เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1057 ถึงเวลาที่ต้องถามนายแล้ว
“…” ถังอวิ๋นถลึงตามองหลินโจวอี้ แต่เขาไม่สนใจเธอ ชายหนุ่ม
ถามฉู่ลั่วต่อว่า “ท่านปรมาจารย์ เธอเป็นอะไรไปเหรอครับ? ผมเห็น
วิญญาณของเธอค่อนข้างล่องลอย”
“วิญญาณเธอถูกโจมตี ต้องทำวิญญาณให้มั่นคงก่อน”
เธอใช้มือข้างหนึ่งกดลงบนหน้าผากของถังอวิ๋น และสร้างตรา
ประทับด้วยมืออีกข้าง
ด้านราชาภูตผีกับจักรพรรดิภูตผีที่ถูกเมินเฉย ต่างมีสีหน้าย่าแย่
ขึ้นมาแล้ว
จักรพรรดิภูตผีหัวเราะเสียงเย็น “ดูเหมือนลูกเตะเมื่อครู่จะทำให้
เจ้าเกิดหลงผิดไปสินะ”
ราชาภูตผีฉยงป้า “ใช่แล้ว ใช่แล้ว เจ้ารู้ไหมว่าจักรพรรดิภูตผี
เก่งกาจขนาดไหน? ท่านเป็นผีผู้บำเพ็ญที่บำเพ็ญมานานกว่าห้าร้อย
ปี”
จักรพรรดิภูตผี “เจ้ากล้าดียังไงมาหันหลังให้ข้า แล้วยังจะช่วย
คนต่อหน้าข้าอีก”
ราชาภูตผีฉยงป้า “แล้วเจ้าได้เห็นดีกันแน่!”
จักรพรรดิภูตผีกัดฟันกรอด เขาด่าอย่างเกรี้ยวกราดต่อไปว่า
“ขอแค่พวกเจ้าออกไปจากตำหนักเซียนตอนนี้ ข้าจะปล่อยชีวิตพวก
เจ้าไป อีกอย่าง…เจ้ากับราชาภูตผีแห่งแดนมรณะหนึ่งหนึ่งศูนย์ต้อง
มาเป็นสนมของข้า”
“ใช่ ต้อง…เอ๊ะ!” ราชาภูตผีฉยงป้าชะงักไป เขามองจักรพรรดิ
ภูตผีด้วยความประหลาดใจ “ใต้เท้าจักรพรรดิภูตผี พวกเราตกลงกัน
ไว้แล้วไม่ใช่หรือขอรับ ท่านมาช่วยข้าชิงตำหนักเซียนรวมถึงบรรดา
ภรรยาและสนมของศัตรูไม่ใช่หรือ?”
จักรพรรดิภูตผีชำเลืองมอง ก่อนจะถอนสายตากลับไป “ตอนนี้
ข้าชอบพวงนางแล้ว เจ้าไม่พอใจหรือ?”
ราชาภูตผีฉยงป้าได้แต่พยักหน้าตอบรับเท่านั้น เขาเอ่ยพึมพำ
เสียงเบา แต่ก็ไม่กล้าตอบโต้อะไร
“เจ้าคิดจะช่วยให้วิญญาณของนางมั่นคง ซึ่งวิธีการนี้ไม่สามารถ
หยุดกลางคันได้” ในตอนนั้นเอง จักรพรรดิภูตผีก็ลอยเข้ามาใกล้
พวกเขามากขึ้น
“หากข้าลงมือตอนนี้ ขัดขวางไม่ให้เจ้ารวมวิญญาณของนางจน
มั่นคง เจ้าลองเดาดูสิว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง?”
ทันทีที่เขาพูดจบ บรรดาสนมที่อยู่ด้านหลังถังอวิ๋นก็ลุกขึ้นมา
“นายคิดจะทำอะไร?”
“นายคิดจะทำอะไรสามีของฉัน?”
“ราชาภูตผีคือสามีของพวกเรา นายจะกล้ารังแกสามีของพวก
เราเหรอ”
คนที่โกรธมากคือซาม่านม่าน เพราะเธอถูกไฟคลอกตาย ขณะ
พลังหยินเพิ่มพูนความรุนแรงขึ้น ดวงดาวสีแดงก็ปรากฏขึ้นทั่ว
ร่างกายของเธอ “คิดจะแตะต้องสามีของฉัน ก็ต้องข้ามศพฉันไปก่อน
เถอะ”
กว่าจะมีชีวิตที่สุขสบายขนาดนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย เธอไม่ยอมให้
ใครหน้าไหนมาทำลายมันเด็ดขาด
“อย่าประมาณกำลังตัวเองสูงเกินไป”
จักรพรรดิภูตผีย่อมไม่ได้เห็นผีตัวเล็ก ๆ เหล่านี้อยู่ในสายตา
เขาสนใจแค่ฉู่ลั่ว และเห็นเธอยังคงทำให้วิญญาณถังอวิ๋นมั่นคงโดย
ไม่คิดสนใจเขา
หลังจากแค่นเสียงเย็น เขาก็ดึงอาวุธเวทย์ของตัวเองออกมา
ก่อนจะทำให้มันกลับคืนสู่ขนาดปกติ
ไม่นานนัก เหล่าภรรยาของถังอวิ๋นก็พากันมาขวางหน้าฉู่ลั่ว
“รนหาที่ตาย”
ดาบนี้รวบรวมพลังหยิน บนท้องฟ้าก็ปรากฏพลังหยินอันพลุ่ง
พล่านเช่นกัน
จักรพรรดิภูตผีถือดาบไว้ในมือ เหวี่ยงตวัดไปทางภรรยา
ทั้งหลาย พลังหยินรุนแรงจนวิญญาณแทบหลุดลอยไปตามกระแส
คลื่นพลัง
ราชาภูตผีฉยงป้าหวาดกลัวจนต้องคุกเข่าลงบนพื้น สองมือกุม
ศีรษะ “ใต้เท้าจักรพรรดิภูตผี ท่านอย่าฆ่าพวกมันจนหมดนะขอรับ!
อย่างน้อยก็เหลือไว้สักคนสองคนเถิดขอรับ!”
“ตอนข้ายังมีชีวิตอยู่ไม่เคยได้ตบแต่งภรรยา ตายไปก็ยังไม่ได้
แต่งงานอีก”
“ข้า…”
ทันใดนั้นเขาก็รับรู้ได้ถึงบางอย่างที่ผิดปกติ เสียงสายลมและเมฆ
หมอกปั่นป่วนหายไปแล้ว
แต่กลับได้ยินเสียงกรีดร้องดังขึ้นข้างหูแทน
หรือจักรพรรดิภูตผีจะเก่งมาก จนทำลายผีทุกตนให้สิ้นซากได้
ในดาบเดียว?
เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น
“…”
จักรพรรดิภูตผีที่เมื่อครู่ยังมีมีท่าสง่างาม และประกาศกร้าวว่าจะ
ฆ่าทุกคนให้หมด ตอนนี้เขากลับกำลังยืนตัวสั่น
ดาบชูค้างกลางอากาศนั้นสั่นเบา ๆ
ราชาภูตผีซึ่งหมอบอยู่ข้างหลังเอียงศีรษะมองเล็กน้อย จึงเห็นว่า
กระบี่ทองสำริดเล่มหนึ่งชี้มายังจักรพรรดิภูตผี
กระบี่ทองสำริดเล่มนั้นมีประกายแสงเยือกเย็น ตัวกระบี่แผ่แสงสี
เลือดพร้อมกับพลังวิญญาณหมุนวนอยู่รอบ ๆ
“เอาล่ะ วิญญาณของคุณมั่นคงแล้ว”
ฉู่ลั่วดึงมือกลับมาก่อนยืนขึ้น
เธอมาอยู่ตรงหน้าจักรพรรดิภูตผีในชั่วพริบตา เพื่อเก็บกระบี่
กลับไปในมือ
“ตอนนี้ คงถึงเวลาที่ต้องถามนายแล้วล่ะ”