เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1200 ยืมอายุ
หลังจากเชื่อมต่อสำเร็จแล้ว ชีวิตผมบ้าเกินไปแล้วก็ทักทายฉู่ลั่ว
และพูดด้วยสีหน้ากังวล “ปรมาจารย์ครับ ผมอยากจะถามสักหน่อย
ว่าบนโลกใบนี้มีเรื่องของการยืมอายุจริง ๆ ไหมครับ?”
“ผมเคยดูไลฟ์ของปรมาจารย์หลายครั้งมาก ๆ จึงรู้ว่ามีการยืม
ดวงยืมชะตา แต่มันมีการยืมอายุไหมครับ?”
“มีค่ะ”
ชีวิตผมบ้าเกินไปแล้วสีหน้ามืดมนลงทันที “อย่างนั้นการยืมอายุ
นี้ ทำได้แค่ยืมอายุขัยของคนที่เกิดรุ่นหลังตัวเองจริงไหมครับ?”
“ไม่ใช่ค่ะ การยืมอายุแบ่งออกได้เป็นสามสถานการณ์ค่ะ”
ฉู่ลั่วอธิบาย “สถานการณ์แรกคือการยืมอายุจากฟ้าดิน สิ่งนี้
ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะทำได้ สถานการณ์ที่สอง การยืมอายุจากคน
รุ่นหลัง นี่เป็นวิธียืมอายุที่คนธรรมดามักจะใช้กัน และสถานการณ์ที่
สาม ก็คือการยืมอายุตัวเองในชาติหน้าค่ะ ซึ่งแบบนี้จะเป็นพิธีที่มี
ความซับซ้อนมาก ๆ”
พอได้ฟังสิ่งที่ฉู่ลั่วบอก ชีวิตผมบ้าเกินไปแล้วก็สีหน้าไม่สู้ดีนัก
ทั้งยังดูแย่ลงกว่าเดิมอีกด้วย
เขาหันไปมองที่นอกประตูห้อง
แล้วก็มีเสียงทะเลาะกันดังมาจากข้างนอกประตูนั้น
เขาเขยิบมาใกล้หน้ากล้องอีกครั้ งแล้วพูดด้วยน้าเสียงแผ่วเบา
“ปรมาจารย์ครับ ผมสงสัยว่า…ไม่สิ ไม่ใช่ผมสงสัย แต่ครอบครัวของ
ลุงใหญ่กับลุงรองของผม พวกเขาสงสัยกันว่าตาของผมยืมอายุมา
ครับ”
ฉู่ลั่ว “…”
“อีกทั้งยังเป็นการยืมอายุมาจากครอบครัวของลุงใหญ่กับลุงรอง
ของผมด้วย”
[ตา? ฉันว่าพี่ชายคนนี้ก็ดูไม่หนุ่มแล้วนะ ตาเขายังมีชีวิตอยู่ก็
เป็นเรื่องที่ควรมีความสุขมากเลยนี่!]
[ตาฉันจากไปตั้งแต่ตอนที่ฉันยังเด็กแล้ว]
[ในบ้านมีคนแก่อยู่ก็เหมือนกับมีสมบัติ คุณไปบอกลุงใหญ่กับ
ลุงรองเถอะว่าอย่าคิดมากไปเลย รอถึงตอนที่ไม่มีพ่ออยู่แล้วจริง ๆ
ค่อยจะรู้สึกถึงความเศร้าใจ]
“ปีนี้ผมอายุสี่สิบเอ็ดปี แม่ของผมอายุหกสิบห้าแล้ว ตาของผมก็
อายุเก้าสิบเจ็ดปีแล้วครับ”
ชีวิตผมบ้าเกินไปแล้วทอดถอนใจออกมา “ตอนนี้ลุงใหญ่กับลุง
รองของผมเขาสงสัยกันว่าตาไปยืมอายุของพวกเขามาก็เลยจะไม่
ยอมดูแลตาแล้วครับ”
“พวกเขาพาตาไปทิ้งไว้ที่บ้านเก่า บ้านเก่าหลังนั้นทรุดโทรมไป
หมดแล้ว ไม่สามารถอาศัยอยู่ได้เลยด้วยซ้า ”
“หลังจากที่แม่ผมรู้ข่าว ตอนนี้ก็เลยอยากจะไปรับตาผมมา แต่
ลุงใหญ่กับลุงรองไม่เห็นด้วย พวกเขาจะให้ตาเอาของที่ใช้ยืมอายุ
ออกมาก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ตาไปยืมอายุพวกเขาอีก”
หลังจากพูดจบ สีหน้าของชีวิตผมบ้าเกินไปแล้วก็มีแต่ความจน
ใจ
“ตาของผมเป็นคนดีมากครับ นิสัยก็ดี ปฏิบัติต่อคนรุ่นหลังอย่าง
พวกเราดีมาก ๆ ด้วย ผมไม่เชื่อหรอกครับว่าตาจะทำเรื่องอย่างการ
ยืมอายุคนได้ลง”
“เสี่ยวเลี่ยง เสี่ยวเลี่ยง!” คนข้างนอกตะโกนเข้ามา
ชีวิตผมบ้าเกินไปแล้วส่งเสียงตอบรับแล้วก็เดินถือโทรศัทพ์
ออกไปด้วย
ภายในห้องรับแขกมีคนสูงอายุอยู่หลายคน สีหน้าแต่ละคนล้วนดู
ไม่ดีกันทั้งนั้น
ผู้หญิงคนหนึ่งในนั้นที่ท่าทางดูมีอำนาจโบกมือเรียก “ตอนนี้ไม่มี
อะไรจะพูดกันแล้ว พวกพี่ไม่ยอมดูแลพ่อ ฉันก็จะดูแลเอง! พวกพี่ไม่
กตัญญู ฉันจะกตัญญูเอง!”
ลุงใหญ่ยิ้มเยาะแล้วพูด “เธอก็ต้องกตัญญูแน่อยู่แล้วสิ ตาแก่นั่น
ไม่ได้ยืมอายุคนในครอบครัวเธอนี่ แต่ครอบครัวของพวกเราสองคน
ตั้งแต่รุ่นแก่ไปจนถึงรุ่นหลานมีใครบ้างที่ไม่เกิดเรื่อง”
“ลูกชายคนโตของฉันประสบอุบัติเหตุรถยนต์ ลูกชายคนรอง
ของฉันก็ขาหัก หลานชายตัวน้อยของฉันก็มาถูกคนทำร้ายจนจมูก
หักอีก”
“ส่วนบ้านน้องรองเธอเป็นยังไงก็ยิ่งรู้ดีเลยนี่ สะใภ้บ้านพวกเขา
ที่ตั้งท้องมาอย่างยากลำบากแต่ก็ไม่อยู่แล้ว ไหนจะเหยียนเหยียนอีก
เดินบนถนนอยู่ดี ๆ ก็มีกิ่งไม้หล่นลงมาทำให้ดวงตาเธอบาดเจ็บ”
“น้องเล็ก เรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของพวก
เราสองคนจริง ๆ นะ”
“แต่ตาแก่นั่นล่ะ?”
ลุงใหญ่ชี้ไปยังคนแก่อายุเกือบร้อยปีที่สวมชุดสีเทาน้าเงินนั่งอยู่
บนเก้าอี้แล้วพูดขึ้นมา “สติเขายังไม่เลอะเลือน นี่อายุก็เกือบจะร้อยปี
แล้วแต่กลับไม่เจ็บป่วยอะไรเลย ทั้งยังเดินได้มั่นคงกว่าฉันเสียอีก!”
“ถ้านี่ไม่ใช่การยืมอายุ แล้วมันจะเป็นอะไรไปได้?”
“ดูเขาสิ ถ้าไม่รู้ก็คงคิดว่าเขาเป็นลูกชายของฉัน!”
ชีวิตผมบ้าเกินไปแล้วหันกล้องไปมา เดี๋ยวก็หันไปทางลุงใหญ่ที
หันไปทางตาของเขาที
เมื่อเทียบกับลุงใหญ่ที่ใบหน้าเต็มไปด้วยการผ่านโลกมาอย่าง
โชกโชนแล้ว คุณตาที่ยังแข็งแรงนั้นยังดูหนุ่มมากจริง ๆ
โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ คนในครอบครัวเกิดเรื่องขึ้นบ่อย ๆ จน
เส้นผมของลุงใหญ่เปลี่ยนไปเป็นสีขาวมากขึ้น เขาดูแก่ไปอย่างเห็น
ได้ชัดเลย