เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1163 ท าไมเขาต้องท าแบบนี้กับฉัน
เรื่องที่ฉู่ลั่วมามหาวิทยาลัยแพร่สะพัดไปทั่วในเวลาอันรวดเร็ว
นักศีกษาจำนวนไม่น้อยวิ่งมาอยู่ด้านนอกของหอนักศึกษาหญิง
พวกเขาต่างพากันชะเง้อคอมอง
แม้จะมองอะไรไม่เห็น แต่ก็ยังมองเข้ามาอย่างไม่ลดละ
“ว้าว เทพธิดายอมให้ถ่ายทอดสดด้วยเหรอ หอนักศึกษาหญิง
กำลังไลฟ์อยู่”
ใครคนหนึ่งกดเปิดลิงก์ไลฟ์สตรีมขึ้นมา และเห็นฉู่ลั่วกำลังเดินดู
ไปทั่วหอนักศึกษาหญิง
รอจนจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว พวกฉู่ลั่วออกจาก
มหาวิทยาลัย ในโลกออนไลน์ลือกันให้สนั่น
หลังขึ้นรถมา หยางไต้หยิบมือถือออกมา เห็นว่าพวกเขาติด
อันดับการค้นหายอดนิยมโดยไม่แปลกใจมากนัก
เธอแค่นเสียงเบา ๆ แล้วค้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบที่สุด ก่อนจะ
กดไลก์ กดบันทึกไว้ แล้วกดแชร์รวดเดียว
หลังทำทุกอย่างเสร็จ เธอก็ใช้ศอกกระทุ้งฮั่วจิ้นพลางเอ่ย “คุณ
แชร์โพสต์นี้ด้วยสิ”
ฮั่วจิ้นชำเลือง “ผมไม่มีบัญชี”
“ถ้าอย่างนั้นก็ลงทะเบียนสิ” หยางไต้รู้สึกไม่ชอบใจนัก “ยุคนี้
เป็นยุคดิจิทัล คุณในฐานะประธานบริษัทฮั่ว บุคคลผู้เป็นแกนนำของ
เทคโนโลยียุคใหม่ กลับไม่มีแม้แต่บัญชีโซเชียลมีเดียเนี่ยนะ”
เธอบอกกับฮั่วเซียวหมิงที่ขับรถอยู่ด้านหน้า “อาจิ่ว นายก็กด
แชร์ด้วย”
ก่อนจะยิ้มกริ่มหันไปมองฉู่ลั่ว “ส่วนลั่วลั่วไม่ต้อง ฉันรู้ว่าบัญชี
ของลั่วลั่วไม่ค่อยโพสต์เกี่ยวกับชีวิตส่วนตัว”
ฮั่วจิ้น หยางไต้ และฮั่วเซียวหมิงกดแชร์ด้วยกันหมด
คำค้นหายอดนิยมที่เคยอยู่หลังสิบอันดับแรก กลายเป็นอันดับ
หนึ่งในพริบตา
ตามมาคือคลิปไลฟ์สตรีมที่มหาวิทยาลัยถูกบันทึกหน้าจอไว้แล้ว
โพสต์บนอินเทอร์เน็ต คู่จิ้นทุ่มสุดตัวก็ติดอันดับหนึ่งอีกครั้ง
[ที่แท้คู่จิ้นทุ่มสุดตัวก็เป็นคู่รักจริง ๆ]
[เขาเป็นคู่รักจริงอยู่แล้วแต่แรก]
[ก่อนหน้านี้ฉันคิดว่าพวกเขาเกี่ยวดองกันเพราะเรื่องธุรกิจ
ตอนนี้ฉันรู้ตัวแล้วว่าตัวเองคิดผิด]
[ได้ยินว่าเมื่อวานนี้กลุ่มแฟนคลับของคู่จิ้นทุ่มสุดตัวล่มสลายไป
แล้ว แต่เช้าวันนี้ก็กลับมาสร้างกลุ่มใหม่]
[ฮ่า ๆ ๆ พวกเธอเห็นหรือยัง ฮั่วเซียวหมิงคอยเดินตามหลังยื่น
นู่นยื่นนี่ให้ฉู่ลั่ว ต่อให้จะหล่อจะรวยระดับไหน พออยู่ต่อหน้าเทพธิดา
ของเราก็ต้องอยู่ในโอวาท]
[ถึงฉู่ลั่วจะหน้าตาสะสวยและมีความสามารถ แต่ผู้ชายที่ไหนก็
ทนให้ผู้หญิงชี้นิ้วสั่งแบบนี้ไม่ไหวหรอก อีกอย่าง ฮั่วเซียวหมิงยังเป็น
ถึงเถ้าแก่ใหญ่ พวกเขาสองคนคงคบกันได้ไม่นานหรอก]
[ผู้ชายแต่ละคนไม่เหมือนกันหรอกนะ]
ในโลกออนไลน์กำลังโต้เถียงกันอย่างดุเดือด คู่จิ้นทุ่มตัวเป็นที่
วิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วอินเทอร์เน็ต
หยางไต้เห็นคอมเมนต์ในเน็ตแล้วกดเข้าบัญชีคุณปู่ฮั่วอีกครั้ง
พบว่าทิศทางคอมเมนต์เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เธอยื่นมือถือไปตรงหน้าฮั่วจิ้น พลางยกมือป้องปากเอ่ย “บอกให้
พ่อของคุณอยู่เงียบ ๆ บ้าง อาจิ่วอุตส่าห์เจอคนที่ตัวเองชอบแล้ว”
“ฉันเองก็ชอบลั่วลั่วมาก…”
“ถ้าต้องพังไปเพราะเขา ฉันจะ…”
เธอทำสีหน้าดุร้าย
ฮั่วจิ้นพยักหน้าอย่างจนใจ ลดระดับเสียงตัวเองลงให้ได้ยินกันแค่
พวกเขาสองคน “คุณว่าผมควบคุมท่านได้เหรอ”
หยางไต้ “…”
เธอแค่นเสียงเย็น “ตาแก่บ้านคุณต้องพยายามทำลายอาจิ่ว
กับลั่วลั่วอยู่แน่”
มีประโยคหนึ่งที่เธอไม่ได้พูดไป
เด็กสาวคนนั้น เธอเคยเจออีกฝ่ายมาแล้ว
คนที่ต้องการพบอาจิ่ว นำของกินมาให้อาจิ่ว ถึงขั้นหลบหลีก
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของคฤหาสน์เข้ามาแล้วหยุดรถอาจิ่ว
ไว้ ก่อนหน้านี้ยังเคยมาขวางรถของลั่วลั่วด้วย
หลังจากสองครั้งนั้น มาตรการรักษาความปลอดภัยของ
คฤหาสน์ก็ยกระดับขึ้นอีกมาก
ตาแก่นี่อยู่กับเด็กสาวคนนั้น…
มิน่าเจ้าอาวาสวัดไป๋หลงถึงบอกว่าอาจิ่วกับลั่วลั่วไม่มีบุพเพต่อ
กัน ต้องเป็นเพราะตาแก่นี่เป็นคนทำลายแน่นอน
เธอส่งข้อความหาฉู่ลั่ว หลังได้รับคำตอบยืนยันแล้วก็ส่งข้อความ
ติดต่อไปหาอีกสามสี่คน
ต้องทำให้รากฐานอันมั่นคงก่อนตาแก่นั่นจะก่อเรื่อง
………
ณ ร้านอาหารโหย่วหมิง
รถแล่นเข้ามาและจอดสนิท
ฮั่วเซียวหมิงก้าวลงจากรถ เขาเห็นว่ามีปาปารัสซีสองสามคนชู
กล้องอยู่ไม่ไกลจากร้านอาหาร กำลังถ่ายภาพพวกเขาอยู่
เขาสาวเท้าทำท่าจะเดินไปหา แต่กลับถูกหยางไต้รั้งแขนไว้
“ฉันเรียกมาเอง”
ฮั่วเซียวหมิง “…”
หยางไต้เดินเข้าไปคล้องแขนฉู่ลั่วไปยังร้านอาหาร “ลั่วลั่ว
พฤติกรรมของคุณปู่ไม่เกี่ยวกับพวกเรานะ”
“อาจิ่วชอบใครเป็นเรื่องของเขา ใครก็ก้าวก่ายไม่ได้”
“ต่อให้เป็นฉันกับพ่อของเขา ก็เข้าไปยุ่มย่ามไม่ได้หรอกจ้ะ”
“ฉันเรียกนักข่าวสองสามคนนี้มา ก็เพราะอยากทำให้เรื่องนี้เป็น
รูปเป็นร่างก่อนคุณปู่จะลงมือ”
“คุณถามความเห็นหนูแล้ว หนูเองก็เห็นด้วยค่ะ” ตอนอยู่บนรถ
หยางไต้ได้ส่งข้อความถามเธอว่าขอเรียกนักข่าวมาสองสามคนได้
ไหม ส่วนเหตุผลนั้นอีกฝ่ายได้อธิบายไปแล้ว
รอจนพวกฉู่ลั่วออกมาจากร้านอาหาร คู่จิ้นทุ่มสุดตัวก็ได้ขึ้นอยู่
บนหน้าแรกของสื่อใหญ่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสื่อบันเทิงหรือสื่อการเงิน
……….
“พี่เลิกดูได้แล้ว!”
จิ่งอันฉิงก้าวฉับ ๆ เข้าไปทำท่าจะแย่งรีโมตจากมือจิ่งอันเสวี่ย
แต่กลับถูกเบี่ยงตัวหลบ
สายตาจิ่งอันเสวี่ยจดจ่ออยู่กับหน้าจอโทรทัศน์
ชายร่างสูงใหญ่ที่อ่อนโยนเอาอกเอาใจกับสาวสวยผู้สง่างามเย็น
ชา
แม้แต่เสื้อผ้ายังเข้าคู่เป็นสีเดียวกัน
หยาดน้าตาหยดลงจากดวงตาของเธอ มือขยุ้มอกเสื้อด้วยความ
เจ็บปวด “เพราะอะไรกัน ทำไมเขาต้องทำแบบนี้กับฉัน”
จิ่งอันฉิงหยิบรีโมตกดปิดโทรทัศน์ทิ้งทันที
เธอย่อตัวลงให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับจิ่งอันเสวี่ย กล่าวว่า
“พี่คะ พี่เชื่อฉันนะ พี่ต้องคบกับฮั่วเซียวหมิงได้แน่ ๆ”
“เขากับฉู่ลั่วจะไม่ได้อยู่ด้วยกันไปตลอดหรอก”
“พี่ดีกับฮั่วเซียวหมิงขนาดนี้ พี่รักเขามากขนาดนี้! เขาไม่รักพี่ก็
เพราะเขามันมีตาแต่ไร้แวว เป็นเขาที่มองไม่เห็นความดีของพี่”
จิ่งอันเสวี่ยไม่รับฟังอะไรอีกแล้ว เอาแต่โผเข้ากอดจิ่งอันฉิงแล้ว
ร้องไห้โฮ