เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1081 เธอคอยดูก็แล้วกัน
ตกกลางคืน
คนตระกูลฉู่ทยอยขึ้นรถไปแล้ว
ฉู่หร่านส่งฉู่เจิ้งกับภรรยาก้าวขึ้นรถอย่างระมัดระวังและเอาใจใส่
จากนั้นเขาจึงเดินอ้อมมาอีกด้านหนึ่ง ขณะกำลังจะดึงประตูรถให้เปิด
ออกนั้นเอง
“เธอจะไม่เป็นอะไรอย่างนั้นเหรอ?”
น้าเสียงราบเรียบหยุดเธอเอาไว้ก่อนที่จะเปิดประตูรถ
ฉู่หร่านหันไปมองฉู่ลั่วซึ่งยืนอยู่หน้าประตูใหญ่ของคฤหาสน์
แสงสลัวของไฟถนน ลมภูเขาพัดผ่านมา พัดเส้นผมสีดำขลับ
ของฉู่ลั่วให้สยายบนแผ่นหลัง แสงสีเหลืองนวลช่วยให้ผมพลิ้วไหว
ของเธอทอประกายขึ้นมา
บรรกาศรอบตัวและท่าทางของเธอราวกับเทพเจ้า
แววตาของฉู่หร่านดำมืดลง
แต่เพียงชั่ววินาที แววตาของเธอก็ถูกเก็บซ้อนก่อนจะกลับมา
เป็นปกติ “ลั่วลั่ว เธอกำลังพูดอะไร? ฉันไม่เห็นเข้าใจเลยจริง ๆ !”
ฉู่ลั่วเดินมาข้างหน้าสองสามก้าว “เธอจะไม่เป็นอะไรจริงเหรอ?
ที่ต้องสูญเสียตัวตนในฐานะลูกสาวตระกูลฉู่ไป”
รอยยิ้มบนใบหน้าของฉู่หร่านค่อย ๆ จางหาย ดวงตาของเธอ
พลันเต็มไปด้วยความเยือกเย็น
“พ่อแม่ พี่ชาย ปู่ย่าต่างขับไล่เธอออกจากตระกูลฉู่ แบบนี้เธอจะ
ไม่เป็นอะไรอย่างนั้นเหรอ?”
ฉู่หร่าน “…”
“เธอจะไม่ไปหาใครเหรอ?”
“ฉันจะไปหาใคร?”
มุมปากของฉู่ลั่วยกขึ้นเล็กน้อย “คนที่ปกป้องฐานะลูกสาว
ตระกูลฉู่ให้เธอได้ยังไงล่ะ”
ฉู่หร่านยังถามอย่างไร้เดียงสา “ฉันไม่เข้าใจว่าเธอกำลังพูดถึง
เรื่องอะไร”
“เธอไม่คิดจะไปหาคนคนนั้นจริง ๆ เหรอ?” ฉู่ลั่วเดินหน้าต่ออีก
สองสามก้าว จนกระทั่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉู่หร่าน เธอกดเสียงต่า
โน้มตัวเข้าหาอีกฝ่าย “ไม่ใช่แค่ฐานะลูกสาวตระกูลฉู่ แม้แต่ฐานะ
คู่หมั้นของหลินโจวอี้ เธอก็จะต้องเสียมันไปในไม่ช้า”
ดวงตาของฉู่หร่านเย็นเยียบขึ้นมาทันที พลางจ้องมองฉู่ลั่วราว
กับมันเป็นมีดดาบที่กำลังทิ่มแทงศัตรู
ฉู่ลั่วเอนตัวกลับมายืนตรงสง่าก่อนเอ่ยทิ้งท้าย “ตอนนี้ดึกมาก
แล้ว ขากลับก็ระวังตัวให้ดีด้วยล่ะ”
ฉู่หร่านกัดฟันหมุนกายด้วยท่าทางเย็นชา ตอนที่วางมือจับประตู
รถจะเปิด เธอก็หันมองฉู่ลั่วอีกครั้ง “เธอคิดว่าจะไล่ฉันออกจากบ้าน
ตระกูลฉู่ได้จริงเหรอ?”
“คุณพ่อกับคุณปู่ยังยืนอยู่ข้างฉันกันหมด”
ฉู่ลั่วเอ่ยเสียงเย็น “เธอคอยดูก็แล้วกัน”
รถหลายคันของตระกูลฉู่ขับออกไปท่ามกลางความมืด
ทันทีที่ขึ้นรถ ฉู่หร่านก็ก้มหน้า สะอื้นไห้ไม่หยุด น้าตาของเธอ
ไหลออกมาทีละหยด
“หร่านหร่าน ไม่ต้องร้องนะ!” อู๋ไฉ่กอดเธอไว้ด้วยความปวดใจ
ฉู่หร่านซบลงในอ้อมกอดเธอ ก่อนจะร้องไห้เสียใจหนักกว่าเก่า
“ทำไมลั่วลั่วต้องไล่หนูออกจากตระกูลฉู่ให้ได้เลยคะ ตอนนี้หนูก็
ไม่ได้กลับไปที่บ้านแล้ว เธอยังไม่พอใจอะไรอีก? หรือต้องให้หนู
ออกไปจากตระกูลฉู่ให้ได้เลยใช่ไหมคะ?”
ฉู่เจิ้งถอนหายใจ “ยัยเด็กคนนั้นมีจิตใจชั่วร้ายไม่พอ ยังกล้า
พา…”
เมื่อฉู่เจิ้งคิดถึงอายุของตัวเองที่ไม่น้อยแล้ว ยังถูกพ่อแม่ที่ล่วงลับ
ไป ปรากฏตัวออกมาสั่งสอนต่อหน้าลูกหลานได้อีก
สีหน้าของเขาย่าแย่ไปพักหนึ่ง
“ไม่ได้ถูกเลี้ยงดูมาในครอบครัว จะไปมีความรู้สึกผูกพันธ์ได้
ยังไง” อู๋ไฉ่ถอนหายใจพร้อมกับส่ายหน้า “หร่านหร่าน หนูไม่ต้อง
กลัว มีย่าอยู่ทั้งคน ย่าจะคอยดูว่าใครกล้าไล่หนูออกจากตระกูลฉู่”
“หนูจะเป็นลูกสาวของตระกูลฉู่ตลอดไป”
ฉู่หร่านฟุบลงในอ้อมกอดของอู๋ไฉ่ “คุณย่าดีที่สุดเลยค่ะ แต่คุณ
พ่อ คุณแม่กับพวกพี่ชาย…พวกเขา…”
“พวกเขายังนับเป็นอะไรได้! เรื่องของตระกูลฉู่พวกเขาต้องฟัง
คำพูดของย่ากับปู่ของหนูเท่านั้น”
ทว่าเรื่องนี้ฉู่เจิ้งค่อนข้างลังเล
อู๋ไฉ่จึงใช้ข้อศอกสะกิดเขาเบา ๆ “หรือคุณอยากให้หร่านหร่าน
ออกไปจากตระกูลฉู่คะ? ในตระกูลนี้ นอกจากหร่านหร่านยังมีใครที่
กตัญญูรู้คุณพวกเราสองผู้เฒ่าอีกบ้าง”
ฉู่เจิ้งกำลังจะบอก “แต่คุณพ่อคุณแม่ท่าน…”
“คุณพ่อคุณแม่ท่านเสียไปแล้ว คนตายไม่ควรมายุ่งเรื่องของคน
เป็น” อู๋ไฉ่เอ่ยขัดด้วยน้าเสียงไม่พอใจ ท่าทางก็ยังดูดื้อรั้น
ฉู่หร่านเปลี่ยนจากร้องไห้มายิ้มแย้ม “คุณย่าเก่งที่สุดเลยค่ะ! มี
แต่คุณย่าที่รักหนูจริง ๆ”