เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1162 ถูกผีตาม
“ทำไม มีบางอย่างไม่ชอบมาพากลเหรอ”
ฮั่วเซียวหมิงเห็นสีหน้าฉู่ลั่วแปลกไป จึงเดินไปกระซิบถาม
ฉู่ลั่วพยักหน้า สายตาเธอทอดมองยังนักศึกษาสาวคนหนึ่ง
“เธอ…”
ไม่รอให้ฉู่ลั่วพูดจบ นักศึกษาสาวคนนั้นก็มีสีหน้าตกตะลึง “ดวง
ชะตาหนูไม่ดี หรือแฟนหนูนอกใจ หรือหนูถูกผีตามคะ…”
สีหน้าเธออึ้งงัน แต่น้าเสียงยังเจือความตื่นเต้นอยู่เล็กน้อย
ฉู่ลั่ว “…”
“ถูกผีตามค่ะ”
“ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าฉันถูกผีตาม!” หราวเสี่ยวฮุ่ยจับตัวเพื่อน
นักศึกษาข้างตัว “ฉันบอกเธอแล้วใช่ไหมว่าฉันถูกผีตาม พวกเธอก็
ไม่ยอมเชื่อ”
“ถูกผีตามจริงเหรอคะ”
“หอเรามีผีจริงเหรอคะ”
เหล่านักศึกษามองฉู่ลั่วอย่างคาดคั้น
ฉู่ลั่วหันมองหยางไต้
หยางไต้คลี่ยิ้ม “ลั่วลั่วอยากทำอะไรก็ทำเถอะ ยังไงวันนี้พวกเราก็
ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว เราจะอยู่เป็นเพื่อนเอง”
ฮั่วจิ้นเอ่ยเสริม “ใช่แล้ว เราไม่มีอะไรทำ”
ฉู่ลั่วพยักหน้า หันไปพูดกับบรรดานักศึกษา “ฉันจะไปที่
มหาวิทยาลัยของพวกคุณ ระหว่างทาง พวกคุณลองเล่าเรื่องให้ฉัน
ฟังหน่อยแล้วกัน”
“ได้ค่ะ”
บนรถ
หราวเสี่ยวฮุ่ยสงบจิตใจอันตื่นเต้นกับรถหรู แล้วเล่าทุกอย่างที่
เกิดกับตัวเองในสองสามวันนี้
“ความจริงตัวหนูเองก็สังหรณ์ใจเหมือนกัน ประมาณสองวันก่อน
หนูออกเลิกจากงานนอกมหาวิทยาลัยกลับมาและกลัวว่าประตูหอจะ
ปิดแล้ว จึงใช้ทางลัดซึ่งเป็นภูเขาด้านหลังมหาวิทยาลัยค่ะ”
“ตอนที่หนูเดินผ่านริมทะเลสาบตรงภูเขาด้านหลัง ก็เห็นเงาคน
ตะเกียกตะกายอยู่ในน้า ทีแรกหนูคิดว่ามีคนตกน้าจึงวิ่งเข้าไปช่วย
แต่คิดไม่ถึงว่าพอหนูเข้าไปใกล้แล้ว กลับไม่มีอะไรอยู่ในน้า กระทั่ง
เกลียวคลื่นก็ไม่มี”
“ถ้ามีคนตกลงไปจริง ๆ ไม่มีทางที่ผืนน้าจะเรียบนิ่งแบบนั้นค่ะ”
ต่อให้เป็นแค่ความทรงจำ หราวเสี่ยวฮุ่ยก็ยังรู้สึกหวั่นใจ
“คืนนั้นขณะที่หนูกำลังนอน ก็ได้ยินเสียงโหวกเหวกอยู่นอก
หน้าต่าง ห้องของหนูอยู่ชั้นห้า หนูคิดว่าคงมีนักศึกษาทะเลาะกัน
กลางดึก จึงไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่”
“แต่คืนที่สอง…”
เมื่อพูดถึงคืนที่สอง สีหน้าเธอพลันซีดเผือดลงไปถนัดตา คล้าย
นึกถึงเรื่องสยดสยองบางอย่างได้
ภายในรถ เสียงของหราวเสี่ยวฮุ่ยเจือแววอ่อนแรง
“แต่คืนที่สอง ตอนที่หนูกำลังเตรียมตัวจะนอน หนูได้ยินเสียงนั้น
อีกครั้งค่ะ”
“เสียงนั้นทั้งร้องไห้ทั้งพูดไปด้วย แต่หนูได้ยินเสียงพูดไม่ชัด”
“ยิ่งฟังหนูก็ยิ่งหงุดหงิด เลยตวาดใส่ไปทางด้านนอกค่ะ”
เพื่อนนักศึกษาที่อยู่ข้าง ๆ ก็พากันพยักหน้า “พวกเราเป็นรู
มเมทกันค่ะ คืนนั้นจู่ ๆ เธอก็ตะโกนด่าออกไปด้านนอก”
“บอกว่าได้ยินเสียงใครบางคนพูดอะไรสักอย่างอยู่ แต่ความจริง
แล้วไม่มีเลยนะคะ ห้องเรามีรูมเมทที่อยู่ด้วยกันทั้งหมดหกคน ไม่มี
ใครได้ยินอะไรเลยค่ะ”
หราวเสี่ยวฮุ่ยเอ่ย “พวกเธอพากันบอกว่าหนูฝันไป หนูเองก็
เข้าใจว่าตัวเองฝัน”
“แต่ใครจะรู้…”
เสียงเธอชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะอดยกมือถูแขนตัวเองไปมา
ไม่ได้ “ตอนที่หนูกำลังจะหลับ เสียงนั้นมันดังขึ้นอีกครั้ง”
“มันแจ่มแจ้งกว่าครั้งก่อน ครั้งก่อนฟังเหมือนมันอยู่แค่ชั้นหนึ่ง”
สีหน้าเธอซีดลง “แต่ครั้งนี้มันใกล้ขึ้นไม่น้อยเลยค่ะ ทั้งยังไม่พูด
อะไรแล้วด้วย เอาแต่ร้องไห้อย่างเดียว”
“หนูหนวกหูจนหงุดหงิด ก็เลยลงจากเตียง เปิดหน้าต่างออก
แล้วใช้มือถือส่องไฟลงไป”
“ข้างล่างว่างเปล่า เสียงนั้นก็หยุดไปด้วย”
เพื่อนนักศึกษากล่าวสำทับอยู่ข้าง ๆ “พวกเราก็ตกใจเหมือนกับ
เธอค่ะ พวกเราวิ่งไปที่ริมหน้าต่างกันหมด แต่ก็ไม่เห็นอะไร พวกเรา
คิดว่าเธอนอนไม่พอถึงได้หูฝาด”
การที่วันนี้พวกเธอออกมาข้างนอกก็เพราะอยากให้หราวเสี่ยวฮุ่
ยผ่อนคลายจิตใจ
ไม่คิดว่าจะได้เจอปรมาจารย์ฉู่
………
ทั้งหมดมาถึงมหาวิทยาลัยแล้ว
แม้จะรู้ว่าตัวเองเจอดีเข้า แต่หราวเสี่ยวฮุ่ยก็ยังอดรู้สึกตื่นเต้น
ไม่ได้
เธอแนะนำมหาวิทยาลัยให้ฉู่ลั่วอย่างมีความสุข
“นั่นฉู่ลั่วไม่ใช่เหรอ”
“ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่มหาวิทยาลัยของเราล่ะ”
“หรือว่ามหาวิทยาลัยของเรามีเรื่องพิศวง”
มีเพื่อนนักศึกษาของหราวเสี่ยวฮุ่ยเห็นว่าพวกเธออยู่กับฉู่ลั่ว จึง
เอ่ยถาม “ฮุ่ยฮุ่ย นี่พวกเธอ…”
“ฉันเจอผี ปรมาจารย์ฉู่เลยมาช่วยดูให้ฉันน่ะ” หราวเสี่ยวฮุ่ยต
อบตื่นเต้น
เพื่อนนักศึกษา “…”
ชั่วขณะนั้นพวกเขาไม่รู้ว่าควรต้องสงสารหรือต้องอิจฉาเธอดี