เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1123 สาวสวยวัยรุ่น
ด้านหลังมีเสียงดังวุ่นวาย
ฉู่เหิงถือโทรศัพท์เดินออกมาไกลอีกหน่อย “อืม”
เขาไม่รู้ว่าควรจะบอกยังไง “พี่คิดไม่ถึงเลยว่าฉู่หร่านจะลงมือกับ
คุณปู่”
แต่ใครจะไปคาดคิดกันได้ล่ะ
ตอนอู๋ไฉ่โทรมาร้องห่มร้องไห้ พวกเขายังคิดว่าคุณย่าถูกสิ่ง
สกปรกอะไรหลอกหลอน หรือถูกผีบังตาหรือเปล่า
แต่จะทำยังไงได้…
ขีดจำกัดต่าสุดของฉู่หร่านกลับต่ากว่าที่พวกเขาจินตนาการ
เสียอีก
เขานวดหว่างคิ้ว “พี่คิดว่าเธอจะลงมือกับพวกเราสามพี่น้อง…”
ฉู่ลั่วเงียบไปเช่นกัน
เธอเองก็คิดไม่ถึง
คนที่ถูกผูกติดด้วยด้ายแดงเฒ่าจันทราของฉู่หร่าน มีแต่คนหนุ่ม
หน้าตาหล่อเหลา
นอกจากฉู่เหว่ยฮ่าวกับภรรยา อย่าว่าแค่พี่น้องชายสามคนของ
ตระกูลฉู่กับหลินโจวอี้เลย แม้กระทั่งคนที่ไม่ค่อยฉลาดอย่างฝางไคจี้
ก็ยังเป็นวัยรุ่นหน้าตาหล่อเหลา…
ยังมีมอริสที่อยู่ต่างประเทศอีก
ไม่ว่าจะพูดถึงคนไหนก็ต่างเป็นหนุ่มหล่อทั้งนั้น
แต่ว่า…
ฉู่เจิ้งนั้น…
ฉู่ลั่วทนไม่ไหวต้องติดต่อกับระบบในจิตวิญญาณที่ไม่พูดไม่จา
มาตลอด “เมื่อกี้นายยืนยันแล้วใช่ไหม? ฉู่หร่านไม่ใช่นางเอกใน
นิยายฮาเร็มจริงเหรอ…”
ระบบอารมณ์ร้อน [ไม่ใช่ ไม่ใช่! ผมเป็นระบบที่จริงจังนะ ผมไม่
ข้องเกี่ยวกับเรื่องเสื่อมเสียหรอก เธอเป็น…ลูกรักสวรรค์ธรรมดา
ทั่วไป ไม่ได้มีคุณสมบัติเพิ่มเติมอะไรมากมาย]
ฉู่ลั่วกับฉู่เหิงคุยกันอีกสองสามประโยค ก่อนวางสายไป
เธอนั่งอยู่ในสวนดอกไม้ ต้นไม้ใบหญ้าบนภูเขาแห้งเหี่ยว กิ่ง
ก้านบิดเบี้ยวพันกันจนดูน่ากลัว
มีเพียงดอกไห่ถังที่บานสะพรั่งโดยไม่สนใจฤดูกาล
แม้ฉู่ลั่วจะหลับตาอยู่ แต่จิตวิญญาณของเธอยังคงกระตือรือร้น
มาก
ฉู่ลั่ว “ตอนนี้มาคิดดูแล้ว แม้ฉู่หร่านจะมีคู่หมั้นอยู่ แต่ยังผูกด้าย
แดงของเฒ่าจันทราได้อีกแปดเส้น ตอนนี้แม้กระทั่งฉู่เจิ้งก็…นี่คือ
เสน่ห์ของลูกรักสวรรค์เหรอ? ใครก็หนีรอดไปไม่ได้”
ระบบร้อนรน มันร้องคำรามอยู่ในจิตวิญญาณ [ไม่ใช่! ลูกรัก
สวรรค์ไม่มีเสน่ห์แบบนี้! สวรรค์ไม่ได้มอบคุณสมบัติแบบนี้ให้…คุณ
จะใส่ร้ายสวรรค์ไม่ได้นะครับ! ไม่ว่าสวรรค์จะตาบอดแค่ไหน ก็ไม่ไร้
คุณภาพขนาดนี้…]
มันร่าร้องอย่างบ้าคลั่ง
ฉู่ลั่วเอ่ย “นายไม่ใช่สวรรค์สักหน่อย จะรู้ได้ยังไงว่าลูกรักสวรรค์
ไม่มีคุณสมบัติแบบนี้? สวรรค์อยากให้ลูกสาวของตัวเองกลายเป็น
คนที่ใคร ๆ ก็หลงใหล แล้วทำไมจะทำไม่ได้?”
[…จะยังไงก็ตามผมย่อมรู้ดี โฮสต์ ผมเป็นระบบ ผมเข้าใจโลกใบ
นี้เป็นอย่างดีครับ]
ฉู่ลั่ว “นายรู้จักโลกใบนี้กับลูกรักสวรรค์เป็นอย่างดี”
ระบบที่ตอนแรกยังคงกระทืบเท้า พลันเงียบทันที มันไม่ตอบอะไร
กลับมาอีก
ฉู่ลั่วหัวเราะ ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง
………
เมืองเจียง
ตระกูลฉู่
ฉู่เหิงวางสายโทรศัพท์ เขาถอนหายใจเบา ๆ ก่อนเดินเข้าไปใน
คฤหาสน์
ฉู่หร่านนั่งอยู่มุมโซฟา ก้มหน้าสะอึกสะอื้น
บนตัวเธอมีเสื้อกันลมสีดำตัวหนึ่งคลุมเอาไว้ เผยให้เห็นขาเรียว
ยาวขาวผ่องสองข้าง
ส่วนคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ คือฉู่เจิ้งในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย กำลัง
ถูกอู๋ไฉ่ชี้หน้าด่ากราด
ฉู่จิงเห็นฉู่เหิงเดินเข้ามา จึงถามผ่านสายตา
ฉู่เหิงส่ายหน้าให้ช้า ๆ “ลั่วลั่วบอกว่า เธอไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม
ฉู่หร่านถึงต้องทำแบบนี้”
ใครจะคาดคิดว่า…
ฉู่หร่านจะ…
พวกเขาต่างเตรียมพร้อมรับมือหากฉู่หร่านคิดลงมือกับพวกเขา
สามคนพี่น้อง แต่ใครจะคาดคิดล่ะ!
เสียงทะเลาะกันในห้องรับแขกทวีความรุนแรงขึ้นแล้ว
อู๋ไฉ่โกรธมากจนเกือบจะหันหลังเดินออกไป แต่กลับถูกฉู่เหว่ย
ฮ่าวประคองให้มานั่งบนโซฟาอีกด้าน “แม่ครับ แม่ใจเย็นก่อนนะครับ
ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นการเข้าใจผิด!”
“เข้าใจผิด? เข้าใจผิดอะไร! ฉันเห็นกับตานะ” อู๋ไฉ่ชี้ใส่ฉู่หร่าน
“แกดูสิว่าเธอใส่อะไรไว้ข้างใน เธอกอดกับพ่อของแก นี่เป็นเรื่อง
เข้าใจผิดเหรอ?”
เสื้อคลุมเป็นของที่ฉู่เหว่ยฮ่าวนำมาให้ฉู่หร่าน เพราะกลัวว่าเธอ
จะอับอาย
เขาย่อมต้องรู้อยู่แล้วว่าเธอสวมอะไรไว้ข้างใน…
ชุดนอนลูกไม้สีดำสุดเซ็กซี่ตัวหนึ่ง
ผมหงอกขาวของฉู่เจิ้งถูกดึงทึ้งจนยุ่งเหยิง ไม่เหลือภาพลักษณ์
ของนายท่านตระกูลฉู่เลยสักนิด สีหน้าของเขายับย่น “อะไรที่เรียกว่า
กอดกัน! ผม…ผมเปล่า”
“คุณไม่ได้ทำอย่างนั้นเหรอ พวกคุณกอดกัน ยังจะบอกว่าเปล่า
อีกเหรอ! คุณแก่ขนาดนี้แล้ว ยังมียางอายบ้างไหม! คุณอายุเท่าไหร่
คุณยัง…” อู๋ไฉ่ใจเต้นแรงด้วยความเกรี้ยวกราด
ฉู่เจิ้งส่งเสียงคร่าครวญหลายครั้ง “หร่านหร่าน อย่าเอาแต่ร้องไห้
สิ! หนูพูดอะไรบ้างเถอะ!”
ฉู่หร่านยังคงก้มหน้าร้องไห้ ไม่พูดอะไรเลย
“พ่อ นี่พ่อ…”
ฉู่เหว่ยฮ่าวถอนหายใจออกมาทันที
อู๋ไฉ่ถึงกับหลั่งน้าตา “ฉู่เจิ้ง พวกเราเป็นสามีภรรยากันมาหลาย
สิบปี…ฉันไม่เคยรู้เลยว่า คุณจะชอบอะไรแบบนี้”
“คุณชอบสาวสวยวัยรุ่น คุณก็บอกฉันมาสิ! ฉันสละฐานะ
คุณนายฉู่ได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว”
“คุณ…คุณมัน…”
ฉู่เจิ้งตอบโต้อะไรไม่ได้ เขาได้แต่พยายามพูดต่อไปว่า “ที่รัก มัน
ไม่ใช่แบบนั้นจริง ๆ นะ ผมชอบเด็กสาวหน้าตาสะสวยที่ไหนกัน!
ตั้งแต่เมื่อก่อนจนถึงตอนนี้ ผมก็รักแค่คุณคนเดียวนะ!”
“เหอะ!” น้าตาของอู๋ไฉ่หยุดไหลแล้ว เธอโบกมือด้วยจิตใจอัน
เหนื่อยล้า “ไม่ต้องพูดแล้ว พวกเราหย่ากันเถอะ!”
“หา! ทำไมถึงเป็นเรื่องใหญ่ขนาดจะหย่ากันเลยล่ะ” ฉู่เจิ้งรีบเดิน
มาหาฉู่หร่าน พลางใช้ไม้เท้ากระแทกพื้น “หนูพูดอะไรบ้างสิ! เอาแต่
ร้องไห้ไม่มีประโยชน์อยู่ได้ หนูพูดออกมาให้ชัดเจนได้ไหม!”
ฉู่หร่านยังคงร้องไห้ต่อไป
ฉู่เจิ้งร้อนใจจนแทบจะเป็นลม
เขาหันไปมองลูกชาย ก่อนหันกลับมามองเหล่าหลานชาย
ลูกชายก็มีสีหน้ารังเกียจ บรรดาหลานชายก็มีสีหน้าไม่พอใจ
แต่เขาเปล่านะ!
“ต่อให้ผมจะเป็นสัตว์เดรัจฉานจริง ๆ ก็ไม่มีทางลงมือกับ
หลานสาวตัวเองเป็นอันขาด!”
อารมณ์ของอู๋ไฉ่สงบลงแล้ว สีหน้าของเธอยังเศร้าหมอง แต่
ไม่ได้ร้องไห้อีก “แต่ก็ไม่ใช่หลานสาวแท้ ๆ นี่”
ฉู่เจิ้งร้องอุทานออกมา แต่เขาไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไรแล้ว
ในตอนนั้นเอง ซ่งเชียนหย่าก็เดินเข้ามาจากนอกคฤหาสน์
เธอกลัวว่าฉู่หร่านจะสร้างเรื่องวุ่นวายรุนแรงเกินไป จนทำให้
ผู้ฒ่าทั้งสองโมโห
แต่เพิ่งเดินเข้ามา ก็ได้ยินอู๋ไฉ่พูดซ้า ๆ ว่า “หย่า หย่า! คุณไม่
ต้องพูดอะไรแล้ว”
ซ่งเชียนหย่า “…”