เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1060 ไว้หน้ายมโลก
กระทั่งพวกเขามายังยมโลก
ยมทูตขาวดำรีบร้อนมาที่ประตูนรก เห็นฉู่ลั่วยืนอยู่ด้านหน้าสุด
ส่วนด้านหลังของพวกเขายังมีวิญญาณยืนต่อกันเป็นพรวน
“ปรมาจารย์ฉู่ รบกวนคุณอีกแล้ว”
ปริมาณวิญญาณที่มายังยมโลกมีมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว
ฉู่ลั่วส่งถุงกระสอบใบหนึ่งให้ยมทูตขาวดำ “วิญญาณที่บำเพ็ญ
ได้เพียงตื้นเขินพวกนี้ ขโมยตราประทับของยมโลก ตั้งตนเป็นราชา
ภูตผี ฉันเลยจับพวกเขามาค่ะ”
ยมทูตขาวดำรับถุงกระสอบมา พูดอะไรไม่ได้อยู่นาน
บำเพ็ญได้เพียงตื้นเขิน!
ขโมยตราประทับของยมโลก!
ตั้งตนเป็นราชาภูตผี!
เห็นได้ชัดว่าฉู่ลั่วคิดหาคำแก้ตัวฟังดูดีให้พวกเขา แต่พวกเขา
กลับรู้สึกราวกับว่ายมโลกกำลังถูกตบหน้าอย่างแรง
การตบนี้หนักหนาเสียจนพวกเขาได้แต่ยิ้มแห้ง
“รบกวนปรมาจารย์ฉู่แล้ว รบกวนปรมาจารย์ฉู่แล้วจริง ๆ”
“พวกเราไม่ได้ขโมยตราประทับนะ”
“พวกเราไม่ได้แต่งตั้งตัวเองด้วย”
“พวกเราเป็น…”
เพี๊ยะ! ยมทูตขาวดำฟาดโซ่ลงดิน พลังหยินเย็นเฉียบราวกับคม
ดาบ
แรงกดดันของยมทูตขาวดำรุนแรงเกินกว่าผีตัวเล็ก ๆ เหล่านี้จะ
ทนไหว พวกมันหมอบกับพื้น ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ไม่กล้าส่ง
เสียงแม้แต่น้อย
ฉู่ลั่วทำเหมือนมองไม่เห็นภาพนี้ เธอกล่าวต่อไปว่า “มีราชาภูตผี
ตนหนึ่งในนี้ เป็นวิญญาณที่ยังไม่หมดอายุขัย ฉันจะพาตัวไปนะคะ”
“แน่นอนครับ แน่นอน”
แม้กระทั่งวิญญาณที่ยังไม่สิ้นอายุขัย ยังเป็นราชาภูตผีได้
ยมทูตขาวดำลอบกัดฟันเงียบ ๆ
“แม้เธอจะกลายเป็นราชาผีอย่างไร้เหตุผล แต่เธอก็ช่วยเหลือ
วิญญาณเร่ร่อนและผีที่ขุ่นเคืองไว้ไม่น้อย สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นบุญกุศล
ของเธอ”
ยมทูตขาวดำ “มันควรเป็นเช่นนั้น เมื่อบุญกุศลพวกนี้ตกอยู่กับ
เธอแล้ว พวกเราก็จะไม่ลบผลบุญของเธอออกไปครับ”
ฉู่ลั่วยังคงยิ้มน้อย ๆ “ภูตผีภายใต้การปกครองของเธอ ล้วน
จิตใจดี แต่ก็มีวิญญาณเร่ร่อนอยู่หลายตน พวกเขาไม่สามารถเข้า
มายังยมโลกได้…”
ยมทูตขาวดำ “ถ้าหากเป็นผีที่จิตใจดี ย่อมได้เข้าสูงยมโลก
แน่นอน พวกเราจะ…จะลงทะเบียนให้วิญญาณเหล่านี้เอง”
หลังฉู่ลั่วพูดความต้องการของตัวเองออกมาแล้ว ก็หันกายจาก
ไป
เมื่อเห็นเธอหายตัวไปแล้ว
ร่างกายเหยียดแข็งตั้งตรงของยมทูตขาวดำ ถึงได้ผ่อนคลายลง
เล็กน้อย
“เธอเดาออกแล้วใช่ไหม?”
“นี่ไม่ใช่คำพูดไร้สาระเหรอ? ถ้าเธอเดาไม่ออก ยังจะต้องไว้หน้า
ยมโลก ด้วยการบอกว่าตราประทับถูกขโมยไหม…แต่ไม่รู้ว่า เธอคาด
เดาไปได้มากเท่าไหร่”
ยมทูตดำตอบหน้าตาย “เพราะต้องลงทะเบียนวิญญาณเร่ร่อน
พวกนี้…คงต้องทำงานล่วงเวลาอีกแล้ว”
ยมทูตขาว “…”
ในยมโลกไม่ยอมรับวิญญาณเร่ร่อน เพราะวิญญาณเร่ร่อนไม่มี
ชื่อแซ่ ไม่มีป้ายวิญญาณและหลุมศพ การอยู่ในยมโลกนั้นก็เหมือน
คนเร่ร่อนที่ไร้บัตรประจำตัวประชาชน
หากต้องการตามหาบันทึกเป็นตายที่ตรงกับพวกเขาท่ามกลาง
วิญญาณจำนวนมาก เพื่อตัดสินกรรมดีกรรมชั่ว ทั้งตัดสินว่าพวก
เขาต้องได้รับโทษหรือไม่ และจะได้ไปเกิดใหม่เมื่อไหร่…
แค่คิดถึงปริมาณงานอันมหาศาลเหล่านี้
ยมทูตขาวดำจ้องมองไปยัง ‘ราชาภูตผี’ ทั้งหลายซึ่งตัวสั่นงันงก
อยู่บนพื้น ด้วยสายตาทิ่มแทงราวกับมีดดาบ
ฉู่ลั่วกลับมาตำหนักเซียนแล้ว
ซาม่านม่านคว้ามือของถังอวิ๋นไว้ เธอร้องไห้จนเสียงแหบแห้ง
“สามี คุณจะไปแล้วเหรอ? พวกเราเพิ่งแต่งงานกัน คุณก็จะทิ้งฉันไป
แล้วเหรอ?”
ถังอวิ๋นตบมือเธอเบา ๆ เป็นการปลอบใจ “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร
ฉันปรึกษาท่านเทพธิดาฉู่แล้ว หลังจากไปถึงยมโลก ฉันจะจัดของ
บูชามาให้ตามที่พวกเธอบอกเอาไว้ เหมือนกับตอนนี้”
ซาม่านม่านสะอื้น “จริงเหรอคะ? คฤหาสน์กับรถหรูพวกนี้ฉันเอา
ไปด้วยได้เหรอคะ?”
“ได้ ได้ ได้ ฉันปรึกษาท่านเทพธิดาฉู่แล้ว ของพวกนี้เธอเอาไปที่
ยมโลกด้วยได้”
ซาม่านม่านจึงหยุดสะอื้นทันที
เธอสบายใจขึ้นแล้ว แต่ภรรยาอีกร้อยตนยังไม่วางใจน่ะสิ!
“ฉันเป็นวิญญาณเร่ร่อน ไม่รู้แม้แต่แซ่ของตัวเอง ฉันจะไป
ยมโลกได้เหรอคะ?”
ถังอวิ๋น “ได้สิ ได้สิ ยมโลกจะช่วยตามหาครอบครัวให้พวกเธอ
หลังจากหาเจอแล้วก็จะให้พวกเธอไปเข้าฝัน แต่ถ้าไม่มีครอบครัวก็
มาเข้าฝันฉันได้ ฉันจะทำป้ายวิญญาณและหลุมศพให้พวกเธอเอง”
“สามี คุณต้องกลับไปแล้วจริงเหรอ? พวกเราอยู่ด้วยกันที่นี่ก็ดี
แล้วไม่ใช่เหรอคะ?”