เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1083 พ่อแม่ที่แท้จริงของเธอคือ
เมืองเจียง
บ้านตระกูลฉู่
ยามเช้าตรู่
ฉู่เจิ้งกับอู๋ไฉ่ลงมาจากชั้นบนด้วยท่าทางไร้ชีวิตชีวา
ส่วนฉู่หร่านตื่นตั้งแต่เช้าแล้ว น้าเสียงของเธอหวานใสเป็นพิเศษ
“คุณปู่คุณย่า อรุณสวัสดิ์ค่ะ! วันนี้หนูให้คนในครัวทำอาหารที่คุณปู่
คุณย่าชอบเอาไว้ด้วยนะคะ”
“หลังทานอาหารเสร็จ หนูจะออกไปเดินเล่นเป็นเพื่อนค่ะ”
เธอเดินมาหา คล้องแขนฉู่เจิ้งอย่างกระตือรือร้น
ฉู่เจิ้งหัวเราะแห้ง ๆ ทีหนึ่ง
อู๋ไฉ่ยกมุมปากยิ้มแข็งทื่อ
หลังจากฉู่หร่านประคองพวกเขาสองคนไปนั่งเรียบร้อยแล้ว ก็รีบ
ยกอาหารเช้ามาให้อย่างกระตือรือร้น
เมื่อเห็นฉู่หร่านกำลังทำตัวยุ่งมาก ฉู่เจิ้งก็ได้แต่อ้าปากหลายครั้ง
ก่อนจะกลืนคำพูดทั้งหมดลงไป
เขาสบตากับอู๋ไฉ่ คำพูดติดอยู่ริมฝีปากแต่ไม่อาจเอ่ยออกมาได้
เลย
จนกระทั่งทั้งสองคนทานอาหารเสร็จ
ฉู่หร่านรีบให้คนไปเตรียมรถทันที “คุณปู่คุณย่าคะ วันนี้หนูมีอี
เว้นท์พอดีเลยค่ะ พวกเราไปที่งานด้วยกัน จะได้แสดงตัวต่อหน้า
กล้องด้วยไงคะ!”
“เป็นเรื่องดีที่จะให้คนอื่นได้เห็นว่าความสัมพันธ์ของพวกเรา
ตระกูลฉู่ดีแค่ไหน”
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ให้ฉู่ลั่วได้เห็น
อีกฝ่ายอยากจะไล่เธอไปจากบ้านตระกูลฉู่เหรอ!
ฮึ!
“หร่านหร่าน!” ฉู่เจิ้งพูดแทรกเธอขึ้นมา เขากำลังลังเล “คืออย่าง
นี้…หนูเคยรู้จักพ่อแม่ที่แท้จริงของหนูหรือเปล่า!”
สีหน้าของฉู่หร่านแข็งค้างไป
เธอหันมองพวกเขาโดยไม่รู้ตัว
อู๋ไฉ่กระแอมไอเบา ๆ “ยังไงพวกเขาก็เป็นพ่อแม่แท้ ๆ ของหนู ไม่
ว่ายังไงหนูก็ควรไปพบพวกเขาบ้าง…”
“คุณปู่คุณย่า ไม่ต้องการหนูแล้วเหรอคะ?”
ฉู่เจิ้งรีบส่ายหน้า “ไม่ใช่ไม่ต้องการหนู แต่ว่า…”
สองคืนที่ผ่านมานี้ ทุกคืนพ่อแม่ที่เสียไปแล้วมักจะมาเข้าฝันเขา
แล้วถามเขาว่า ทำไมไม่ยอมให้ฉู่หร่านกับพ่อแม่ที่แท้จริงของเธอรู้จัก
กัน
โดยเฉพาะคุณพ่อ เขาอายุปูนนี้แล้ว อีกฝ่ายยังจะทุบตีเขาอยู่อีก
สีหน้าของอู๋ไฉ่ก็ย่าแย่เช่นกัน
เธอแต่งงานกับคนตระกูลสูงส่ง จึงค่อนข้างกลัวแม่สามีกับพ่อ
สามีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
โดยเฉพาะแม่สามี ต่อให้แม่สามีไม่พูดอะไรสักคำ แค่มองเธอ
แวบเดียว เธอก็กระวนกระวายใจแล้ว
หลายคืนมานี้ไม่มีคืนไหนที่นอนหลับได้อย่างสนิท!
“หนูไม่อยากไปจากตระกูลฉู่ หนูไม่อยากไปจากคุณปู่คุณย่า!”
ฉู่หร่านร้องไห้ ซบหน้าลงบนอ้อมแขนของอู๋ไฉ่ “คุณปู่คุณย่า อย่าไล่
หนูไปเลยนะคะ หนูแค่อยากมีครอบครัว…”
“ทำไมต้องไล่หนูไปด้วยล่ะคะ?”
“หร่านหร่าน!” อู๋ไฉ่ถอนหายใจ “ปู่กับย่ารับปากหนู ต่อให้หนู
ไม่ได้ใช้แซ่ฉู่แล้ว ไม่ได้เป็นลูกสาวตระกูลฉู่แล้ว ปู่กับย่าก็ยังรักหนู
นะ”
“ของที่เคยมอบให้หนูก็จะไม่น้อยลงเด็ดขาด”
ฉู่เจิ้งพยักหน้าแรง ๆ “สิ่งของที่เป็นของหนูจะไม่ลดน้อยลงเลย
ต่อให้ไม่ได้ใช้แซ่ฉู่ ไม่ได้มีฐานะเป็นลูกสาวของตระกูลฉู่…”
ฉู่หร่านชะงัก “แม้แต่แซ่ฉู่ก็ไม่ให้หนูใช้อย่างนั้นเหรอคะ?”
ฉู่เจิ้งหลบสายตาตกตะลึงของฉู่หร่าน “ไม่ใช่ว่าไม่ให้หนูใช้แซ่ ก็
แค่…ก็แค่…”
ในตอนที่ฉู่เจิ้งกำลังลำบากใจเพราะไม่รู้จะพูดอย่างไร ฉู่เหิงก็
ก้าวยาว ๆ เข้ามา “หร่านหร่าน เรื่องพ่อแม่แท้ ๆ ของเธอ ถูก
ตรวจสอบชัดเจนแล้วล่ะ”
เขาเอาเอกสารปึกหนาวางลงบนโต๊ะ
ตอนที่ฉู่หร่านมองมา เขาก็กล่าวอย่างจนปัญญา “ฉันเองก็ไม่มี
ทางเลือกเหมือนกัน ถึงพวกเขาจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ก็นับเป็นคำสั่ง
เสียของผู้อาวุโส”
“หร่านหร่าน พ่อแม่ที่แท้จริงของเธอคือ…”
“พี่ใหญ่!” ฉู่หร่านขัดฉู่เหิงอย่างเกรี้ยวกราด “พี่ใหญ่ พี่จะบังคับ
ให้หนูออกไปให้ได้เลยใช่ไหมคะ? พี่ใหญ่ พี่ลืมแล้วเหรอ? พี่เคยพูด
เอาไว้นี่ ว่าพี่จะรักหนูไปตลอดชีวิต”
“พี่จะรักหนูคนแค่เดียวไปตลอดชีวิต!”
ฉู่เหิงปิดเอกสารลง เขามองฉู่หร่านโดยไม่อาจควบคุมการ
แสดงออกของใบหน้าไว้ได้
ทำไมจนถึงตอนนี้ เธอถึงยังมองเขาด้วยสีหน้าเจ็บปวดแบบนี้อยู่
อีก?
“ฉันเคยพูด! แต่หร่านหร่าน เธอลืมแล้วเหรอ…ตอนที่ฉันพูดคำ
เหล่านี้ออกมา เพราะฉันเห็นเธอเป็นน้องสาว…” เขาหยุดไปชั่วขณะ
ก่อนจะเอ่ยย้า “น้องสาวแท้ ๆ เพียงคนเดียว”
ฉู่หร่าน “…”
“เพราะฉะนั้นคำพูดพวกนี้ ฉันไม่ได้พูดกับเธอ แต่ฉันพูดกับ
น้องสาวของฉันต่างหาก”
ดวงตาของฉู่เหิงทวีเย็นชาขึ้น “ใครเป็นน้องสาวของฉัน ฉันก็พูด
กับคนคนนั้น”