เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1217 พวกพี่ชายกับพ่อแม่ที่ไม่ได้เรื่อง
- Home
- เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
- บทที่ 1217 พวกพี่ชายกับพ่อแม่ที่ไม่ได้เรื่อง
แต่ในข้อความเหล่านั้นเองก็ยังมีความคิดเห็นที่สวนทางอยู่ด้วย
[พวกเธอไม่คิดเหรอว่าฉู่ลั่วไม่เหมาะสมกับฮั่วเซียวหมิง? สถานะ
ของฮั่วเซียวหมิง คนในตี้จิงต่างรู้กันดี พอมองฉู่ลั่วแล้ว…นอกจาก
เป็นเน็ตไอดอล เธอยังมีอะไรอีกบ้าง?]
[ก็ใช่นะ ฉู่ลั่วเหมือนจะไม่เคยเรียนมหาวิทยาลัยด้วยซ้า]
[ใช่แล้ว! ก่อนหน้านี้บอกว่าเธอเป็นลูกสาวของตระกูลฉู่ก็จริง แต่
ได้ยินว่าเธอถูกตระกูลฉู่ไล่ออกจากบ้าน เพราะนิสัยของเธอมีปัญหา]
[นอกจากความสามารถในการไลฟ์สตรีมแล้ว เธอยังมี
ความสามารถอะไรอีกบ้าง ตระกูลฮั่วเป็นตระกูลเก่าแก่ในตี้จิง ยังไงก็
ต้องเห็นแก่หน้าตาอยู่แล้ว]
เมื่อเห็นความคิดเห็นเหล่านี้ ซ่งเชียนหย่าก็กัดฟันด้วยความ
โกรธ และเริ่มตอบโต้ชาวเน็ตพวกนี้ด้วยความโมโห
“ทำไมทำหน้าเหมือนจะกินคนแบบนั้นล่ะคุณ?”
ฉู่เหว่ยฮ่าวซึ่งอาบน้าเสร็จเดินเข้ามา เมื่อโน้มตัวลงไปดู สีหน้า
ของเขาก็เปลี่ยนไปเช่นกัน
ไม่รู้เพราะโกรธหรือเพราะร้อนใจ ซ่งเชียนหย่ายกมือเช็ดหยาด
น้าที่หางตา “เกิดอะไรขึ้นกับคนพวกนี้? พวกเขามีสิทธิ์อะไรมาด่าลั่ว
ลั่ว? ลั่วลั่วมีตรงไหนจะไม่เหมาะสมกับฮั่วเซียวหมิงกัน?”
“ไม่ว่าจะหน้าตา ความสามารถ…ลั่วลั่วของเรามีตรงไหนที่สู้ฮั่ว
เซียวหมิงไม่ได้!”
“ก่อนหน้านี้ตอนเกิดเรื่องกับตระกูลฉู่ ลั่วลั่วก็ช่วยแก้ปัญหาให้
พวกเขาไม่ใช่เหรอ”
ฉู่เหว่ยฮ่าวตบไหล่ซ่งเชียนหย่าเบา ๆ เพื่อให้จิตใจของเธอสงบ
ลง “ผมจะให้แผนกประชาสัมพันธ์จัดการให้”
หลังจากระบายความในใจเสร็จแล้ว ขอบตาของซ่งเชียนหย่าก็
แดงก่า เธอมองวิดีโอบนหน้าจอต่อ
ฉู่เหว่ยฮ่าวดูวิดีโอนั้นเป็นเพื่อนเธออยู่พักหนึ่ง “ถ้าเกิดว่า…
อยากเจอลั่วลั่ว เราก็ไปเจอได้นะ”
“…” ซ่งเชียนหย่าส่ายหน้า “ตอนนี้เธอมีชีวิตที่ดีแล้ว พวกเรา
ไม่ได้ทำหน้าที่ในฐานะพ่อแม่ให้เธอเลย ไม่เคยปกป้องเธอด้วยซ้า”
ยิ่งไปกว่านั้นยังเคยให้ลูกที่ไม่เคยเลี้ยงดูเลยสักวันมาปกป้อง
พวกเขา มาช่วยชีวิตพวกเขา
“ฉันจะเอาหน้าที่ไหนไม่เจอเธอล่ะคะ”
สีหน้าของเธออ่อนลง “ตอนนี้ขอแค่เธอมีความสุขและสุขใจก็
พอแล้วค่ะ”
ฉู่เหว่ยฮ่าวถอนหายใจออกมาเหมือนกัน
ซ่งเชียนหย่าดูวิดีโอต่ออีกพักหนึ่ง ทันใดนั้นสีหน้าเธอก็
เปลี่ยนไป “ตี้จิงหิมะตกแล้ว ลั่วลั่วยังสวมเสื้อผ้าบางขนาดนี้ เธอคง
ไม่ใช่ไม่มีชุดประจำฤดูกาลไว้เปลี่ยนหรอกใช่ไหม!”
“ไม่ได้การแล้ว! ฉันต้องเตรียมเสื้อผ้าสำหรับฤดูหนาวคอล
เลคชั่นใหม่ให้ลั่วลั่ว…”
เธอดึงผ้าห่มออกกำลังจะโทรศัพท์ แต่ถูกฉู่เหว่ยฮ่าวคว้าแขน
เอาไว้ “ดึกขนาดนี้แล้ว คุณยังจะโทรไป…”
“ฉันแค่จ่ายเงินเพิ่มให้เยอะหน่อยก็ได้แล้วไม่ใช่เหรอคะ?”
ฉู่เหว่ยฮ่าว “…”
………
กลางดึก
เสียงเรียกเข้าแสบแก้วหูดังขึ้น
ฉู่เหิงคว้าโทรศัพท์มา ขณะกำลังจะดึงผ้าห่มออกแล้วลงจาก
เตียง เวินอวิ๋นเสาซึ่งอยู่ข้าง ๆ ก็ตื่นขึ้นมา เธอพูดทั้งที่ยังงัวเงีย
“รับสายตรงนี้แหละ!”
ฉู่เหิงเปิดโคมไฟหัวเตียง แล้วเอนหลังลง “แม่ โทรมาดึกขนาดนี้
มีอะไรเหรอครับ?”
“แม่เห็นว่าที่ตี้จิงหิมะตกแล้ว อุณหภูมิคงลดลงมาก ลั่วลั่วต้อง
ไม่ได้เตรียมเสื้อผ้าสำหรับฤดูหนาวไว้แน่นอน แม่จัดเตรียมดีไซเนอร์
เอาไว้แล้ว ลูกพาดีไซน์เนอร์คนนั้นไปหาลั่วลั่วทีนะ”
“อวิ๋นเสาด้วย ลูกอย่าลืมล่ะ!” ซ่งเชียนหย่าพูดเตือน “ตอนนี้เธอ
ท้องอยู่ ลูกต้องใส่ใจเธอให้มาก คำนึงถึงเรื่องต่าง ๆ ให้รอบคอบ”
“แม่ครับ ผมรู้แล้ว ผมจะพาดีไซเนอร์ไปครับ”
หลังจากวางสาย ฉู่เหิงก็มองเวินอวิ๋นเสาด้วยสายตาจนปัญญา
เวินอวิ๋นเสาเอนตัวลงในอ้อมกอดของเขา เธอเอ่ยถามเสียงเบา
“…ตั้งแต่…เรื่องราวถูกแก้ไข คุณพ่อคุณแม่ดูเหมือนจะอยากเจอลั่ว
ลั่วมากเลยนะ”
“ลั่วลั่วไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้นแบบนั้น ถ้าพวกเขาอยากไป ลั่ว
ลั่วไม่มีทางไล่พวกเขาออกไปหรอกค่ะ”
ฉู่เหิงส่ายหน้า เขาลูบผมของเวินอวิ๋นเสาอย่างแผ่วเบา “เรื่องมัน
ไม่ง่ายแบบนี้น่ะสิ อย่าว่าแต่พวกเขาเลย แม้แต่ฉันเอง…ที่จริงก็ไม่มี
สิทธิ์ไปรบกวนลั่วลั่วเหมือนกัน”
พวกพี่ชายอย่างพวกเขากับพ่อแม่ที่ไม่ได้เรื่อง มีสิทธิ์อะไรไป
รบกวนเธอกันล่ะ?
หรือจะผลักความผิดทุกอย่างไปให้ฉู่หร่านคนเดียวอย่างนั้น
เหรอ?
พวกเขาไม่มีความผิดอะไรเลยหรืออย่างไร?