เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1179 เธอไม่ใช่ลูกสาวตระกูลฉู่แล้ว
“พวกเขารังแกหนูเพราะไม่ใช่ลูกสาวตระกูลฉู่ การที่หลินโจวอี้
ไม่ต้องการหนูก็ต้องเป็นเพราะหนูไม่ใช่ลูกสาวตระกูลฉู่แน่นอนเลย
ค่ะ”
“พ่อคะ หนูสำนึกผิดแล้วจริง ๆ”
“ขอแค่ให้หนูกลับเข้าไปอยู่ในครอบครัวอีกครั้ง จะให้หนูทำอะไร
ก็ได้ทั้งนั้นค่ะ”
“หนูแค่อยากเป็นลูกสาวของพ่อแม่ เป็นน้องสาวของพวกพี่ชาย”
“หนูไม่ต้องการอะไรอีกแล้วค่ะ”
“พ่อคะ ให้หนูกลับมาเถอะนะคะ!”
“พ่อคะ…”
เธอยิ่งพูดก็ยิ่งเจ็บปวดหัวใจ แล้วยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม
ฉู่เหว่ยฮ่าวเห็นฉู่หร่านร้องไห้น้าตาไหลไม่หยุดก็ปวดใจมาก เขา
ยกมือจะเอื้อมไปเช็ดน้าตาบนหน้าฉู่หร่าน แต่เมื่อเหลือบมองไป กลับ
เห็นฉู่เจิ้งใช้ไม้เท้าประคองตัวเดินกลับเข้ามาในบ้าน
มือของเขาชะงักค้าง
ฉู่เจิ้งก็ชะงักเช่นกัน
เขาหรี่ตามองฉู่เหว่ยฮ่าว ก่อนจะหันไปมองฉู่หร่านซึ่งกำลัง
ร้องไห้เสียใจ แล้วเดินเข้ามาพร้อมไม้เท้าเสียงดังตึกตัก
ฉู่เหว่ยฮ่าวรีบสะบัดมือฉู่หร่านออก แล้วพูดอย่างเด็ดขาดว่า
“เธอไม่ต้องมาร้องไห้อยู่ตรงนี้ ฉันไม่ยอมออกหน้าให้เธอหรอก”
“เธอไม่ใช่ลูกสาวตระกูลฉู่แล้ว และไม่ใช่ลูกสาวของฉันด้วย เธอ
ไม่ได้รับความยุติธรรมแล้วจะมาหาฉันทำไม?”
ฉาหร่าน “…”
น้าตาของเธอคลออยู่ตรงหางตา สีหน้าค่อนข้างงุนงงและไม่
เข้าใจ
ทั้งที่เมื่อครู่เขากำลังใจอ่อนแล้ว ทำไมจู่ ๆ ถึงได้…
ฉู่เจิ้ง “พวกเธอทำอะไรกัน? หร่านหร่าน หนูร้องไห้ทำไม? มีคน
รังแกหนูหรือเปล่า?”
เขานึกถึงข่าวบนอินเทอร์เน็ตที่เกี่ยวกับฉู่หร่านในช่วงนี้
เขากระแทกไม้เท้าลงพื้นทันที “ใช่หลินโจวอี้คนนั้นหรือเปล่า
เขาเป็นคู่หมั้นของหนู แต่กลับไปหาผู้หญิงคนอื่น เห็นตระกูลฉู่ของ
พวกเราอยู่ในสายตาบ้างไหม?”
ฉู่หร่านพยักหน้าให้รัว ๆ “คุณปู่ เป็นหลินโจวอี้นั่นแหละค่ะที่
รังแกหนู ยังมีคนในรายการ แล้วก็…”
เธอเล่าออกมาทั้งหมดว่าช่วงนี้มีใครบ้างเคยทำผิดต่อเธอ และ
คาดหวังให้ฉู่เจิ้งช่วยออกหน้าให้แทน
ฉู่เจิ้งฟังจบ สีหน้าเขาก็เปลี่ยนไปแล้ว
มันเป็นไปได้ด้วยเหรอ ที่จะมีคนกล้ามารังแกหร่านหร่าน
มากมายขนาดนี้เชียว ไม่เห็นตระกูลฉู่ของพวกเขาอยู่ในสายตาเลย
หรือไง?
เขาโมโหมาก “อาฮ่าว เรื่องนี้จะปล่อยไปแบบนี้ไม่ได้แล้ว แกไป
สั่งสอนคนพวกนั้นให้รู้สำนึกซะ โดยเฉพาะหลินโจวอี้…”
“ลูกสาวตระกูลฉู่ของพวกเรา ไม่ใช่คนที่ใครจะรังแกได้ง่าย ๆ”
หลังจากเขาพูดจบ กลับไม่มีเสียงตอบรับจากฉู่เหว่ยฮ่าวเลย
เขาหันมองอีกฝ่าย
ฉู่เหว่ยฮ่าวกลับถอยหลังไปหนึ่งก้าว “พ่อครับ ผมไม่ไปหรอก”
ฉู่เจิ้ง “…”
“เธอไม่ใช่ลูกสาวตระกูลฉู่แล้ว ไม่ใช่ลูกสาวของผมด้วย ผมไม่มี
คุณสมบัติและไม่มีความจำเป็นต้องช่วยเธอ”
สีหน้าของฉู่เจิ้งชะงักไปชั่วขณะ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร ก็ได้ยิน
ฉู่เหว่ยฮ่าวบอกว่า “ถ้าพ่อสงสารเธอ พ่อก็ออกหน้าเองสิครับ”
“ใครสงสารเธอกัน! แกเลิกโยนปัญหามาให้ฉันได้แล้ว!” ฉู่เจิ้งก็
ถอยหลังออกห่างจากฉู่หร่านเล็กน้อยไปหนึ่งก้าว “ฉันเห็นเธอจับ
แขนแกเอาไว้แล้วร้องไห้เสียใจขนาดนี้ เลยจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหา
แทนแกต่างหากล่ะ”
ฉู่เหว่ยฮ่าวแค่นเสียงเย็นชา
ฉู่หร่านไม่ใช่ลูกสาวตระกูลฉู่แล้ว แต่พอได้ยินว่าเธอไม่ได้รับ
ความยุติธรรม เขาก็ตื่นตระหนกขนาดนั้นเลย!
ฉู่เจิ้งก็หัวเราะเย็นชาเช่นกัน
เมื่อครู่เขาไม่ควรรีบร้อนออกหน้าเลย แต่ควรจะดูให้ดีเสียก่อน
ว่าพวกเขาสองคนนอกจากร้องไห้แล้ว ยังจะทำอะไรมากกว่านั้นอีก
ไหม
พ่อกับลูกชายมองหน้ากัน ต่างคนต่างมองเห็นความระแวงและ
ระมัดระวังในดวงตาของอีกฝ่าย
ฉู่หร่าน “…”
เธอเดินเข้าหาหนึ่งก้าว “พ่อคะ…”
ชายทั้งสองคนก็รีบถอยหลังออกไปหลายก้าว
ฉู่เหว่ยฮ่าวหันหน้ามาบอก “เธอได้รับความไม่ยุติธรรม แล้วเธอ
จะมาหาฉันทำไมอีก? เธอไปหาคนที่ช่วยเหลือเธอได้จริง ๆ เถอะ ฉัน
ช่วยเธอไม่ได้หรอก!”
“คุณปู่…”
“อย่าเรียกฉันว่าปู่ ฉันแก่มากแล้ว ตอนนี้ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับ
เรื่องอะไรพวกนี้อีก และคงไม่มีความสามารถจะช่วยเธอด้วย ถ้าคิดว่า
ใครช่วยเธอได้ เธอก็ไปหาคนนั้นเถอะ!”
ฉู่หร่าน “…”
ฉู่เจิ้งใช้ไม้เท้าประคองตัวเดินเข้าไปในคฤหาสน์ ฉู่เหว่ยฮ่าวก็รีบ
ขึ้นรถของตัวเองขับออกไปแล้ว
ตรงประตูคฤหาสน์จึงเหลือฉู่หร่านยืนอยู่คนเดียว
เธอมองประตูเหล็กที่ปิดลงช้า ๆ ด้วยดวงตาเบิกกว้าง
ทั้งตกใจ!
โกรธแค้น!
และเกลียดชัง!