เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1082 ฉันไม่ตระหนี่อยู่แล้ว
เมืองเจียง
เมื่อกลับมาถึงบ้านตระกูลฉู่ ซ่งเชียนหย่าก็บอกกับพ่อบ้านหยาง
ว่า “เก็บของของคุณหนูหร่านให้หมด แล้วติดต่อไปหาพ่อแม่แท้ ๆ
ของฉู่หร่าน…”
“ที่รัก คุณทำอะไรน่ะ!”
ซ่งเชียนหย่า “ส่งฉู่หร่านกลับบ้านตัวเองยังไงคะ”
ฉู่เหว่ยฮ่าวเห็นฉู่หร่านประคองพ่อแม่ของตนเองเข้ามา ก็รีบดึง
ชายแขนเสื้อซ่งเชียนหย่าไว้ “ต่อให้ต้องส่งหร่านหร่านออกไป แต่ไม่
เห็นต้องรีบร้อนขนาดนี้!”
ซ่งเชียนหย่าดึงแขนตัวเองกลับ ไม่ได้สนใจคำพูดของฉู่เหว่ย
ฮ่าว เธอบอกกับพ่อบ้านหยาง “อย่าให้เสียเวลาเลย”
พ่อบ้านหยางค่อนข้างลำบากใจ
อู๋ไฉ่เดินมาจากด้านหลังหัวเราะเย็นชา “มีแม่ที่ไหนเป็นอย่างเธอ
บ้าง ถึงได้รีบร้อนไล่ลูกสาวตัวเองออกจากบ้านแบบนี้!”
“คุณแม่คะ คุณแม่พูดผิดแล้ว เป็นเพราะหนูอยากรับลูกสาวของ
ตัวเองกลับมา ถึงต้องรีบร้อนต่างหากล่ะคะ”
อู๋ไฉ่ “…หร่านหร่านก็เป็นลูกสาวของพวกเธอนะ”
ซ่งเชียนหย่าไม่ได้ตอบอะไร เธอทำเพียงมองฉู่หร่าน
ฉู่หร่านสบตาเธอด้วยท่าทางน่าสงสาร “แม่คะ หนูไม่รู้เลยว่า
ตัวเองทำผิดตรงไหน ถ้าหนูทำอะไรผิดไป แม่บอกหนูมาตามตรงก็ได้
ไม่เห็นต้องไล่หนูไปเลย”
“หนูไม่อยากไปจากคุณพ่อคุณแม่ ไม่อยากไปจากคุณปู่คุณย่า
ด้วยค่ะ”
“หนูอยากอยู่ที่บ้านหลังนี้”
น้าตาของเธอไหลพรากลงมาอีกครั้ง
ซ่งเชียนหย่ามองอู๋ไฉ่กับฉู่เจิ้งที่กำลังเห็นอกเห็นใจฉู่หร่าน กับฉู่
เหว่ยฮ่าวซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ สมองเธอพลันนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้
ขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ
แค่ฉู่หร่านร้องไห้ เธอก็เหมือนจะเสียสติไปแล้ว
ในสมองเอาแต่คิดว่า จะปล่อยให้หร่านหร่านเสียใจไม่ได้ ขอแค่
ฉู่หร่านมีความสุข จะให้เธอทำอะไรก็ยอมได้ทั้งนั้น
ก่อนหน้านั้น เธอคิดว่านี่คือความรักของแม่
แต่ตอนนี้…
เธอรู้สึกหนาวสั่นขึ้นมาจากกลางหลังทันที
สายตาของฉู่หร่านที่มองมา เหมือนกับสัตว์กระดูกอ่อนทว่าดู
เย็นชา ทั้งดุร้ายและอวดดี
“เอาล่ะ!” อู๋ไฉ่เห็นฉู่หร่านร้องไห้จนหอบแล้ว ก็มองซ่งเชียนหย่า
อย่างโกรธเคือง “เธอร้อนใจจนทนรอไม่ไหวเลยใช่ไหม? เธอใจร้าย
ขนาดนี้เชียวเหรอ?”
“เธอเลี้ยงดูเด็กคนนี้มาตั้งกี่สิบปี ยังไงก็ต้องมีความผูกพันธ์กัน
บ้าง”
“แค่บอกว่าจะไล่ก็ไล่ ตอนนี้เธอไล่หร่านหร่านไปได้ ต่อไปเธอคง
ไล่คนแก่อย่างพวกเราไปได้เหมือนกันสินะ!”
ซ่งเชียนหย่ารู้สึกเหนื่อยหน่าย “คุณพ่อ คุณแม่ พวกคุณพูด
อะไรกันคะ!”
ฉู่เหว่ยฮ่าวกระวนกระวายใจ “แม่ครับ ทำไมถึงพูดแบบนี้ล่ะ…”
“ฉันพูดผิดตรงไหน? ทำไมพวกเธอถึงได้กลายเป็นคนใจร้าย
แบบนี้! ฉันจะบอกพวกเธอให้นะ ถ้าฉันยังอยู่ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็
ไล่หร่านหร่านไปจากตระกูลฉู่ไม่ได้”
อู๋ไฉ่ประกาศจบ ก็จูงมือฉู่หร่านเดินออกไปแล้ว
สีหน้าฉู่เจิ้งโกรธเคือง เขาไม่สนใจซ่งเชียนหย่า แต่บอกกับฉู่
เหว่ยฮ่าวว่า “แกดูแลภรรยาของตัวเองให้ดีเถอะ”
รอกระทั่งพ่อแม่ไปกันหมดแล้ว ฉู่เหว่ยฮ่าวจึงคิดจะเกลี้ยกล่อม
ซ่งเชียนหย่า
ใครจะรู้ว่าซ่งเชียนหย่ากลับถลึงตามองเขา และเดินจากไปอย่าง
โมโหเช่นกัน
ฉู่เหว่ยฮ่าว “…”
เขาไปทำอะไรให้ใครขุ่นเคือง!
ทำไมทุกคนถึงได้โกรธเขากันหมดล่ะ!
………
ณ ตี้จิง
เฉิงยวนยื่นโทรศัพท์มือถือไปตรงหน้าฉู่ลั่ว “นี่ ดูสิ! ครอบครัว
เขามีความสุขกันมากเชียวล่ะ”
สิ่งที่หน้าจอแสดงอยู่เป็นบัญชีโซเชียลของฉู่หร่าน
เธอลงรูปถ่ายเก้าช่อง ทั้งหมดล้วนเป็นรูปที่ถ่ายกับฉู่เจิ้งและอู๋ไฉ่
พร้อมกับข้อความว่า [คุณปู่คุณย่ารักฉันที่สุด! ฉันก็รักพวก
ท่านที่สุดเลย]
ด้านล่างมีแฟนคลับของฉู่หร่านต่างชื่นชมฉู่เจิ้งกับอู๋ไฉ่ที่ดูแล
ตัวเองดี และยังดูมีออร่า
“ตอนนั้นรับปากไว้เสียดิบดี แต่พอกลับบ้านก็เปลี่ยนใจ!” เฉิง
ยวนหัวเราะเยาะ “ข้ารู้อยู่แล้ว มันไม่ง่ายขนาดนี้หรอก”
ฉู่ลั่วส่งโทรศัพท์มือถือคืนให้ “มันก็ไม่แน่”
เฉิงยวนทำตาโตมองฉู่ลั่ว “เจ้าเตรียมการไว้แล้วเหรอ?”
ฉู่ลั่วหลับตาบำเพ็ญ เธอพูดออกมาเสียงเบาว่า “กับคนแปลก
หน้าฉันยังทำให้พวกเขาไปเข้าฝันได้ ผู้อาวุโสที่มีสายเลือดเดียวกัน
ยิ่งไม่ต้องพูดถึง”
“ฉันไม่ตระหนี่อยู่แล้ว”
เฉิงยวนชะงัก
ก่อนดวงตาเบิกกว้าง
เฉิงยวนรีบปรบมือให้ “ใช่ ใช่ ใช่! ยิ่งเป็นญาติของตัวเองยิ่งต้อง
ใจกว้าง”