เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1084 ฉันชอบอวิ๋นเสามาก
ฉู่เจิ้งกับอู๋ไฉ่ตกใจกับคำพูดเย็นชาของฉู่เหิง
“อาเหิง หลานพูดแบบนี้ได้ยังไง…”
“คุณปู่คุณย่าครับ ผมพูดผิดไปเหรอครับ?” ฉู่เหิงตอบด้วยสีหน้า
ปกติ “หรือพอผมรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ใช่น้องสาวแท้ ๆ ก็ยังต้องพูดจา
คลุมเครือแบบนี้ต่อไป ปล่อยให้เธอฝันกลางวันเพราะคำพูดพวกนี้
เหรอครับ?”
ฉู่เจิ้ง “…”
ฉู่เหิงใช้นิ้วเคาะเอกสารเบา ๆ “รักเธอคนคนเดียวไปตลอดชีวิต
แล้วภรรยากับลูกของผมล่ะครับ?”
“ถ้าเธอเป็นน้องสาวแท้ ๆ คำพูดพวกนี้ก็ยังนับได้อยู่หรอกครับ
แต่เธอไม่ใช่…”
ฉู่เหิงมองฉู่หร่าน “ชั่วชีวิตนี้ของฉัน ต้องรักแค่ผู้หญิงที่ไม่ได้
เกี่ยวข้องกันทางสายเลือดเพียงคนเดียวไปตลอดชีวิตอย่างนั้นเหรอ?
ถ้าอย่างนั้นผู้หญิงคนนั้น…ก็ควรเป็นภรรยาของฉันไม่ใช่หรือไง?”
รักเธอแค่คนเดียว
รักเธอได้แค่คนเดียว
คำพูดคลุมเครือแบบนี้ แม้แต่กับคนรักยังพูดออกไปไม่ได้ง่าย
ขนาดนี้ แต่พวกเขาสามพี่น้องกลับถูกฉู่หร่านล่อลวงให้พูดครั้งแล้ว
ครั้งเล่า
น้องสาวบ้านไหน จะขอร้องพี่ชายตัวเองแบบนี้?
ฉู่เจิ้งยังคงมีสีหน้าลังเล
อู๋ไฉ่ก็ขมวดคิ้วเช่นกัน “หร่านหร่านมีความคิดเหมือนเด็ก ๆ จึง
อยากให้พี่ชายของตัวเองรักเธอแค่คนเดียว…”
“คุณปู่ คุณย่าครับ” ฉู่เหิงถอนหายใจด้วยความเหนื่อยใจ
เขารู้ว่าต่อให้ตัวเขาพูดมากกว่านี้ ฉู่เจิ้งกับอู๋ไฉ่ก็ไม่คิดว่าฉู่ห
ร่านเป็นคนผิดอยู่ดี
สายตาของเขาจับจ้องไปที่ฉู่หร่าน “หร่านหร่าน ตอนนี้วิธีที่เรา
จะเสนอให้เธอ มีแค่สองทาง”
“ทางแรก ตระกูลฉู่จะประกาศต่อหน้าสื่อ ว่าเธอกับตระกูลฉู่ตัด
ขาดกันแล้ว”
นิ้วของเขาเคาะเอกสารที่อยู่บนโต๊ะ “หร่านหร่าน เธอเป็นบุคคล
สาธารณะ เธอรู้กฎของวงการบันเทิงดีกว่าใคร หากเรื่องนี้เผยแพร่
ออกสื่อไป กลัวว่าข้อมูลพวกนี้ คงกระจายไปทั่วอินเทอร์เน็ตได้
ภายในสองวัน”
“ถึงตอนนั้น…”
ฉู่หร่านเบิกตากว้าง ลมหายใจติดขัดไปชั่วขณะ
“ทางที่สอง เรื่องนี้จะไม่ประกาศออกสู่สาธารณะ ในสายตาคน
นอก เธอจะยังเป็นลูกสาวตระกูลฉู่ เพียงแต่…เราต้องเอาเธอออกจาก
ทะเบียนบ้าน”
ความแตกต่างระหว่างทางแรกกับทางที่สองราวฟ้ากับเหว
เมื่อฉู่เจิ้งได้ยินดังนั้น ก็รีบพูดทันที “ทางที่สอง ทางที่สองย่อม
ดีกว่า หร่านหร่าน หนูยังใช้แซ่ฉู่ได้ แค่ไม่ได้อยู่ในทะเบียนบ้านของ
ตระกูลฉู่เท่านั้นเอง”
“ไม่มีอะไรต่างไปจากตอนนี้เลย”
แต่ฉู่หร่านกลับเม้มปากเงียบ
ฉู่เหิงไม่ได้คิดจะมอบทางเลือกให้กับเธอตั้งแต่แรก
แทนที่จะบอกว่าเขาเสนอทางเลือกสองทางนี้ให้เธอ ไม่สู้บอกว่า
เสนอให้ฉู่เจิ้งกับอู๋ไฉ่จะถูกกว่า
เธอสบตาฉู่เหิง “หนูเลือก…ทางที่สองค่ะ”
ฉู่เหิงเก็บเอกสาร “ถ้าอย่างนั้นก็จัดการให้เสร็จในวันนี้เลย! พวก
เราจะไปที่สถานีตำรวจท้องที่กันตอนนี้”
ฉู่หร่านยังอยากพูดบางอย่าง แต่ฉู่เจิ้งพยักหน้าเห็นด้วยก่อนแล้ว
“จัดการในวันนี้เลย!”
ความจริงเป็นเพราะเขาไม่อยากฝันเห็นพ่อแม่ผู้ล่วงลับ ต้องมา
คอยสั่งสอนเขาเหมือนเป็นหลานชายในตอนกลางคืนอีกแล้ว
ฉู่เหิงจัดการรวดเร็วมาก
ตอนที่เดินออกมาจากสถานีตำรวจ ในมือของฉู่หร่านก็ถือ
ทะเบียนบ้านเล่มสีแดงมา ด้านในนั้นมีชื่อของเธอเพียงคนเดียว
แสงอาทิตย์ส่องเจิดจ้า ฉู่เหิงยืนอยู่บนบันได ในมือกำทะเบียน
บ้านไว้แน่น เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีคราม
ในเมืองเจียงนั้น เห็นท้องฟ้าสีครามแบบนี้ได้ยากมาก
“พี่ใหญ่ พี่ต้องใจร้ายกับฉันขนาดนี้เลยเหรอคะ?”
เสียงของฉู่หร่านดังขึ้นเบา ๆ จากด้านหลัง
ฉู่เหิงยังเงยหน้ามองท้องฟ้า “หร่านหร่าน ตอนที่เธอยังเป็นเด็ก
ฉันเคยบอกเธอว่าฉันชอบอวิ๋นเสามาก ชอบอวิ๋นเสามาก ๆ ชอบมาก
จริง ๆ”
ฉู่หร่านเอ่ยขึ้นอย่างโดยไม่รู้ตัว “พี่ใหญ่ เรื่องนี้หนูเคยอธิบาย
แล้ว ก่อนหน้านี้เป็นเพราะ…”
ฉู่เหิงหันหน้ามาช้า ๆ เขามองฉู่หร่านด้วยแววตาสงบนิ่ง
แววตานั้นทำฉู่หร่านพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
ฉู่เหิงยกมุมปากเล็กน้อย “เธอรู้ไหม? ตระกูลเวินโกรธมากกับ
คำพูดกลับกลอกไปมาของฉัน อวิ๋นเสาเองก็เสียใจมาก”
“ตระกูลเวินไม่ให้ฉันไปเจออวิ๋นเสาได้อีกแล้ว”
“พวกเขาไม่ต้องการเงินของฉัน ไม่ต้องการทรัพย์สินของฉัน คิด
ว่าฉันล้อเล่นกับอวิ๋นเสา คิดว่าฉันไม่อยากแต่งงานกับอวิ๋นเสา”
“ฉันรักอวิ๋นเสาขนาดนั้น จะไม่อยากแต่งงานกับเธอได้ยังไง”
“แต่เป็นเพราะฉันแต่งงานกับอวิ๋นเสาไม่ได้ต่างหาก”
“ฉู่หร่าน ฉันแต่งงานกับอวิ๋นเสาไม่ได้ใช่ไหม?”