เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1104 หนูยังเป็นน้องสาวของพวกพี่
ฉู่เหิงปล่อยมือเธอพูด “ถ้าอย่างนั้นก็ใช้แผนก่อนหน้านี้ บีบให้
ฉู่หร่านไปเจอคนที่อยู่เบื้องหลัง ถ้าเธอแก้อักขระของพวกเราโดย
พลการ มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น ต่อให้เรา
บีบฉู่หร่านออกไปเจอได้ แต่คนที่อยู่เบื้องหลังจะต้องไม่โผล่มาเจอ
เธอแน่”
ฉู่ลั่วหลับตาลงครู่หนึ่งแล้วลืมตาขึ้นอีกครั้ง “พี่ใหญ่ พี่ไม่อยาก
แต่งการกับพี่สะใภ้ใหญ่เหรอคะ?”
“อยากสิ ทำไมจะไม่อยากล่ะ คิดอยู่ตลอดจนเก็บไปฝันเลยล่ะ”
น้าเสียงของฉู่เหิงฟังดูเศร้าสร้อย แต่หลังจากนั้นเขาก็พูดขึ้นมา
อย่างแน่วแน่ “ลั่วลั่ว ดำเนินการตามแผนเดิมเถอะ”
“เธอจะแก้ให้พวกเราและเหลือตัวเองไว้คนเดียวแบบนั้นไม่ได้ ดู
จากนิสัยของฉู่หร่านแล้ว…ไม่รู้เลยว่าจะทำอะไรขึ้นมาอีก”
ฉู่เหิงยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองตัดสินใจถูกต้องแล้ว
“ฉู่หร่านเป็นคนไร้เหตุผลและขี้หวงรุนแรงมาก ถ้าเกิดรู้ว่าพวก
เราทั้งหมดไม่ได้ถูกควบคุมแล้ว อีกทั้งเธอยังอยู่ในมือของฉู่หร่านอีก
ล่ะก็…”
ฉู่จิงขมวดคิ้วเช่นกัน “ทำตามที่พี่ใหญ่บอกแล้วกัน”
ฉู่จ้านที่อยู่บนเตียงผู้ป่วยก็พยักหน้าเช่นกัน “ถึงยังไง…พวกเราก็
เป็นแบบนี้แล้ว ขอแค่…อยู่ให้ไกลจากเธอคนนั้นก็ยังดี”
ฉู่ลั่วมุ่นคิ้วเล็กน้อย
เธอเม้มปากแล้วบอก “เธอกระทำการอย่างมั่นคงมากกว่าที่พวก
เราคิดค่ะ”
ท่าทางของฉู่หร่านดูใจเย็นกว่าที่เธอคิดเอาไว้
ป้ายหยกของมอริสถูกทำลายไปเธอก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาใด ๆ เลย
ซ่งเชียนหย่าบุกเข้าไปในห้องลับของเธอ เธอก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไร
เช่นกัน
แม้แต่…ในตอนนี้ที่ถูกไล่ออกจากบ้านตระกูลฉู่ เธอก็ยังคงถ่าย
ละครและรับงานโฆษณาไปตามปกติ ไม่ได้มีอาการร้อนรนจนต้องไป
ติดต่อกับคนที่อยู่เบื้องหลังเลยสักนิด
“ถ้าต้องบีบให้เธอติดต่อกับคนที่อยู่เบื้องหลังจริง ๆ …ก็ไม่รู้เลย
ว่า…”
ฉู่เหิงหัวเราะเยาะออกมา
ในขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากอยู่นั้น หน้าประตูก็มีเสียงอัน
คุ้นเคยดังมาก่อน คนที่อยู่ในห้องผู้ป่วยจึงค่อย ๆ เปลี่ยนท่าทีกัน
ไม่นานนัก ประตูห้องผู้ป่วยก็ถูกเปิดออก ฉู่หร่านเดินเข้ามาด้วย
ใบหน้าเปื้อนยิ้ม พร้อมทั้งผู้หญิงอายุยี่สิบกว่าที่ตามมาด้วยอีกคน
“พี่สาม หว่านหว่านมาแล้วทำไมพี่ไม่บอกหนูสักคำเลยล่ะคะ ”
ทันทีที่ฉู่จ้านเห็นกว่านหว่านเดินตามหลังฉู่หร่านมา เขาก็ยืดตัว
ตรงสีหน้าดูตื่นตระหนกขึ้นมาเล็กน้อย
แต่หลังจากที่ได้รับสายตาเตือนบอกของฉู่จิง เขาก็ค่อย ๆ ผ่อน
คลายเอนหลังลงพิงหัวเตียง “เขาก็ไม่ได้เป็นคนสำคัญอะไร ทำไม
ต้องบอกเธอด้วยล่ะ?”
“ลั่วลั่วก็อยู่ด้วยเหรอ!”
ฉู่หร่านลากกว่านหว่านจนแทบจะมาถึงตรงหน้าฉู่ลั่วแล้ว “ลั่วลั่ว
เธอยังไม่รู้จักหว่านหว่านสินะ! ตอนเด็ก ๆ หว่านหว่านมาอยู่ที่บ้าน
ด้วยหลายปี หลังจากนั้นตากับยายหว่านหว่านก็รับไป”
เธอดันกว่านหว่านไปข้างหน้า “หว่านหว่าน รีบทักทายฉู่ลั่วสิ ลั่ว
ลั่วก็นับว่าเป็นน้องสาวเธอเหมือนกันนะ”
กว่านหว่านเป็นหญิงสาวสวยน่ามอง ดวงตาของเธองดงามมาก
เธอจับแขนของตัวเองเบา ๆ แล้วพยักหน้าให้ฉู่ลั่ว
ฉู่ลั่วยังไม่ทันได้พูดอะไร ฉู่หร่านกลับหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ และ
แม้ว่าเสียงจะเบาแต่ก็ขยับเข้ามาตรงหน้าฉู่ลั่ว “ลั่วลั่ว เธออย่าไป
ตำหนิหว่านหว่านเลยนะ ตอนเด็กเธอเกิดอุบัติเหตุขึ้นน่ะ คอก็เลยมี
ปัญหา พูดไม่ได้แล้วล่ะ”
“อื้อ!”
ท่าทีของคนที่อยู่ในห้องผู้ป่วยต่างก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
มีเพียงฉู่หร่านเท่านั้นที่มีท่าทีเศร้าหมอง “เมื่อก่อนหว่านหว่าน
เสียงเพราะมากเลยนะ ตอนเด็ก ๆ ยังเคยได้ออกรายการทีวีด้วย…น่า
เสียดายจัง”
ฉู่จิงเดินเข้ามาแล้วพูดตัดบทฉู่หร่าน “หร่านหร่าน ช่วงนี้ยุ่งมาก
ไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงมีเวลามาเยี่ยมอาจ้านได้ล่ะ?”
ฉู่หร่านแย้มรอยยิ้มแล้วกวาดสายตาไปหาทุกคนในห้อง “ทุกคน
ต่างก็เป็นพี่เป็นน้องกันนี่คะ มารวมตัวกันขนาดนี้แล้วจะขาดหนูไปได้
ยังไง?”
“แม้ว่าตอนนี้หนูจะไม่ใช่คนในตระกูลฉู่แล้ว แต่ว่าหนูยังเป็น
น้องสาวของพวกพี่ไม่ใช่เหรอคะ?”
แม้ว่าเธอจะกำลังยิ้มอยู่ แต่สายตากลับมีความเย็นชาแปลก ๆ
“น้องสาวมาเยี่ยมพี่ชายมันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอคะ?”