เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1204 ฉันต้องรู้อยู่แล้วว่าตัวเองเป็นใคร
- Home
- เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
- บทที่ 1204 ฉันต้องรู้อยู่แล้วว่าตัวเองเป็นใคร
ลุงรองร้องไห้อย่างขมขื่น “พ่อครับ พวกเรารู้ตัวว่าผิดไปแล้ว
ครั้งนี้คุณพ่อให้อภัยพวกเราเถอะนะครับ!”
คุณตามองลูกชายคนโตกับลูกชายคนรองด้วยความลังเล
เล็กน้อย
แม่ของชีวิตผมบ้าเกินไปแล้วหัวเราะเย็นชา “ตอนนี้พอคิดได้
พวกพี่ก็ขอให้พ่อยกโทษให้ ก่อนหน้านี้ใครกันที่ทำร้ายพ่อเพื่อเงิน?
แล้วใครกันที่ปล่อยข่าวลือในหมู่บ้านว่าพ่อยืมอายุของพวกพี่?”
“แล้วใครกันเป็นคนพาพ่อไปทิ้งไว้ที่บ้านเก่า?”
เธอหันไปมองพ่อของตัวเองอีกครั้ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความ
โกรธเคือง “พ่อคะ ถ้าครั้งนี้พ่อยอมให้อภัยพวกเขาสองคน ต่อไปหนู
จะไม่สนใจพ่อแล้วนะ”
ชายชราชะงักไป
“น้องสาว ทำไมเธอถึงพูดแบบนี้?”
“ยังไงพวกเราก็เป็นพี่ชายของเธอ! พวกเราเป็นครอบครัว
เดียวกันนะ!”
“น้องสาว มีใครใจร้ายอย่างเธอบ้าง?”
จากนั้นก็เกิดการทะเลาะกันขึ้นอีกครั้ง แม่ของชีวิตผมบ้าเกินไป
แล้วไม่ได้สนใจพวกเขา เธอมองแค่พ่อของตัวเองเท่านั้น
ชายชรามองลูกสาวของตนเอง ก่อนจะหันไปมองลูกชายทั้งสอง
คน
เขาถอนหายใจออกมาเบา ๆ “ยังไงซะพวกเขาก็เป็นลูกของแม่
แก…”
ลูกชายทั้งสองเผยสีหน้ายินดีออกมา
ในขณะที่ลูกสาวสีหน้าเย็นชาขึ้นกว่าเดิม
“พรุ่งนี้ไปที่หน้าหลุมศพของแม่แก ไปบอกแม่ของพวกแกสัก
หน่อย!” ชายชรายิ้มอย่างขมขื่น “คิดซะว่าฉันขอโทษแม่ของพวกแก
แล้วกัน!”
ลูกสาวเข้าใจได้ในทันที เธอเดินเข้าไปกอดแขนพ่อของเธอไว้
“พ่อคะ พ่อจะคิดแบบนี้ไม่ได้นะ ถ้าแม่รู้ว่าพวกเขาสองคนกล้าทำกับ
พ่อแบบนี้ ต้องไม่ปล่อยพวกเขาไปแน่นอน”
“พรุ่งนี้พวกเราจะไปที่หน้าหลุมศพของแม่ ไปฟ้องแม่กันเถอะ!”
เธอทำเสียงเย็นชา พลางถลึงตามองพี่ชายทั้งสองคนด้วยความ
โกรธ!
“พวกเราไปกันเถอะ!”
เธอเรียกชีวิตผมบ้าเกินไปแล้ว ก่อนจะพากันเดินออกไปข้าง
นอก
ลูกชายทั้งสองอยากรั้งชายชราไว้ แต่เห็นชายชรากับน้องสาว
ยืนกรานจะไปให้ได้ เขาจึงคว้าแขนชีวิตผมบ้าเกินไปแล้วที่เป็น
หลานชายเอาไว้ “เสี่ยวเลี่ยง อย่างน้อยก็ให้ท่านปรมาจารย์บอกพวก
เราหน่อยเถอะ ว่าจะตามหาคนที่ยืมอายุของพวกเราได้ยังไง?”
ชีวิตผมบ้านเกินไปแล้วจ้องโทรศัพท์มือถือ เขามองฉู่ลั่วด้วยแวว
ตาสงสัย
หากฉู่ลั่วไม่ยินยอม
แต่ฉู่ลั่วกลับพยักหน้าเบา ๆ ทำให้ลูกชายทั้งสองดีใจมาก
ฉู่ลั่วบอกว่าต้องตามหาพ่อของพวกเขาอย่างไร หลังจากตัดการ
เชื่อมต่อแล้ว เธอจึงพูดกับกล้องว่า “บาปกรรมของพ่อ สามารถตก
มาสู่ลูกที่เขาไม่เคยเลี้ยงเลยแม้แต่วันเดียว แสดงว่าคนเป็นพ่อต้องทำ
บาปกรรมไว้ไม่น้อย”
เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายหลายคนที่เชื่อมั่นในช่องไลฟ์สตรีม
นี้เข้าใจความหมายในคำพูดของเธอแล้ว
“ไลฟ์สตรีมวันนี้จบลงตรงนี้แล้วกันนะคะ”
หลังตัดจบไลฟ์สตรีม เฉิงยวนจึงรีบยกโทรศัพท์มือถือไว้ตรงหน้า
ฉู่ลั่ว “สาวน้อยที่มีดวงชะตาเซียนคนนั้นติดต่อมาหาเจ้าแล้ว”
ฉู่ลั่วหยิบโทรศัพท์มาดู พลางขมวดคิ้ว เธอหัวเราะเย็นชา “พวก
เขาเคลื่อนไหวเร็วจังนะ”
“เจ้าจะไปตอนนี้เลยหรือเปล่า?”
“ถ้าฉันไม่ไป พวกเขาอาจใช้กำลังบังคับให้พวกเธอไปด้วย
แน่นอน”
ฉู่ลั่วยืนขึ้น พลางหยิบยันต์ออกมาหนึ่งแผ่น เอ่ยปากท่องคาถา
จากนั้นเธอก็หายตัวไปแล้ว
………
มหาวิทยาลัยเอ
เสี่ยวเมิ่งกับหยวนเป่ยเป่ยมองผู้ชายหลายคนที่ยืนอยู่ในหอพัก
ด้วยความหวาดระแวง
ไจ๋ฉางนั่งอยู่บนเก้าอี้ เขานั่งหลังตรง สายตากำลังมองประเมิน
เซียวเมิ่ง แล้วพูดด้วยน้าเสียงดูถูก “เข้าใจแล้วใช่ไหม?”
เซียวเมิ่งหัวเราะเย็นชา “เข้าใจอะไร? เข้าใจว่าพวกคุณบุกรุก
เข้ามาในหอพักหญิงเหรอ? หรือเข้าใจว่าพวกคุณจะมาลักพาตัว
ฉัน?”
ไจ๋ฉาง “เธอแค่ยังไม่รู้อะไร ไม่รู้ฐานะที่มาที่ไปของตัวเอง รอให้
เธอรู้ก่อนแล้ว จะต้องไม่คิดแบบนี้แน่นอน”
“ฉันต้องรู้อยู่แล้วว่าตัวเองเป็นใคร” เซียวเมิ่งน้าเสียงหนักแน่น
มาก “ฉันก็คือฉัน ใครก็บังคับให้ฉันทำเรื่องที่ฉันไม่อยากทำไม่ได้”
เรียวคิ้วสวยของเธอขมวดแน่น
สองคนนี้จู่ ๆ ก็ปรากฏตัวออกมา ทั้งยังวางท่าสูงส่งจะให้เธอตาม
พวกเขาไปด้วย
แถมยังพูดเรื่องที่เธอไม่เข้าใจมากมายอีกต่างหาก