เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1201 เขายังท าได้ลงคออีกเหรอ
“เสี่ยวเลี่ยง ทำอะไรอยู่น่ะ!?”
ลุงรองมองมาที่ชีวิตผมบ้าเกินไปแล้วอย่างไม่พอใจนัก
ชีวิตผมบ้าเกินไปแล้วตอบว่า “ลุงใหญ่ ลุงรอง ผมกำลังเชื่อมต่อ
อยู่กับปรมาจารย์บนอินเทอร์เน็ตอยู่ครับ ปรมาจารย์เมฆใสเฝ้ามอง
ตะวัน เธอเก่งมากเลยนะครับ ผมอยากจะให้เธอช่วยดูให้ว่าตายืมอายุ
จริงหรือไม่กันแน่ หรือว่าเป็นพวกเราที่เข้าใจตาผิดไป”
แม่ของชีวิตผมบ้าเกินไปแล้วก็เคยได้ยินชื่อเสียงของฉู่ลั่วมา
ก่อนเช่นกัน แววตาเธอเป็นประกายแล้วพุ่งไปตรงหน้ากล้อง
“ปรมาจารย์ฉู่คะ ช่วยดูให้พวกเราหน่อยเถอะค่ะ พ่อของฉันไม่ได้ยืม
อายุคนแน่นอนใช่ไหมคะ!”
ลุงใหญ่กับลุงรองฟังจบก็พุ่งเข้ามาเช่นกัน คนทั้งหมดต่างพากัน
ยื่นหน้าเข้ามาจนเต็มหน้าจอมือถือ
ชีวิตผมบ้าเกินไปแล้วรีบตั้งมือถือขึ้นก่อนจะจัดการให้ทุกคนนั่ง
ที่ดี ๆ อย่างน้อยที่สุดก็ให้แน่ใจว่าทุกคนอยู่ในกล้องครบกันหมด
คนที่อยู่ตรงกลางก็คือตาที่ยังไม่ได้พูดอะไรมากนัก
เขาก้มหน้าอยู่ตลอดไม่พูดไม่จาอะไร
ลุงใหญ่เอ่ยขึ้น “ปรมาจารย์ครับ คุณรีบดูให้หน่อยเถอะครับว่า
ครอบครัวของพวกเราถูกยืมอายุใช่หรือเปล่า”
ลุงรอง “ใช่ครับ ก่อนหน้านี้พวกเราเคยไปหาปรมาจารย์ท่าน
หนึ่ง ปรมาจารย์ท่านนั้นพูดมาอย่างชัดเจนเลยว่าครอบครัวของพวก
เราถูกญาติสนิทยืมอายุไป”
เด็กทั้งสองครอบครัวก็บ่นกันใหญ่เลย
ในชั่วพริบตา ช่องไลฟ์ก็เต็มไปด้วยการพูดคุยต่าง ๆ นานาแล้ว
“พวกคุณถูกยืมอายุจริง ๆ ค่ะ”
ทันทีที่คำพูดหลุดออกมา ทั้งช่องไลฟ์ก็เกิดความฮือฮาทันที
[พวกเขาถูกยืมอายุจริงด้วย!]
[ไม่ใช่สิ นี่มันจะใจร้ายไปหน่อยหรือเปล่า ถึงยังไงก็เป็นลูกเป็น
หลานในสายเลือดของตัวเองนะ เขายังทำได้ลงคออีกเหรอ]
[พวกคุณไม่เคยเห็นพวกพ่อแม่ประหลาดเหรอ ที่พอตัวเองป่วย
แล้วก็แอบไปก้มหัวในลูก ๆ เพื่อขอยืมอายุน่ะ]
[ฉันเคยเห็นข่าวนั้นเหมือนกัน…จุ๊ ๆๆ อยากมีชีวิตอยู่ต่อมันก็ไม่
ผิดหรอกนะ แต่การไปทำร้ายคนอื่นนี่สิ…]
แม่ของชีวิตผมบ้าเกินไปแล้วก็เดือดดาลขึ้นมาทันทีเช่นกัน
“คุณเป็นปรมาจารย์ประสาอะไรถึงได้พูดจาไร้สาระแบบนี้ พ่อฉันเป็น
คนดีขนาดนี้จะไปทำเรื่องยืมอายุได้ยังไงกัน”
“พ่อฉันอายุยืนยาวก็เพราะว่าเขาเป็นคนจิตใจดี ออกกำลังกาย
สม่าเสมอ มันไปเกี่ยวอะไรกับการยืมอายุ!”
ลุงใหญ่หัวเราะเย้ยหยัน “ตาแก่นั่นอายุเก้าสิบกว่าแล้วนะ อายุ
เท่านี้…ยังมีกี่คนกันเชียวที่ยังมีชีวิตอยู่!”
ลุงรองก็หัวเราะตาเช่นกัน
“ปู่ครับ ปู่มีชีวิตอยู่มานานขนาดนี้แล้ว ก็น่าจะพอใจแล้วนะครับ”
หลานชายคนโตกล่าวอย่างจนใจมาก “พวกเรายังอายุน้อยกันอยู่เลย
ลูกของผมเพิ่งจะอายุไม่เท่าไหร่เอง ปู่ครับ ปู่ใจร้ายขนาดนี้เลย
เหรอ?”
“ปู่ครับ ปู่ทำแบบนี้ได้ยังไง?”
คำพูดร้ายกาจของคนทั้งครอบครัวต่างมุ่งไปที่คุณตา
คุณตาเงยหน้ามองพวกเขาแล้วถอนหายใจเบา ๆ จากนั้นก็โบก
มือพลางพูด “พวกแกจะคิดจะพูดยังไงตามใจเถอะ ถึงยังไงฉันก็ไม่
เคยทำแบบนี้”
“สาวน้อย พาฉันไปเถอะ!”
“ตาจะไปก็ได้ แต่ต้องเอาสิ่งของที่ยืมอายุของพวกเราไปออกมา
ก่อน พวกเราไม่มีทางจะให้ปู่ยืมอายุอีกเด็ดขาด”
“ฉันไม่ได้ยืมอายุจริง ๆ แล้วฉันจะไปเอาของยืมอายุมาจากที่
ไหนล่ะ!”
ลุงใหญ่กวาดสายตามองรอบ ๆ “อย่างนั้นผมก็จะไม่ให้เอาอะไร
ออกไปทั้งสิ้น ของที่ยืมอายุจะต้องอยู่ที่นี่แน่ ๆ”
ลุงรองเห็นด้วย “ใช่ ของของพ่อแล้วก็ของที่แม่ทิ้งไว้ให้ ก็ห้าม
เอาออกไปแม้แต่ชิ้นเดียว”
“ไม่ได้นะ!” ตาโบกมืออย่างร้อนใจ “ของของแม่แกล้วนเป็นของ
ที่ทิ้งไว้ให้น้องสาวพวกแกทั้งสิ้น ตอนแรกฉันก็เห็นแก่ตัว ถึงได้มี
ความคิดว่าจะเก็บของของแม่แกไว้กับตัวเอง”
“ดังนั้นก็เลยไม่ได้ให้สาวน้อยไป พวกแกจะแย่งกระทั่งของของ
เธอไปไม่ได้นะ!”
“ปู่ แบบนี้จะเรียกว่าแย่งได้ยังไงครับ? ก็เห็น ๆ กันอยู่ว่าเป็นปู่ที่
ยืมอายุพวกเรา ทำร้ายจนพวกเรากลายเป็นแบบนี้”
ในชั่วพริบตาสถานที่แห่งนั้นก็เกิดความโกลาหลขึ้นทันที
จนกระทั่งเสียงหนึ่งดังขึ้นมา
“เขาไม่ได้ยืมอายุของพวกคุณค่ะ”