
“ถังอวิ๋น!”
“สามี!”
“นายท่าน!”
“ราชาภูติผี!”
เสียงตกใจและเป็นห่วงดังขึ้นมา
ฝุ่นคลุ้งหายไปแล้ว
หลินโจวอี้มองด้วยความกังวล ก่อนเห็นฉู่ลั่วดึงตัวถังอวิ๋นอยู่
กลางอากาศ เพื่อหลบเลี่ยงการโจมตีเมื่อสักครู่นี้
ในตอนที่เขากำลังจะโล่งใจ ก็มีการโจมตีลงมาอีกครั้ง
ฉู่ลั่วพาถังอวิ๋นหลบการโจมตีนั้นอย่างต่อเนื่อง
สุดท้ายพวกเธอก็ร่อนลงมาสู่พื้นอย่างรวดเร็ว หลังส่งถังอวิ๋นให้
หลินโจวอี้ เธอก็ทะยานขึ้นไปในอากาศอีกครั้ง
ฉู่ลั่วโบกมือ กระบี่ชิงเจวี๋ยปรากฏ
ดาบยักษ์ทรงพลังฟาดฟัน ครั้งนี้เพิ่มความรุนแรงขึ้นกว่าเก่า
มีเสียงดังชิ้ง ดาบนั้นถูกกระบี่ชิงเจวี๋ยสกัดขวางไว้กลางอากาศ
เมื่อเปรียบเทียบกับดาบยักษ์แล้ว ร่างกายและกระบี่ชิงเจวี๋ยในมือ
ของฉู่ลั่วมีขนาดเล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัด
แต่ท่าทางราวกับมดงัดข้อกับพญาช้างสารนั้น ทำให้ผีทั้งหมดที่
อยู่ตรงนั้นต่างก็ตกตะลึง
ถังอวิ๋นอยู่ข้างกายหลินโจวอี้ จ้องมองฉู่ลั่วซึ่งอยู่กลางอากาศ
เขม็ง “หลินโจวอี้ หลินโจวอี้ นายหาผู้หญิงสวย ๆ ที่เท่ขนาดนี้มาจาก
ไหน!”
“ทำไมเธอถึงได้เก่งขนาดนี้?”
“เธอเป็นใครเหรอ?”
“เธอชื่ออะไร?”
“เร็วเข้า ภายในสามนาที นายต้องบอกข้อมูลของสาวสวยคนนี้
ให้ฉันรู้ทั้งหมด!”
หลินโจวอี้ “…”
ถึงเขาจะพูดไม่ออก แต่เขาก็เล่าเรื่องของฉู่ลั่วให้เธอฟังอย่างไม่
มีทางเลือก
ณ กลางอากาศ ฉู่ลั่วป้องกันการโจมตี จากนั้นดาบของอีกฝ่าย
ฟันตามลงมาอีกสองสามครั้ง
ราชาภูตผีฉยงป้าเห็นฉู่ลั่วเอาแต่ป้องกัน ก็หัวเราะเสียงดังลั่น
“ข้าจะคอยดูว่าเจ้าจะป้องกันไปได้ถึงเมื่อไหร่? ครั้งนี้ข้ายังเชิญ
จักรพรรดิภูติผีมาด้วย”
“เจ้าคือผู้ที่ราชาภูตผีแห่งแดนมรณะเชิญมาสินะ! ข้าขอเตือน
เจ้า…”
เขาพูดไม่จบ ดาบยักษ์ในมือที่มีพลังมหาศาลก็ลอยขึ้นท้องฟ้า
สูงไปแล้ว
ส่วนฉู่ลั่วเก็บขาที่อยู่ในท่าเตะของตัวเองกลับมา
ราชาภูตผีฉยงป้า “…”
หรือว่า…
เมื่อครู่…
เขาถูกเตะกระเด็น?
ถูกเตะจนกระเด็น…เหรอ?
“จักรพรรดิภูตผี!” เขาตะโกนเสียงดัง ก่อนลอยตามดาบไป
ราชาภูตผีฉยงป้าลอยละลิ้วไปได้ครึ่งทาง ก็ถูกชายสวมชุดคลุม
สีน้าเงินคนหนึ่งมารับตัวเขาไว้
“ใต้เท้าจักรพรรดิภูตผี ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหมขอรับ!” แม้ราชา
ภูตผีฉยงป้าจะถูกอีกฝ่ายรับตัวด้วยการจับหลังคอ แต่ก็ยังเอ่ยถาม
ด้วยความเป็นห่วง
“หุบปาก!”
“ท่านไม่เป็นอะไรจริง ๆ ใช่ไหมขอรับ? อาวุธเวทย์ของท่านถูก
เตะลอยไปไกลแล้ว…”
“หุบปากเสีย!”
เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังชั่วร้ายอันเยือกเย็น ราชาภูตผีฉยงป้าก็เงียบ
เสียงลงทันที
จักรพรรดิภูตผีโยนร่างราชาภูตผีไปอีกด้าน เขาถือดาบไว้ด้วย
มือเดียว สายตาจ้องมองฉู่ลั่วอย่างเหยียดหยาม “มีความสามารถอยู่
บ้าง คิดไม่ถึงว่าสถานที่เล็ก ๆ เช่นนี้จะมีคนที่มีความพรสวรรค์อย่าง
เจ้าอยู่ด้วย”
ฉู่ลั่วมองจักรพรรดิภูตผีตนนั้นอย่างไม่แยแส ก่อนหันหลังลอย
มาอยู่ตรงหน้าถังอวิ๋น
แม้เธอจะช่วยถังอวิ๋นเอาไว้ได้ทันเวลา แต่ดาบนั้นมีพลังหยิน
รุนแรงและโหดร้ายเกินไป ซึ่งทำร้ายถังอวิ๋นได้
“เป็นยังไงบ้างคะ?”
ถังอวิ๋นยืนพิงตัวหลินโจวอี้ เมื่อเห็นฉู่ลั่วนั่งยองอยู่ตรงหน้าตัวเอง
ในสมองก็นึกถึงตัวตนของฉู่ลั่วที่หลินโจวอี้เล่าให้ฟัง
“คุณเป็นเทพธิดาน้อยที่สวรรค์ส่งมาช่วยฉันหรือเปล่าคะ?”
ฉู่ลั่ว “…”
หลินโจวอี้ “…”
ชายหนุ่มเม้มริมฝีปาก “สมองของเธอคงจะได้รับการ
กระทบกระเทือนน่ะครับ ตอนที่คุณรักษาเธอให้หายดีแล้ว ก็ช่วย
รักษาสมองของเธอด้วยนะครับ”