เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1209 ฉันหาอาจารย์ของคุณเจอแน่
“นิกายหมอดูตาบอดเชื่อเรื่องโชคชะตาเป็นที่สุด คุณคือศิษย์
ของนิกายหมอดูตาบอดแท้ ๆ แต่กลับเปลี่ยนแปลงดวงชะตาผู้คนโดย
ไม่ได้รับอนุญาต เพราะอะไรกันคะ?”
คนตาบอดเหลียนที่กำลังพึมพำกับตัวเองได้ยินฉู่ลั่วพูดแบบนั้น
ก็หัวเราะเยาะ “คุณเปลี่ยนแปลงดวงชะตาของคนอื่นตามใจชอบได้
แล้วผมจะทำบ้างไม่ได้เหรอ?”
ฉู่ลั่ว “คุณกำลังทำเรื่องที่ชั่วร้าย”
“อะไรคือชั่ว อะไรคือดีล่ะ? ดีชั่วใครเป็นคนกำหนดกัน? สิ่งที่ผม
ทำสำหรับครอบครัวหนึ่งแล้ว มันไม่ใช่เรื่องดีเหรอ?”
ฉู่ลั่วไม่ได้ถามประเด็นนี้ต่อ แต่ถามว่า “คุณไปได้ยินเรื่องของหุบ
เหวเทพมรณะมาจากที่ไหน?”
“จากอาจารย์ของผม”
“อาจารย์ของคุณ?”
“ใช่ อาจารย์ของผมเอง” นายเหลียนตาบอดไม่ได้ปิดบังอะไร
เขากลับไปนั่งที่เก้าอี้ แล้วค่อย ๆ เอ่ยปาก “สิบว่าปีก่อน ผมเรียนวิชา
ของนิกายหมอดูตาบอดมาจากอาจารย์ของผม”
“มีอยู่คืนหนึ่ง จู่ ๆ ก็มีคนสองคนปรากฏตัวขึ้นในบ้านอาจารย์
ของผม พวกเขาเรียกตัวเองว่าคนของหุบเหวเทพมรณะ”
“ส่วนหลังจากนั้นผมไม่ได้ยินแล้ว”
นายเหลียนตาบอดเอนหลังพิงเก้าอี้ “ถ้าเจ้านิกายอยากรู้
มากกว่านี้ ก็ไปหาอาจารย์ของผมได้ อาจารย์ของผมรู้เรื่องอะไรเยอะ
กว่าผมมากนัก”
ฉู่ลั่วก้มหน้าก้มตาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาช้า ๆ
“คุณอยากเจออาจารย์ของคุณใช่ไหม?”
นายเหลียนตาบอกยกริมฝีปากขึ้นแต่ไม่พูดอะไร
ฉู่ลั่วจึงยืนขึ้นแล้วเดินออกไปข้างนอก
“เจ้านิกายทำให้ผมเจอกับอาจารย์ได้หรือเปล่าล่ะ?”
ฉู่ลั่วที่กำลูกบิดประตูไว้ หันมามองนายเหลียนตาบอด “คุณ
มั่นใจมากว่าฉันจะพาคุณไปหาอาจารย์ได้ ไม่ใช่เพราะคุณยังมีเรื่อง
สำคัญกว่านี้จะพูดหรอกเหรอคะ?”
“สมกับเป็นเจ้านิกาย”
“ฉันหาอาจารย์ของคุณเจอแน่ และจะพาคุณไปด้วย”
นายเหลียนตาบอดรีบบอกวันเดือนปีเกิดและชื่อเสียงเรียงนาม
ของอาจารย์ทันที
ฉู่ลั่วเดินออกไป แล้วปิดประตูลง
ซู่เซี่ยงหยางจึงรีบสาวเท้าเดินเข้ามาหาทันที “เขารู้จักหุบเหว
เทพมรณะได้ยังไง?”
“ไม่รู้เหมือนกัน”
“ถ้าอย่างนั้นจะให้เขาเจออาจารย์ของเขาจริงเหรอ? คุณใช้วิชา
ส่องความทรงจำอะไรนั่นไม่ได้เหรอ?”
ฉู่ลั่วส่ายหน้า “จิตใจของเขาแข็งแกร่งมาก ถ้าฉันฝืนส่องความ
ทรงจำของเขา เขาอาจจะทำอะไรบางอย่างเพื่อทำลายจิตวิญญาณ
ของตัวเองก็ได้ ไม่สู้พาเขาไปเจออาจารย์ของเขาดีกว่า”
นิกายหมอดูตาบอดเชี่ยวชาญแค่เรื่องทำนายดวงชะตา จึงไม่ได้
ศึกษาวิชาเต๋าอื่น ทำให้สถานะในลัทธิเต๋าไม่สูงนัก
แต่หุบเหวเทพมรณะกลับไปหานิกายหมอดูตาบอด
ในลัทธิเต๋าไม่มีใครรู้จักหุบเหวเทพมรณะเลย มีเพียงนิกายหมอ
ดูตาบอดเท่านั้นที่รู้
เธอหันไปมองประตูห้องคุมขังที่ปิดสนิทอีกครั้ง
ซู่เซี่ยงหยาง “ผมจะให้คนทำนายดูว่าอีกฝ่ายอยู่ที่ไหน”
เขาพูดอีกว่า “สั่งการพวกต้าอี ให้พวกเขาเตรียมตัวให้พร้อม
พวกเราจะทำการเคลื่อนย้ายคนจำนวนหนึ่ง”
เจ้าหน้าที่ขององค์กรจึงรีบไปเตรียมการ
ไม่นานนัก ก็หาตำแหน่งที่แม่นยำของอีกฝ่ายมาได้
พวกต้าอีเริ่มทำการเคลื่อนย้ายเจ้าหน้าที่ขององค์กรไปยัง
สถานที่เป้าหมายแล้ว
ฉู่ลั่วเดินไปที่ประตูห้องคุมขังอีกครั้ง เมื่อเธอผลักประตูให้เปิด
ออก นายเหลียนตาบอดก็ยืนขึ้น เดินตรงมาทางประตูแล้ว “พวกเรา
ไปกันเถอะ!”
ราวกับว่าเขารู้ล่วงหน้าอยู่แล้ว ว่าพวกฉู่ลั่วต้องหาที่อยู่ของ
อาจารย์พบ
ฉู่ลั่วไม่พูดพร่าทำเพลง เธอคว้ามือนายเหลียนตาบอด พลาง
หยิบยันต์ขึ้นมาหนึ่งแผ่น ท่องคาถา ไม่นานก็หายตัวไปทันที
จนกระทั่งร่างของทั้งสองคนยืนได้มั่นคงแล้ว พวกเขาก็มา
ปรากฏตัวอยู่ในป่า
ไม่นานนัก ซู่เซี่ยงหยางก็พาเจ้าหน้าที่มาถึง
“ต้าอี นายช้าไปหน่อยนะ! เจ้านิกายออกเดินทางช้ากว่าพวกเรา
กลับมาถึงก่อนพวกเราซะอีก”
เจ้าหน้าที่บางคนหยอกล้อพวกต้าอี
ต้าอี้ยิ้มให้ฉู่ลั่ว “เจ้านิกายเก่งมากนี่ครับ! พวกเราจะเทียบกับ
ท่านเจ้านิกายได้ยังไง!”
ซู่เซี่ยงหยาง “…”
พวกต้าอีปฏิบัติหน้าที่ได้ดีไปหมดทุกอย่าง แต่ไม่รู้ว่าไปเรียนรู้
กฎเกณฑ์ในที่ทำงานมาจากไหน
พวกเขาถึงได้พยายามประจบสอพลอผู้บังคับบัญชาไม่เลิกแบบ
นี้