เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1203 หนี้ของพ่อลูกต้องชดใช้ให้
“ลุงใหญ่!” ชีวิตผมบ้าเกินไปแล้วห้ามลุงใหญ่ที่เยาะเย้ยฉู่ลั่วไม่
ยอมหยุดไว้ แล้วพูดอย่างจนใจ “ปรมาจารย์หมายความว่าลุงกับลุง
รองไม่ใช่ลูกของตาครับ”
ลุงใหญ่ “…”
ทั้งห้องรับแขกเงียบไปเลย
ลุงใหญ่ไม่อยากจะเชื่อเลย
เขาอ้าปากค้างแล้วมองไปที่ชายชรา
คนที่ตอบสนองได้ก่อนใครก็คือแม่ของชีวิตผมบ้าเกินไปแล้ว
เธอมองพ่อของตัวเองแล้วก็พุ่งตัวไปตรงหน้ากล้องพลางเอ่ยออกไป
“ปรมาจารย์คะ คุณ…คุณพูดจริงเหรอคะ? ไม่น่าจะเป็นไปได้นะคะ
พวกเขาจะไม่ใช่พี่ชายฉันได้ยังไง?”
ลุงใหญ่ “นั่นสิ! มันจะเป็นไปได้ยังไง!”
ลุงรองขมวดคิ้วเงียบ
ส่วนชายชราถอนหายใจออกมาอย่างหนัก “แม้ว่าพวกเขาจะ
ไม่ใช่ลูกของฉัน แต่ก็เป็นพี่ชายของแกจริง ๆ”
แม่ของชีวิตผมบ้าเกินไปแล้ว “…”
“ตอนที่แม่ของแกแต่งงานกับฉันก็ตั้งท้องพวกเขาอยู่แล้ว
ช่วงเวลานั้นมันวุ่นวายมาก แม่ของแกเป็นคนสวยก็เลยถูกคนคนหนึ่ง
รังแกเธอ”
ห้องรับแขกตกอยู่ในความเงียบที่น่าประหลาดใจอีกครั้ง
ลูกชายลูกสาวของลุงใหญ่ลุงรองต่างก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก มอง
กันไปมองกันมองมาไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาเลย
แล้วลุงรองก็เดินไปที่หน้ากล้องพลางเอ่ยปากถามออกไป “ดังนั้น
ความหมายของคุณก็คือพ่อแท้ ๆ ของพวกเรายังมีชีวิตอยู่เหรอ
ครับ?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า
“แถมเขายังคิดที่จะยืมอายุของพวกเราอีก?”
ฉู่ลั่วจึงพยักหน้าอีกครั้ง
ลุงรองหายใจเข้าลึก ๆ แล้วกัดฟันพูดออกไป “เขาเป็นใคร? อยู่
ที่ไหนครับ?”
ลุงใหญ่เองก็มีปฏิกิริยาเช่นกัน เขาพุ่งตัวไปหน้ากล้องอย่าง
โกรธเกรี้ยวทันที “ไอ้เลวนั่นมันอยู่ที่ไหน? มันไม่เคยเลี้ยงดูพวกเรา
เลยสักวัน มีสิทธิ์อะไรถึงกล้ามายืมอายุของพวกเรา?”
“แถมยังทำร้ายลูกของพวกเราอีก”
“เขาแค่ยืมอายุของพวกคุณสองคนค่ะ ส่วนเรื่องที่เกิดเรื่อง
ขึ้นกับครอบครัวของคุณนั่น เป็นเพราะตัวเขาเองอยู่ในฐานะพ่อของ
พวกคุณแล้วเขาก็ได้ทำเรื่องที่เลวร้ายไปมากมาย ดังนั้นผลกรรมจึง
ตกมาอยู่ที่ตัวพวกคุณ”
คำพูดนี้ทำเอาลูก ๆ ของลุงใหญ่กับลุงรองรู้สึกกังวลขึ้นมาทันที
“ทำไมผลกรรมจะต้องมาตกอยู่ที่ตัวพวกเราด้วยล่ะ?”
“เขาไม่เคยเลี้ยงดูพวกเรามาเสียหน่อย”
“อีกอย่างคือพวกเราไม่ได้รู้จักกับเขาเลยด้วย”
“นี่มันเหตุผลอะไรกัน!”
ฉู่ลั่วจึงพูดออกไป “เขาทำชั่วมามาก ย่อมต้องมีกรรมอยู่แล้ว
แม้ว่าจะมองไม่เห็นถึงกรรมที่ก่อขึ้น แต่มันก็วนเวียนอยู่รอบตัวของ
ลูกหลานจริง ๆ”
“ก่อนหน้านี้ ที่พวกคุณทั้งสองครอบครัวไม่ได้ถูกเคราะห์ร้าย
จากผลกรรม ก็เป็นเพราะว่าพวกคุณยังได้รับการคุ้มครองจากคนคน
หนึ่งอยู่ค่ะ”
เธอมองไปทางชายชราแล้วพูด “ครอบครัวของคุณตาได้ทำ
ความดีสะสมบุญมาโดยตลอด เมื่อทำความดีมามากก็สะสมผลบุญ
ได้มาก ย่อมคุ้มครองลูกหลานได้เป็นธรรมดา”
“แต่ทว่า ตั้งแต่ที่พวกคุณเริ่มมีความคิดที่จะทอดทิ้งเขาไป ก็ถือ
ว่าพวกคุณได้ทอดทิ้งตัวตนในฐานะลูกหลานของคุณตาไปแล้ว ก็
เลยสูญเสียการคุ้มครองนี้ไปค่ะ”
“ส่วนบาปกรรมของพ่อผู้ให้กำเนิดพวกคุณก็ย่อมย้อนกลับมาที่
ตัวของพวกคุณอยู่แล้ว”
เพราะว่าพวกเขาไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของครอบครัวชายชรา เกี่ยวข้อง
กันเพียงแค่ในนามเท่านั้น ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันทางสายเลือด
พวกเขาเองที่เป็นคนทอดทิ้งตัวตนในส่วนนี้ไป แล้วจะได้รับการ
คุ้มครองได้ยังไงเล่า
ทันทีที่ลุงรองได้ฟังสิ่งนี้ เขาก็รีบคุกเข่าลงตรงหน้าของชายชรา
“พ่อครับ ผมรู้แล้วว่าผมทำผิดไป ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากดูแลพ่อนะ แต่
พ่อเองก็รู้สถานการณ์ของครอบครัวผมดีนี่ครับ”
“ผมไม่มีทางเลือกแล้ว ตัวผมเองไม่สามารถจริง ๆ”
“ผมดูแลพ่อไม่ไหวครับ”
ลุงใหญ่เองก็คุกเข่าลงแล้วสำนึกผิด
ลูกหลานของทั้งสองครอบครัวก็คุกเข่าลงแล้วหลั่งน้าตาออกมา
เช่นกัน
“ไม่ใช่ว่าพวกคุณดูแลไม่ไหวหรอกค่ะ” ฉู่ลั่วเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง
“พวกคุณกังวลเรื่องเงินที่อยู่ในมือต่างหาก”
ชายชราที่เดิมทีใจอ่อนลงไปบ้างแล้วรีบสะบัดมือของลูกชายคน
รองออกทันที
จากนั้นก็ชี้นิ้วไปที่พวกเขาอย่างสั่น ๆ “แก…พวกแก…”
“ตอนที่แม่ของพวกแกตาย ฉันก็แบ่งส่วนแบ่งของพวกแกให้แล้ว
ส่วนที่อยู่ในมือของฉันตอนนี้มันเป็นส่วนของสาวน้อย”
“ก็แค่เครื่องประดับที่แม่ของพวกแกทิ้งไว้แล้วบอกไว้ชัดเจนแล้ว
ว่าจะให้สาวน้อย”
“พวกแก…พวกแกได้ส่วนแบ่งไปมากแล้วยังไม่พอใจอีกเหรอ!”
ลุงใหญ่บ่นพึมพำ “ก็ครอบครัวเราลำบากนี่! ตอนนี้ชีวิตของน้อง
เล็กก็ดีมากแล้ว แถมยังอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ด้วย หาสามีได้ดีอีก
ต่างหาก ลูกชายเองก็ทำงานดี”
“น้องเล็กไม่ได้ขาดแคลนเงินนี่ครับ”
“อีกอย่างนะ เราเป็นลูกชาย เดิมทีแล้วของพวกนี้มันก็ควรจะเป็น
ของพวกเราทั้งหมดนี่”
“พ่อก็รอให้เราดูแลพ่อจนแก่เฒ่าไม่ใช่เหรอ?”