เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1164 ข้อมูลของจิ่งอันฉิงกับจิ่งอันเสวี่ย
- Home
- เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
- บทที่ 1164 ข้อมูลของจิ่งอันฉิงกับจิ่งอันเสวี่ย
ตอนขากลับ หยางไต้กับฮั่วจิ้นเรียกคนขับรถมารับพวกเขา
ส่วนฮั่วเซียวหมิงก็ขับรถไปส่งฉู่ลั่วกลับบ้านฉู่อวิ๋น
กระทั่งตอนที่รถใกล้จะถึงแล้ว ฮั่วเซียวหมิงก็จอดรถ
ฉู่ลั่วซึ่งนั่งหลับตาทำสมาธิมาตลอดทาง จึงลืมตาขึ้นแล้วมองฮั่ว
เซียวหมิงอย่างสงสัย
ตอนนั้นเองที่ฮั่วเซียวหมิงหยิบซองเอกสารสองซองยื่นให้เธอ
“ข้อมูลของจิ่งอันฉิงกับจิ่งอันเสวี่ย”
ฉู่ลั่วตะลึง จากนั้นก็รับเอกสารมา
“ซู่เซี่ยงหยางบอกว่าคุณกำลังตรวจสอบเรื่องพวกเธอสองคนอยู่
แต่ว่าในแผนกขาดกำลังคนที่จะมาตรวจสอบเรื่องนี้ ผมก็เลยรับมา”
“จึงคิดว่าผมจะลองตรวจสอบให้คุณดู”
เธอเปิดดูข้อมูลของจิ่งอันฉิงก่อน
ข้อมูลคล้ายกันกับสิ่งที่ซู่เซี่ยงหยางเคยส่งมาก่อนหน้านี้ แต่สิ่งที่
ไม่เหมือนกันคือในนี้มีข้อมูลที่เกี่ยวกับตระกูลจิ่งมากกว่าเล็กน้อย
แม้ว่าจิ่งอันฉิงกับจิ่งอันเสวี่ยจะเป็นคุณหนูของตระกูลจิ่ง แต่
เพราะแม่ของพวกเธอมาด่วนจากไปเสียก่อน เมื่อแม่เลี้ยงของพวก
เธอให้กำเนิดลูกชายและลูกสาวก็ปฏิบัติกับพวกเธอไม่ดี
จิ่งอันเสวี่ยถูกส่งตัวไปที่บ้านของคุณยายให้เป็นคนเลี้ยงดูอยู่
นาน จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ที่จิ่งอันฉิงไปตามตัวเธอกลับมาเป็น
ลูกสาวตระกูลจิ่งดังเดิม
หลังจากเปิดดูไปไม่กี่หน้า จู่ ๆ สายตาของฉู่ลั่วก็นิ่งค้างไป เธอ
ขมวดคิ้วและมองผลการตรวจสอบในนั้น
ก่อนหน้านี้จิ่งอันฉิงมีคู่หมั้นอยู่คนหนึ่ง และเธอก็ชอบคู่หมั้นคนนี้
มาก ๆ มาโดยตลอด ชอบมากถึงขั้นที่เรียกได้ว่าคอยประจบเอาใจ
คู่หมั้นคนนี้อยู่หลายปีทีเดียว
จนกระทั่งเมื่อครึ่งปีก่อน หลังจากเธอฟื้นจากอาการป่วยแล้ว
ท่าทีของเธอก็เปลี่ยนแปลงไปมาก ไม่เพียงแต่ถอนหมั้นกับคู่หมั้นคน
นั้น แต่ถึงขั้นทะเลาะกับตระกูลจิ่งแล้วไปตามตัวจิ่งอันเสวี่ยกลับมาที่
ตระกูลจิ่งทันที
การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดเกิดขึ้นหลังจากการป่วยในครั้งนั้น
จากนั้นฉู่ลั่วก็เปิดดูข้อมูลของจิ่งอันเสวี่ย
“ผมเพิ่งได้รู้หลังจากการตรวจสอบว่าก่อนหน้านี้ผมก็เคยพบกับ
จิ่งอันเสวี่ย” ฮั่วเซียวหมิงเอ่ยขึ้นมา “ตอนมัธยมต้น จิ่งอันเสวี่ยเรียน
อยู่ที่โรงเรียนข้าง ๆ กับผม ตอนที่ผมถูกคนกักตัวเอาไว้ในซอย ก็
เป็นเธอที่โทรแจ้งตำรวจให้มาช่วยไว้”
ฉู่ลั่วพยักหน้าเล็กน้อย
ฮั่วเซียวหมิงจึงเล่าต่อ “ต่อมาตอนที่เธอกำลังถูกคนอื่นรังแก ก็
เป็นผมเองเคยเข้าไปช่วยเหลือเธอไว้ครั้งหนึ่ง”
“อืม”
สายตาของฉู่ลั่วก็ยังคงอ่านข้อมูลของจิ่งอันเสวี่ยอย่างละเอียด
ฮั่วเซี่ยวหมิงเม้มริมฝีปาก “แต่หลังจากนั้นเราก็ไม่เคยได้เจอกัน
อีกเลย”
“อืม”
“ฉู่ลั่ว ผมจำเธอไม่ได้จริง ๆ นะ” ฮั่วเซียวหมิงกล่าวเสียงหนัก
แน่น “ถ้าไม่ใช่เพราะการตรวจสอบในครั้งนี้ ผมก็จำไม่ได้เลยว่าผม
เคยพบเธอมาก่อน”
ฉู่ลั่วปิดข้อมูลของจิ่งอันเสวี่ยลง “แต่เธอจำได้ค่ะ”
ภายในห้องของจิ่งอันเสวี่ยมีรูปของฮั่วเซียวหมิงอยู่ มีกระทั่งภาพ
ฮั่วเซียวหมิงในนิตยสารการเงินต่าง ๆ ที่เธอตัดเก็บเอาไว้ด้วย
บนหน้าจอมือถือของเธอก็เป็นรูปฮั่วเซียวหมิงเช่นกัน
เธอชอบเขา
ฉู่ลั่วมองฮั่วเซียวหมิงที่กำลังขมวดคิ้วอยู่แล้วเอ่ยต่อ “ตอนที่จิ่ง
อันฉิงถอนหมั้นกับคู่หมั้นของเธอ ก็คือ…ตอนคุณใช้ขวดผนึกรักไป
ไม่กี่วัน”
ฮั่วเซียวหมิงมีความจำดีมาก ๆ เขาครุ่นคิดอยู่ครู่เดียวก็พยัก
หน้า
“ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือตอนที่ผมใช้ขวดผนึกรัก มันคือตอนที่จิ่ง
อันฉิงป่วย”
ฉู่ลั่วพยักหน้า
ถ้าหากมันคือเรื่องบังเอิญ มันก็เป็นเรื่องที่บังเอิญมากเกินไป
แต่ถ้ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ…
ฉู่ลั่วจ้องมองฮั่วเซียวหมิงอยู่สักพักหนึ่งแล้วพูด “ฉันเคยสังเกต
โหงวเฮ้งของจิ่งอันเสวี่ยค่ะ”
ฮั่วเซียวหมิง “…”
“เธอคือบุพเพที่ชะตาของคุณลิขิตไว้”
ฮั่วเซียวหมิงเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ฉู่ลั่ว ความรู้สึกของผมจะมี
แค่ผมเท่านั้นที่ควบคุมมันด้วยตัวเอง”
ฉู่ลั่วไม่ได้สนใจเขาที่จู่ ๆ สีหน้าก็เปลี่ยนไป จากนั้นเธอก็พูดต่อ
“แม้ว่าฉันจะทำการแก้ไขขวดผนึกรักให้คุณแล้ว แต่บนขวดผนึกรัก
มีอักขระอยู่แถวหนึ่งที่ฉันเองก็ยังไม่เข้าใจมาจนถึงตอนนี้อยู่”