เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1058 สอบสวนพร้อมกัน
ณ ตำหนักเซียน
ราชาภูตผีฉยงป้ากับจักรพรรดิภูตผีคุกเข่าลงพื้นอย่างทุลักทุเล
เก้าอี้หรูหราตั้งเหนือบัลลังก์สูงซึ่งเป็นของราชาภูตผี ซึ่งขณะนี้
ฉู่ลั่วกำลังนั่งอยู่
ส่วนถังอวิ๋นนั่งเก้าอี้อยู่ข้าง ๆ เธอนั่งเพียงครึ่งก้น มองฉู่ลั่วด้วย
ความกลัวปนตื่นเต้น
ฉู่ลั่วเอ่ย “ไม่ต้องทำตัวเป็นทางการมาก ฉันแค่อยากถามพวก
คุณไม่กี่ประโยคเท่านั้น”
“ท่านปรมาจารย์ เวลาที่ต้องเป็นทางการก็ต้องเป็นทางการหน่อย
สิคะ การสอบสวนเริ่มแล้ว เราก็ต้องใช้อำนาจข่มอีกฝ่าย”
หลินโจวอี้ยืนอยู่ด้านข้าง กดไหล่ถังอวิ๋นไว้ “นั่งดี ๆ ! เธอเข้า
ใกล้เกินไปแล้ว เดี๋ยวจะกระทบอำนาจของท่านปรมาจารย์”
ถังอวิ๋น “…”
ต่อให้ถังอวิ๋นจะไม่พอใจ แต่เธอก็ยังกลับมานั่งตัวตรงอย่างสงบ
เสงี่ยม พลางถลึงตามองหลินโจวอี้
ไม่รอให้ฉู่ลั่วเอ่ยถาม จักรพรรดิภูตผีก็หัวเราะเยาะ “เจ้าคิดว่าจะ
จับข้าเอาไว้ได้เหรอ? เจ้าให้ข้าตอบคำถามเจ้า แต่ข้าเป็นถึง
จักรพรรดิภูตผี ทั่วทั้งเขตแดนนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของข้า
ทั้งหมด”
“พวกมันสองตนก็อยู่ภายใต้การควบคุมของข้า”
เขาทำคอแข็ง “ทางที่ดีเจ้ารีบปล่อยตัวข้าไปดีกว่า ไม่อย่างนั้น
ได้กลายเป็นเรื่องใหญ่ หากคนที่อยู่ใต้อาณัติของข้ามาถึงกันแล้ว
สองมือของเจ้าคงยากจะต่อสู้กับสี่มือได้”
“เมื่อถึงตอนนั้น วิญญาณเหล่านี้จะถูกฝังไปพร้อมกับเจ้า”
ฉู่ลั่วขมวดคิ้ว “นายปกครองสถานที่แบบนี้หลายแห่งเลยเหรอ?”
“แน่นอน”
“มีทั้งหมดกี่แห่ง?”
“เจ็ดสิบสองแห่ง! ข้าเป็นจักรพรรดิภูตผี ปกครองภูตผีในเขต
อำเภอนี้ เจ้ารู้หรือไม่ว่าทั้งอำเภอมีภูตผีอยู่เท่าไหร่?”
“เจ้าคิดว่าราชาภูตผีของข้าจะไร้ประโยชน์เหมือนเจ้าสองตัวนี้
กันหมดอย่างนั้นหรือ!”
ฉุ่ลั่วพยักหน้า “เจ็ดสิบสองตนสินะ ไม่รวมพวกเขาสองตน ก็ยัง
เหลืออีกเจ็ดสิบตน!”
“ใช่! ยังมีอีกเจ็ดสิบตน! เจ้ากลัวแล้วสินะ!”
วินาทีต่อมา ฉู่ลั่วพลันหายตัวมายืนตรงหน้าจักรพรรดิภูตผี “ใน
เมื่อนายปกครองพวกเขา ก็คงจะรู้สินะว่าพวกเขาอยู่ที่ไหนกันบ้าง?”
“…อะไรนะ?”
ฉู่ลั่วจับตัวจักรพรรดิภูตผีด้วยมือข้างหนึ่ง ก่อนหันมาเอ่ยกับ
ถังอวิ๋นว่า “ฉันไปไม่นาน เดี๋ยวจะกลับมา”
พูดจบ เธอก็พาจักรพรรดิภูตผีพุ่งทะยานออกไป
ถังอวิ๋น “…”
เธอมองหลินโจวอี้ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ “ท่านปรมาจารย์คิดจะทำอะไร
เหรอ?”
หลินโจวอี้ส่ายหน้าตอบ
ขณะเดียวกันนั้น ราชาภูตผีฉยงป้าคุกเข่าอยู่เบื้องล่าง พยายาม
ขดร่างกายอันใหญ่โตของตัวเองจนเป็นก้อนกลม
เขาได้ยินว่าปรมาจารย์ที่จู่ ๆ ก็ปรากฏตัวมา บอกกับจักรพรรดิ
ภูตผีประโยคหนึ่งเสียงเบาว่า “ถ้าไปถามทีละตนคงยุ่งยาก ไม่สู้จับมา
สอบสวนพร้อมกันเลยดีกว่า”
ทั้งหมด…
จับมา!
สอบสวน!
คำเหล่านี้เมื่อจับแยกออกมาเป็นคำ ๆ ก็สามารถรู้ความหมาย
ทั้งหมด แต่พอเอามารวมกันแล้ว เขากลับไม่ค่อยเข้าใจ
……
พระราชวังสูงตระหง่าน
ฉู่ลั่วนั่งอยู่บนเก้าอี้ของราชาภูตผีเหมือนก่อนหน้านี้
มีถังอวิ๋นที่ยังคงนั่งครึ่งก้น กำลังอ้าปากค้างมองบรรดาราชา
ภูตผีซึ่งคุกเข่าอยู่ด้านล่างบัลลังก์
ราชาภูตผีเจ็ดสิบเอ็ดตน กับจักรพรรดิภูตผีอีกหนึ่งตน
ทั้งหมดเจ็ดสิบสองตน ไม่ขาดไม่เกินแม้แต่ตนเดียว
ท่ามกลางคนเหล่านั้นยังมีราชาภูตผีหลายตนที่ร่างกายโปร่งใส
มาก ราวกับว่าอีกสักพักหนึ่งจะสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน ไม่มีสง่าราศี
ของราชาภูตผีเลยสักนิด!
เธอดึงแขนหลินโจวอี้เบา ๆ “นายบอกความจริงมา ท่าน
ปรมาจารย์…ไม่ใช่สิ ท่านเทพธิดาเป็นเทพธิดาจริง ๆ ใช่ไหม!”
หลินโจวอี้ก็กำลังตกใจเพราะภาพตรงหน้านี้เช่นกัน “ไม่รู้สิ!”
จักรพรรดิภูตผีก็มีสีหน้างุนงงไม่ต่านกัน
นับตั้งแต่ฉู่ลั่วพาเขาไปยังดินแดนของราชาภูตผีตนแรก
หลังจากจัดการโค่นล้มอีกฝ่ายลงได้ในครั้งเดียว เขาก็มีสีหน้าแบบนี้
มาตลอด
จนถึงตอนนี้
แววตาของฉู่ลั่วสงบนิ่งมาก เธอกวาดสายตามองราชาภูตผีกลุ่ม
หนึ่งที่กล่าวว่าตนเองบำเพ็ญมานานที่สุดถึงห้าร้อยปี
“ตำแหน่งราชาภูตผีนี้ ใครเป็นคนแต่งตั้งให้? แล้วใครเป็นคน
มอบตราประทับให้พวกนายทุกคน?”
น้าเสียงของเธอดังก้องไปทั่วห้องโถงใหญ่
“ฉัน ฉัน ฉัน ท่านเทพธิดา ฉันขอพูดก่อนค่ะ”
ถังอวิ๋นเอ่ยขึ้น “เป็นเพราะฉันหาทางเข้ายมโลกไม่เจอ แล้ว
บังเอิญพี่ผีสาวเร่ร่อนตนหนึ่งที่ร่วมทางมาด้วยกันกลับไปถูกใจเขา
เข้า เขาจึงคิดจะชิงตัวเธอไปเป็นราชินีภูตผีค่ะ”
เธอชี้ไปยังราชาภูตผีฉยงป้าอย่างโกรธเคือง