เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1212 ฉันเสียใจมาตั้งนานแล้ว
“โชคชะตาไม่อาจฝ่าฝืน”
เหยียนเฉิงยังพูดประโยคนี้ช้า ๆ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฝ่าฝืนไม่ได้!” นายเหลียนตาบอดเงยหน้าขึ้นฟ้าแล้ว
หัวเราะเสียงดัง “อาจารย์ก็แค่อ่อนแอ อาจารย์ก็แค่มากในตัณหา”
“อาจารย์ก็เหมือนกับพ่อของผม ถูกผู้หญิงคนนั้นทำให้หลงไม่
ลืมหูลืมตา”
“แต่มาบอกว่าโชคชะตาไม่อาจฝ่าฝืน ผมไม่เชื่อ ผมไม่เชื่อ!”
เขาตะคอกเสียงดัง ทำให้นกในป่าบินแตกกระเจิง
เทียบกับเขาซึ่งได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจ เหยียนเฉิง
ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย เขาส่ายหน้าอย่างจนปัญญา “เหลียนจวิน คน
ของนิกายหมอดูตาบอด หากสงสัยในโชคชะตาแม้แต่นิดเดียว จะไม่
มีวันก้าวหน้านะ”
“เพราะฉะนั้น เจ้าควรจะหยุดได้แล้ว”
นายเหลียนตาบอดถูกท่าทางเย็นชาและเรียบเฉยของเหยียนเฉิง
กระตุ้นให้โกรธยิ่งกว่าเดิมแล้ว
“คนที่ควรหยุดไม่ใช่ผม แต่เป็นอาจารย์ต่างหาก”
พริบตาเดียวนั้น เขาก็หยิบยันต์ออกมาแผ่นหนึ่ง วิ่งเข้าไปหาเห
ยียนเฉิงที่อยู่บนเก้าอี้โยก
ยันต์แผ่นนั้นแตกต่างจากยันต์ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด มันแผงไป
ด้วยพลังวิญญาณที่ทรงพลังและดุร้าย ไม่เพียงแต่ใช้กับภูติผีและ
นักพรตได้เท่านั้น แม้กระทั่งคนธรรมดาก็ถูกยันต์นี้ทำร้ายได้
ฉู่ลั่วเห็นแบบนี้ ดาบชิงเจวี๋ยก็ปรากฏขึ้นในมือทันที ก่อนจะพุ่ง
ตรงไปหานายเหลียนตาบอด
ปลายดาบเพิ่งพุ่งทะยานไปถึงได้ครึ่งทาง ก็ถูกพลังสายหนึ่งจาก
ด้านข้างผลักออกไป ตัวดาบเฉียดไหล่ของนายเหลียนตาบอดอย่าง
หวุดหวิด
ทว่ายันต์ในมือนายเหลียนตาบอดได้ติดลงบนตัวเหยียนเฉิงแล้ว
ฉู่ลั่วหันขวับ เธอมองเหยียนเฉิงที่ล้มลงบนพื้นแล้วอาเจียนเป็น
เลือดด้วยความตกตะลึง
เมื่อครู่เหยียนเฉิงผลักเธอออก
หากเหยียนเฉิงไม่ผลักเธอ เธอต้องสกัดนายเหลียนตาบอดไว้ได้
แน่นอน
นายเหลียนตาบอดยืนนิ่งอยู่ที่เดิม เสียงร้องอันเจ็บปวดของเห
ยียนเฉิงดังเข้ามาในโสตประสามของเขา “ทำไม? ทำไมต้องช่วย
ผม?”
ตั้งแต่ตอนที่เขาเตรียมตัวจะลงมือ อีกฝ่ายก็เตรียมพร้อมจะตาย
แล้ว
“ทำไมอาจารย์ต้องช่วยผม? อาจารย์มีสิทธิ์อะไรมาช่วยผม?”
“ผมมาที่นี่ก็เพื่อฆ่าอาจารย์! ผมคิดจะฆ่าอาจารย์! ตั้งแต่ที่ผมรู้
ว่าอาจารย์เป็นคนปล่อยผู้หญิงคนนั้นไป ผมก็อยากฆ่าอาจารย์มา
ตลอด”
เจ้าหน้าที่ขององค์กรวิ่งเข้าไป ทั้งแปะยันต์บนตัวเหยียนเฉิงและ
โทรเรียกรถพยาบาล
แต่บนภูเขาลึกแบบนี้ เป็นไปไม่ได้ที่รถพยายาลจะรีบเร่งเข้ามา
ในเวลาอันรวดเร็ว
เหยียนเฉิงกระอักเลือดสีม่วงดำออกมา แม้ร่างกายจะเจ็บปวดจน
แทบทนไม่ไหว แต่สีหน้าของเขากลับสงบมาก
เขารั้งเจ้าหน้าที่ที่กำลังรีบร้อน “ยันต์นี้ร้ายกาจมาก มันเป็นชะตา
กรรมของผมที่ต้องตายอยู่ที่นี่”
นายเหลียนตาบอด “อาจารย์รู้ว่าผมจะมาฆ่าอาจารย์เหรอ?”
“อืม”
“แล้วทำไมอาจารย์ถึงไม่ป้องกันตัว? ทำไมต้องช่วยผมด้วย?”
นายเหลียนตาบอดพุ่งเข้าไปคุกเข่าลงข้างเหยียนเฉิง “อาจารย์นึก
เสียใจที่หลังแล้วใช่ไหม?”
“อาจารย์นึกเสียใจที่ตอนนั้นไม่หยุดผู้หญิงคนนั้นเอาไว้ใช่ไหม
อาจารย์คิดได้แล้วใช่ไหมว่าตัวเองเป็นคนผิด”
มือของเหยียนเฉิงคว้าไปกลางอากาศหลายครั้ง นายเหลียนตา
บอดเหมือนรับรู้อะไรบางอย่าง เขาคลำหาอยู่นาน ก่อนจะคว้ามือของ
เหยียนเฉิงไว้ได้
เหยียนเฉิงกำมือเขาไว้แน่น ขณะเอ่ยปากก็กระอักเลือดสด ๆ
ออกมาด้วย “ฉันเสียใจมาตั้งนานแล้ว”
นายเหลียนตาบอด “…”
“ฉันเสียใจว่าตอนนั้นไม่น่าฝ่าฝืนโชคชะตาช่วยเจ้าเอาไว้เลย”
นายเหลียนตาบอดที่เดิมทีมีสีหน้าโล่งใจพลันเปลี่ยนเป็นแข็ง
ค้าง
เขารู้สึกได้ว่ามือนี้กำมือของตนเอาไว้แรงมาก แต่เขาไม่รู้ว่ามัน
คือความเจ็บปวดหรือความโกรธ
“ตอนนั้นลุงกับป้าของเจ้าโลภมาก อยากได้เงินที่แม่ของเจ้าให้
ไว้ ไม่ได้คิดจะเลี้ยงดูเจ้าไว้แต่แรก พวกเขาพาเจ้ามาให้ฉัน อยากให้
ฉันรับเข้าเป็นศิษย์”
“ฉันไม่ควรใจอ่อนรับปากเลย”
“เจ้าถูกกำหนดมาให้ตายตั้งแต่ฤดูหนาวนั้นแล้ว ฉันไม่ควรรับ
เจ้าเป็นศิษย์ ข้าฝ่าฝืนโชคชะตาแล้วรับเจ้าเอาไว้”
“ทำให้ผู้บริสุทธิ์ถูกทำร้ายเพราะความปรารถนาที่เห็นแก่ตัวของ
เจ้า”
“ฉันควรปล่อยให้เจ้า…ตายไปซะ”