เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1218 น้องสาวของเขาไม่ใช่คนเย็นชา
ตี้จิง
ณ คฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวัน
ฉู่เหิงพาดีไซเนอร์หลายคนเข้ามาในคฤหาสน์ ก็เห็นว่าใน
ห้องรับแขกมีเสื้อผ้าวางไว้หลายตัว
“นี่คือ…”
เฉิงยวนปรายตามองดีไซเนอร์ “ตระกูลฮั่วส่งมาให้ บอกว่าจะ
เตรียมเสื้อผ้าสำหรับฤดูหนาวให้ลั่วลั่วกับพวกเราแล้ว ของลั่วลั่วเป็น
แบบสั่งทำ ทั้งหมดล้วนเป็นรูปแบบที่ลั่วลั่วชอบทั้งนั้น”
“เจ้าก็มาเพื่อเตรียมเสื้อผ้าฤดูหนาวให้ลั่วลั่วหรือ…”
ฉู่เหิง “…”
แต่ดูเหมือนเขาจะยังช้าไปก้าวหนึ่ง
ฉู่เหิงขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางเอ่ยถาม “ลั่วลั่วล่ะ?”
“ออกไปแล้ว”
หล่อนยกคางขึ้น “แต่ในเมื่อเจ้าก็พาดีไซเนอร์มาแล้ว…”
เฉิงยวนหัวเราะ
ฉู่เหิงพยักหน้าเบา ๆ เขาให้ดีไซเนอร์วัดตัวคนอื่น ๆ ในคฤหาสน์
พร้อมกับจดลายละเอียดเสื้อผ้าแบบที่พวกเขาชอบ
บรรดาดีไซเนอร์งานยุ่งขึ้นมาทันที
ฉู่เหิงยืนอยู่ด้านข้าง เขาเห็นเฉิงยวนเรียกคนอื่นมากันหมด
แม้กระทั่งจั่วโยวโยวกับยายาก็อยู่ที่นี่ด้วย
ในคฤหาสน์เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะร่าเริง ความครื้นเครงนี้ช่าง
ขัดกับนิสัยเย็นชาของฉู่ลั่วเหลือเกิน
ทันใดนั้นฉู่เหิงก็หันหลังมองออกไปนอกหน้าต่าง ในดวงตามี
แววความเจ็บปวดที่อธิบายไม่ได้
น้องสาวของเขาไม่ใช่คนเย็นชาหรอก
หากเรื่องทั้งหมดนี้ไม่เกิดขึ้น น้องสาวของเขาก็จะเป็นคุณหนู
ของตระกูลฉู่ เธอจะมีเพื่อนมากมาย…
แต่จากที่เขาตรวจสอบมา ตั้งแต่เด็กจนโตเธอกลับไม่มีเพื่อนเลย
สักคน
………
องค์กร
ซู่เซี่ยงหยางส่งโทรศัพท์ให้ฉู่ลั่ว “นี่เป็นมือถือของนายเหลียนตา
บอด เขาใช้โทรศัพท์น้อยมาก นอกจากถ่ายรูปไว้ไม่กี่รูป ก็ใช้ฟัง
วิทยุเท่านั้นเอง”
“เขายังมีบัญชีแพลตฟอร์มด้วย”
“ได้ยินมาจากเพื่อนบ้านว่า เขาให้เพื่อนบ้านช่วยตั้งค่าแจ้งเตือน
ไลฟ์สตรีมของคุณเอาไว้ เมื่อไหร่ที่คุณไลฟ์สตรีม โทรศัพท์ของเขา
ก็มีช่องไลฟ์สตรีมของคุณแสดงขึ้นมา”
ฉู่ลั่วรับโทรศัพท์มา แล้วกดเข้าไปในคลังภาพ
ในคลังภาพมีรูปถ่ายของยันต์ถูกถ่ายเอาไว้สิบกว่าภาพ
บางภาพถ่ายได้ครึ่งเดียว บางภาพถ่ายได้แค่มุมเดียว และบาง
ภาพก็ถ่ายอะไรไม่ได้เลย…
หลายรูปต่อจากนั้นก็ถ่ายไว้บ้างประปราย
จนกระทั่งเห็นยันต์ทั้งหมดชัดเจนแล้ว ฉู่ลั่วพลันออกแรงกำ
โทรศัพท์ในมือไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
ซู่เซี่ยงหยางที่ตอนแรกเอาแต่พูดรายงานไม่หยุด ก็รับรู้ได้ถึง
ท่าทีที่เปลี่ยนไปของฉู่ลั่ว
“ทำไมเหรอครับ? ยันต์นี้มีปัญหาอะไร?”
“มันเป็นยันต์เซียน”
ซู่เซี่ยงหยางตาเบิกกว้าง
“ไม่สิ…ต้องบอกว่าเป็นยันต์ที่วาดเลียนแบบต่างหาก” เธอมองซู่
เซี่ยงหยาง “บนนี้ยังมีไอพลังหลงเหลืออยู่ เป็นไอพลังของนักพรต
และยังมีพลังของยันต์เซียนด้วย”
ซู่เซี่ยงหยางถาม “มันร้ายกาจมากใช่ไหม?”
เขาไม่เข้าใจสักเท่าไหร่ว่าทำไมฉู่ลั่วต้องตื่นเต้นขนาดนี้
ฉู่ลั่วมองอักขระบนหน้าจอ “ยันต์เซียนไม่มีทางบรรลุวิธีทำได้เอง
และยันต์แผ่นนี้…ยังมีแม่แบบมาให้ด้วย”
“…เหมือนผมจะเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้ว ยันต์เซียนแผ่นนี้เป็นแบบ
พื้นฐาน เมื่อเข้าใจยันต์แผ่นนี้ถ่องแท้ก็จะเข้าใจพื้นฐานของยันต์
เซียนตามไปด้วย” ซู่เซี่ยงหยางลูบคางตัวเอง “ถ้าอย่างนั้นมันก็เป็น
ของสำคัญมาก ไม่สู้พวกเราลองดำเนินโครงการเพื่อทำความเข้าใจ
อย่างชัดเจน ให้เจ้าหน้าที่ในองค์กรมาเรียนรู้เอาไว้”
“การพัฒนาขีดความสามารถ ก็เป็นงานของเจ้าหน้าที่ในองค์กร
เหมือนกัน”
ยันต์เซียน แค่ได้ยินชื่อก็รู้สึกว่าร้ายกาจมากแล้ว
“ได้ค่ะ”
ซู่เซี่ยงหยางรีบเรียกประชุมทันที เขาฉายภาพยันต์ขึ้นบนจอ
ใหญ่ จากนั้นฉู่ลั่วจึงเริ่มอธิบาย
นักพรตเต๋าที่นั่งฟังอยู่ด้านล่าง ดวงตาของแต่ละคนเบิกกว้างขึ้น
แล้ว
ต้าอีดวงตาเบิกโตเช่นกัน แต่สีหน้าของเขากลับมึนงงมาก
มีเพียงเซียนพู่กันที่อยู่ข้าง ๆ กำลังจดบันทึกทุกอย่างลงในสมุด
“ผู้อาวุโส…” ต้าอีขยับเข้ามาใกล้อย่างระมัดระวัง ก่อนถามด้วย
ความสงสัย “ยันต์นี้เป็นยันต์ที่พวกนักพรตใช้กันเหรอครับ”
ในฐานะปีศาจ พวกเขาแค่ผสมปนเปกันให้ครบจำนวน
เซียนพู่กัน “…”
แต่นี่คือยันต์เซียน!
ขอแค่เข้าใจรูปแบบของยันต์ พวกเขาก็สามารถสร้างยันต์เป็น
ของตัวเองได้แล้วเหรอ?
เซียนพู่กันเขียนตัวอักษรกลางอากาศ ก่อนจะดันสมุดบันทึก
ของตัวเองออกมาด้านข้างเล็กน้อย
เห็นได้ชัดว่าไม่อยากอยู่ใกล้พวกเขาทั้งห้าตนเกินไปนัก
เทพอู่ทง “…”
พวกเขารู้สึกได้ถึงความรังเกียจชัดเจนจากอีกฝ่ายเลย