เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1208 นายเหลียนตาบอด
“สวรรค์ก็มีชะตาด้วยเหรอ? หรือว่าวิถีแห่งสวรรค์ก็ตายได้
เหมือนกัน?”
“สวรรค์ไม่มีวันตาย แต่วิถีแห่งสวรรค์พินาศได้”
ซู่เซี่ยงหยาง “…”
“นี่คือเหตุผลที่พวกเขาทำลายสำนักส่องนภาเหรอ?”
“อืม”
“ในเมื่อเป็นแบบนี้ ลัทธิเต๋าต้องไม่อยากให้เซียวเมิ่งเรียนรู้วิชา
ส่องนภาสิ?”
“วิชาส่องนภาเดิมทีเป็นดาบเพียงเล่มเดียวที่ทำให้ลัทธิเต๋า
ต่อต้านวิถีแห่งสวรรค์ได้…”
ฉู่ลั่วไม่ได้พูดคำพูดต่อจากนั้น แต่ซู่เซี่ยงหยางก็เข้าใจแล้ว
เมื่อไม่มีมีดเล่มนี้ ลัทธิเต๋าก็ถูกเส้นทางสวรรค์จูงจมูกอย่างเดียว
วันนี้เกิดเสียใจทีหลังแล้ว พวกเขาย่อมต้องการดาบเล่มนี้มาอยู่
ในมืออีกครั้ง
“แต่ตอนนี้…ดาบเล่มนี้อยู่ในมือของพวกเรา ขอแค่เซียวเมิ่งตั้งใจ
บำเพ็ญ…” ซู่เซี่ยงหยางหัวเราะดีใจหลายครั้ง
กระทั่งหัวเราะจนพอใจแล้ว ถึงรายงานต่อไปว่า “พวกเรายังตาม
หาคนที่ทำนายดวงให้สวรรค์ย่อมตอบแทนคนเพียรคนนั้นเจอแล้ว
ล่ะ”
“ดวงตาของเขามองไม่เห็นใช่ไหม?”
ฉู่ลั่วจำได้ว่าแม่ของสวรรค์ย่อมตอบแทนคนเพียรบอกว่าชื่อ
‘นายเหลียนตาบอด’
“อืม”
ซู่เซี่ยงหยางได้ยินความจริงจังในน้าเสียงของฉู่ลั่ว “นายเหลียน
ตาบอดคนนี้มีปัญหาเหรอครับ?”
“อืม”
ฉู่ลั่วถือโทรศัพท์เดินไปที่ริมหน้าต่าง เธอขมวดคิ้วขณะมองดู
ทิวทัศน์ข้างนอก “ถ้าดวงตาของเขามองไม่เห็น เขาคงจะบำเพ็ญใน
สายนิกายหมอดูตาบอด”
“นิกายหมอดูตาบอดเป็นนิกายที่เชื่อในโชคชะตามากที่สุดใน
ลัทธิเต๋า พวกเขาคิดว่าชีวิตคนเราถูกสวรรค์กำหนดมาแล้ว ในเมื่อ
เบื้องบนลิขิตมาแล้ว มนุษย์ก็ไม่ควรสอดมือเข้าไปยุ่งมากเกินไป”
ซู่เซี่ยงหยางขมวดคิ้ว “แต่นายเหลียนตาบอดคนนี้กลับช่วย
เปลี่ยนดวงชะตาให้คนอื่น พวกเราตรวจสอบแล้ว ครอบครัวนั้นไม่มี
ความเกี่ยวข้องอะไรกับเขาเลย”
“คุณจะไปพบเขาไหม?”
“ค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นรอให้พวกเราพาคนกลับมาก่อน แล้วจะติดต่อไปหา
คุณทันที”
หนึ่งวันต่อมา ซู่เซี่ยงหยางโทรมาบอกฉู่ลั่ว ว่านายเหลียนตา
บอดถูกคนพาตัวมาที่องค์กรแล้วเรียบร้อย
ฉู่ลั่วมาถึงองค์กรก็ตามซู่เซี่ยงหยางไปจัดการเรื่องต่าง ๆ ก่อน
จากนั้นถึงไปหานายเหลียนตาบอดที่ห้องคุมขัง
นายเหลียนตาบอดดูแล้วน่าจะอายุไม่มาก คงประมาณสัก
สามสิบต้น ๆ
เขาสวมเสื้อสีเทาน้าเงินตั้งตัว ทรงผมของเขาเรียบง่ายมาก สิ่งที่
เด่นชัดที่สุดบนใบหน้าของเขาคือเบ้าตาที่บุ๋มลึกลงไป กับรอย
แผลเป็นสะดุดตาบนเปลือกตา
ได้ยินเสียงประตูเปิด เขาก็หันหน้ามาตามสัญชาตญาณ
“เจ้านิกายเหรอ?”
“ฉันเอง”
ฉู่ลั่วเดินเข้าไป
นายเหลียนตาบอดได้ยินเสียงฉู่ลั่ว ตัวของเขาก็สั่นเล็กน้อย เขา
ยืนขึ้นด้วยความตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด พลางเดินเข้ามาหาฉู่ลั่ว “ผม
ขอคุยกับเจ้านิกายตามลำพังได้ไหม?”
ซู่เซี่ยงหยางเห็นฉู่ลั่วพยักหน้า จึงพาคนอื่นออกไป ในห้องจึง
เหลือเพียงนายเหลียนตาบอดกับฉู่ลั่ว
ทันทีที่ประตูปิดลง นายเหลียนตาบอดทนไม่ไหวจึงเอ่ยถามว่า
“เจ้านิกาย…เป็นคนของหุบเหวเทพมรณะเหรอครับ?”
ฉู่ลั่ว “…”
ฉู่ลั่วที่ตอนแรกมีสีหน้าเย็นชาพลันนิ่งค้างไป เธอเงยหน้าขึ้นช้า
ๆ แล้วมองไปที่นายเหลียนตาบอด “ทำไมถึงถามแบบนี้?”
“ใช่หรือเปล่าครับ?”
เขาจี้ถาม
“ไม่ใช่”
นี่เป็นครั้งแรก ที่ฉู่ลั่วได้ยินชื่อหุบเหวเทพมรณะออกมาจากปาก
ของนักพรตในลัทธิเต๋า
“เป็นไปไม่ได้! คุณจะไม่ใช่คนของหุบเหวเทพมรณะได้ยังไง?”
เขาเดินเข้าไปใกล้ฉู่ลั่วอีกก้าว “ผมเคยฟังไลฟ์สตรีมของคุณ คุณ
เปลี่ยนแปลงดวงชะตาของผู้คนครั้งแล้วครั้งเล่า คุณฝ่าฝืนวิถีแห่ง
สวรรค์หลายต่อหลายครั้ง คุณจะไม่ใช่คนของหุบเหวเทพมรณะได้
ยังไง”
เขาคว้าแขนของฉู่ลั่วได้อย่างแม่นยำ “เจ้านิกาย ผมอยากเข้าไป
ที่หุบเหวเทพมรณะจริง ๆ ความสามารถในการทำนายดวงชะตาของ
ผมแม่นยำมาก ถ้าคุณไม่เชื่อ จะทดสอบดูก็ได้”
ฉู่ลั่วออกแรงเล็กน้อยเพื่อดึงแขนตัวเองออกมา “คุณพูดเรื่องนี้
กับฉันไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก ฉันไม่ใช่คนของหุบเหวเทพมรณะ
และฉันก็พาคุณเข้าไปในหุบเหวเทพมรณะไม่ได้ด้วย”
นายเหลียนตาบอด “…”
ปากของเขายังคงพึมพำว่าเป็นไปไม่ได้อยู่อย่างนั้น