เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1130 นายก าลังพูดอยู่กับใคร
ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบมองต้นฉัตรจีนที่ใบร่วงโรยไป
หมดแล้วผ่านกำแพงรั้ว เขารู้สึกว่าในความพร่าเลือนชั่วขณะ คล้าย
มีเงาคนแขวนคออยู่ตรงนั้น ปลายลิ้นยาวเฟื้อยห้อยตกลงจากปาก
ดวงตาคู่นั้นก็แทบถลนออกจากเบ้า
“อ๊าก!!!”
เขาร้องเสียงหลงเบา ๆ แต่เมื่อเพ่งสายตามองอีกครั้งก็ไม่เห็น
อะไรแล้ว
เหล่าหลิวเหมือนไม่ได้ยินเสียงกรีดร้องของเขา ยังคงเอ่ยต่อ
“บ้านฝั่งซ้ายของคุณเป็นมะเร็งทั้งครอบครัว มีทุกโรคมะเร็งสุด
พิสดารอย่างที่ไม่มีใครเขาเป็นกัน ทั้งมะเร็งเม็ดเลือด มะเร็งปอด…”
“บ้านที่เกิดอุบัติเหตุ หรือจมน้าตาย…ก็มี”
“เหมือนกับว่าเวลาเพียงสองปี คนที่นี่ก็ตายเกลี้ยง”
ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบกลัวจนใบหน้าซีดราวกระดาษ
เหล่าหลิวเห็นแบบนั้นจึงรีบปลอบ “แต่คุณวางใจได้ครับ ตอนนี้
ที่นี่ไม่เป็นไรแล้ว ตระกูลหยวนก็อยู่ที่นี่กันอย่างสุขสบาย”
“คุณซื้อบ้านของตระกูลหยวนนี่ คงไม่เป็นอะไรหรอกครับ”
เขาพูดจบ ก็หันไปมองหน้าจอไลฟ์สตรีม “ใช่ไหมครับเจ้าของ
ช่อง บ้านหลังนี้ไม่มีมีปัญหาใช่ไหมครับ”
ฉู่ลั่วไม่ตอบเหล่าหลิว แต่เธอถามกลับ “คงไม่ใช่แค่สี่ครอบครัวนี้
ที่ตายทั้งบ้าน ยังมีอีกสามครอบครัวใช่ไหมคะ”
เหล่าหลิวตะลึงงัน “สมแล้วที่เป็นเจ้าของช่อง ผมบอกแล้วว่าคุณ
น่ะเก่งมาก แต่พวกเขากลับไม่เชื่อ”
“ถูกต้องแล้วครับ แต่เดิมในละแวกนี้ยังมีอีกสามครอบครัว หลัง
เกิดเรื่องกับคนเชือดหมูจึงคิดว่าฮวงจุ้ยแถบนี้คงไม่ดี ทั้งสาม
ครอบครัวนั้นจึงย้ายออกไปพร้อมกัน เหมือนจะย้ายไปอีกฟากนะ
ครับ”
“อนิจจา บ้านใหม่ของทั้งสามครอบครัวนั้นเพิ่งสร้างเสร็จได้ไม่
นาน ก็เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ จนตายกันหมดทั้งสามครอบครัวอีก”
เขาถอนหายใจ
ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบเอ่ยขึ้น “หรือก็คือ ตายไปแล้วเจ็ด
ครอบครัว ตายกันหมดทั้งบ้านเลยเหรอครับ”
“ครับ ตายหมดบ้าน เหลือลูกชายคนเล็กของคนเชือดหมูที่บ้า ๆ
บอ ๆ สติเลอะเลือนอยู่”
เหล่าหลิวส่ายหน้า เขากับเพื่อนร่วมงานอีกสองคนทอดถอนใจ
กับชะตากรรมอันอนาถาของเจ็ดครอบครัวนี้
แต่ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบไม่ได้ถอนใจไปกับพวกเขา
เขารู้สึกว่าตัวเองก็น่าอนาถมากเช่นกัน
[ตายกันหมดทั้งเจ็ดครอบครัว ไม่มีเหลือเลยเหรอ]
[พี่ชายรีบย้ายออกไปเถอะ ถึงเงินหมดก็ยังไปหาใหม่ได้ แต่ชีวิต
น่ะ หมดแล้วหมดเลยนะ]
[มันต้องติดปัญหาอะไรอยู่แน่นอน เทพธิดารีบบอกหน่อยสิ]
[คงเพราะฮวงจุ้ยไม่ดี ตอนสร้างบ้านต้องเรียกซินแสชื่อดังมา
ตรวจสอบดูนะ ใช่ว่าพื้นที่ไหน ๆ ก็สร้างบ้านได้หมด]
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งดังเข้ามากะทันหัน
“พวกคุณมาเกาะหน้าต่างกันทำไมครับ”
ท้องฟ้าเริ่มมืดลง เสียงที่ดังฉับพลันนี้ทำเอาคนในห้องต่างตกใจ
จนขนลุกซู่กันหมด
“บ้าเอ๊ย ฉันกลัวแทบแย่! หยางเหิง นายเข้ามาทำอะไร” เหล่า
หลิวโมโหจนด่ากราด
คนที่ยืนอยู่หน้าประตูสวนคือชายวัยกลางคนในเสื้อผ้าสีซีด
หน้าตาเปรอะเปื้อน ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง แต่แววตาสว่างไสวเป็น
พิเศษ เวลายิ้มยังเปี่ยมไปด้วยความใสซื่อไร้เดียงสาที่ไม่เข้ากับวัย
ของเขา
เหล่าหลิวกล่าวแนะนำ “เขาคือลูกชายคนเล็กที่เสียสติไปของคน
เชือดหมู”
ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบพ่นลมหายใจ “ตกใจแทบตาย”
หยางเหิงคนเลอะเลือนยิ้มอยู่อย่างนั้น เขาชูน่องไก่ที่ไม่รู้ว่าไปหา
มาจากไหน กัดกินจนปากเปื้อนมันเลอะไปหมด “ผมเห็นพวกเขาเข้า
มา ผมเลยเข้ามาเหมือนกันครับ!”
น้าเสียงหยางเหิงไร้เดียงสา เขาเดินไปยังข้างหน้าต่างทีละก้าว
มองซ้ายทีขวาที ก่อนตัวเขาจะเกาะริมหน้าต่างมองลอดเข้าไปด้วย
“พวกคุณมองอะไรกันอยู่เหรอครับ”
เขาเอียงคอ ถามด้านข้างตัวเอง
ภาพนี้ทำเอาสี่คนในห้องกลัวจนไม่กล้าส่งเสียง
เหล่าหลิวใจกล้ามากที่สุด จึงถามกลับไป “หยางเหิง นายกำลัง
พูดอยู่กับใคร”
“พวกเขาไง!”
“อาเจิ้ง เสี่ยวอันอัน และพี่เสิ่นจวิน…”
เขานับนิ้ว
และเมื่อยิ่งนับต่อ สีหน้าเหล่าหลิวก็ยิ่งซีด สองขาสั่นระริกขึ้น
เรื่อย ๆ
เขาเขยิบมาอยู่หน้ากล้อง น้าเสียงสั่นเครือถึงที่สุด “ทั้งหมดนั้น
เป็น…ทั้งหมดนั้นเป็นชื่อของสมาชิกทั้งเจ็ดครอบครัวที่ตายไปแล้ว
ครับ!”