เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1129 ตายหมดทั้งบ้าน
ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบเอ่ยจบ ก็รีบอธิบายเพิ่ม “เทพธิดาครับ
ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อคุณ แต่ผมแค่กลัวว่า…เมื่อครู่อาจผมหมุนกล้องเร็ว
เกินไป จนคุณดูผิด”
“หรืออาจเพราะกล้องผมมันเลอะ เดี๋ยวผมเช็ดกล้องก่อนนะครับ”
เขาดึงทิชชู่มาหนึ่งแผ่นแล้วเช็ดกล้อง
“ฉันไม่ได้ดูผิด และไม่ใช่ปัญหาของกล้องค่ะ”
ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบผงะ
เขาไม่อยากเชื่อ ทั้งยังไม่กล้าเชื่อ
เวลานี้ ท้องฟ้าด้านนอกกำลังเป็นสีแดงฉาน เจิดจรัสงดงาม
ความจริงก็ควรเป็นภาพตะวันตกดินอันเปล่งประกาย
แต่เวลานี้เขามองไป กลับรู้สึกระส่าระสาย
“บ้านผมเฮี้ยนจริงเหรอครับ” สีหน้าเขาเศร้าหมอง “ผมต้องใช้
เงินเก็บไปเกือบหมดถึงได้บ้านหลังนี้มา”
การเป็นบล็อกเกอร์ตกแต่งบ้านนั้นเหนื่อยมาก ค่าใช้จ่ายก็เยอะ
แต่เขาเองก็ชื่นชอบเรื่องนี้มาก จึงยินดีทุ่มทั้งแรงกายแรงใจและเงิน
ทอง
แต่ตอนนี้…
เดิมทียังหวังเพิ่มความนิยมด้วยบ้านหลังใหญ่นี้ แล้วเขาอาจจะ
ได้รับโฆษณาเพิ่ม ไม่คิดเลย…
ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบยังไม่ยอมตัดใจ “เทพธิดาครับ ที่นี่
เฮี้ยนจริง ๆ เหรอ”
เมื่อเห็นเขารับความจริงไม่ได้ ฉู่ลั่วจึงเอ่ยต่อ “บ้านทั้งซ้ายขวา
หน้าหลังของคุณเคยมีคนตายทั้งหมด”
เธอเว้นจังหวะไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวต่อ “แบบที่ตายหมดทั้งบ้านน่ะ
ค่ะ”
ตายหมดบ้าน?
ตายหมดบ้าน!
ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบผุดลุกขึ้นมา ถือโทรศัพท์พร้อมทั้งวิ่ง
ไปด้านนอก ทันทีที่ก้าวเท้าพ้นประตูก็ถอยกลับมา เขาถามด้วย
ท่าทางกังวล “ปรมาจารย์ครับ บ้านผมเคยมีคนตายไหม”
“ไม่เคยค่ะ”
เขาโล่งอก
ก่อนจะล้างสมองให้ตัวเอง “อย่างที่คิด บ้านของผมต้องเป็น
มงคล”
[ฮ่า ๆ ๆ! เขาไม่ยอมรับเด็ดขาดว่าตัวเองซื้อบ้านเฮี้ยนมา]
[จะว่าไป เดี๋ยวนี้ราคาบ้านสูงจนน่ากลัว เฮี้ยนไม่เฮี้ยนก็ไม่สำคัญ
ประเด็นคือต้องมีที่ซุกหัวนอน]
[ซ้ายขวาหน้าหลังเคยมีคนตายหมด แถมยังตายหมดทั้งบ้าน มี
แต่บ้านนี้ที่ไม่เคยมีใครตาย…แบบนี้ไม่แปลกไปหน่อยเหรอ]
[เอ่อ…]
[บางทีเจ้าของช่องอาจจะดูผิดไปก็ได้ ไปถามจากคนในละแวก
ใกล้เคียงดูดีไหม]
ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบสูดหายใจ “คนงานที่ผมจ้างเป็นคนใน
พื้นที่กันหมด เดี๋ยวผมจะไปถามพวกเขาครับ”
ตอนนี้ถึงเวลาเลิกงานแล้ว คนงานสองสามคนกำลังเก็บข้าวของ
ตัวเอง
ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบจึงเดินเข้าไปสอบถาม
สีหน้าคนงานทั้งหลายเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะโบกไม้โบกมือ
ระวิง “ไม่รู้ครับ พวกเราไม่รู้อะไรทั้งนั้น ได้เวลาเลิกงานแล้ว พรุ่งนี้
พวกเราค่อยมาใหม่นะครับ”
พูดจบอีกฝ่ายก็เตรียมจะจากไป แต่ถูกใช้ชีวิตบั้นปลายอย่าง
สงบรั้งแขนไว้ก่อน หน้าตาเขาเศร้าสลดเป็นอย่างมาก “ช่างหลิวอย่า
เพิ่งไปสิครับ!”
“ทำยังไงดีครับเทพธิดา”
“เทพธิดาเหรอ เทพธิดาอะไรครับ” คนงานเหลือบไปเห็นการ
สตรีมบนหน้าจอมือถือของใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบก่อนแววตาจะ
ลุกวาว
“เมฆใสเฝ้ามองตะวันนี่ เธอเป็นเจ้าของช่องที่ผมติดตามอยู่
ทำไมมือถือผมถึงไม่แจ้งเตือนนะ มัวแต่ไปสอบเอาปริญญาเอกหรือ
ไง”
เขาลองเปิดมือถือดู “อา ที่แท้ก็แบตหมด”
หลังรู้ว่าเป็นฉู่ลั่ว คนงานก็ไม่ได้รีบร้อนกลับบ้านเหมือนตอนแรก
แต่ดึงคนงานอีกสองคนพร้อมกับใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบกลับไปยัง
ห้องที่จัดเตรียมให้อยู่ชั่วคราว
ผู้ชายทั้งสี่ล้อมวงอยู่ด้วยกัน
หลังเหล่าหลิวได้ยินเรื่องที่ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบพูดก็พยัก
หน้า “เจ้าของช่องพูดมาถูกต้องแล้ว ซ้ายขวาหน้าหลังของบ้านคุณ
เคยมีคนตายทั้งหมดครับ”
“บ้านที่มีต้นฉัตรจีนฝั่งตรงข้ามคุณ เป็นคนเชือดหมูเมื่อยี่สิบปี
ก่อน สถานะความเป็นอยู่ถือว่าดีพอสมควรสำหรับคนในพื้นที่นี้”
“แต่ผู้ชายบ้านนั้นชอบดื่มเหล้าซ้ายังทำร้ายภรรยา หลังภรรยา
ของเขาทนไม่ไหว เธอก็ดื่มยาฆ่าแมลงจนตาย”
“ครึ่งปีต่อมา ลูกชายคนโตของเขาไปมีเรื่องกับคนอื่น อริมาหา
ถึงบ้าน ทีแรกลูกชายคนโตซ่อนตัวอยู่ในบ้าน แต่เพราะเขาเมาจึง
สะลึมสะลือไปเปิดประตูให้ พวกคนหนุ่มไม่รู้จักยั้งแรง จึงซ้อมลูกชาย
คนโตเขาจนตาย”
“ลูกชายคนรองอายุยังไม่ถึงสิบขวบ ก็ตกใจจนเสียสติ”
“หลังคนเชือดหมูตื่นขึ้นมา เขาจะรับเรื่องรุนแรงแบบนี้ไหวได้
ยังไง เขาจึงทำการแขวนคอตายใต้ต้นฉัตรจีนหน้าบ้านตัวเอง”