เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1220 หนูจะไม่มีวันลืมเขาเลย
ไม่รู้ว่าระบบถูกประโยคไหนของเธอทิ่มแทงเข้าไป มันจึงทิ้ง
คำพูดสุดท้ายไว้ประโยคหนึ่ง ก่อนจะเงียบไปอีกครั้ง
[ภายใต้รังที่พลิกคว่า ไม่มีไข่ที่สมบูรณ์ เมื่อเส้นทางหลัก
พังทลายลง ใครบ้างจะมีจุดจบที่ดีได้]
ฉู่ลั่ว “…”
………
เมื่อเธอกลับมาที่คฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวัน ก็เห็นว่าใน
ห้องรับแขกกำลังเต็มไปด้วยความคึกครื้น
“หนูอยากได้กระโปรงสีรุ้งค่ะ หนูจะใส่สีที่ชอบลงไปทั้งหมด เอา
ไข่มุกด้วยนะคะ”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวใช้มือเล็ก ๆ แสดงท่าทาง และหยิบกระดาษแผ่น
หนึ่งยื่นไปตรงหน้าดีไซเนอร์ “กระโปรงสีรุ้งแบบนี้ค่ะ”
เธอวาดออกมาง่าย ๆ ตัวคนก็ถูกวาดแบบลวก ๆ เช่นกัน แต่มัน
ก็จับประเด็นสำคัญได้ดี ทำให้คนที่เห็นภาพมองออกว่าเธอวาด
ตัวเองลงไป
“น้องสาวตัวน้อย หนูมีพรสวรรค์นะ!” ดีไซเนอร์หยิบกระดาษ
ขึ้นมา “สีสันกับแถบสีแบบนี้ เลือกมาใช้ได้ดีมากเลยจ้ะ!”
“น้องสาวตัวน้อย หนูเคยเรียนมาก่อนเหรอ!”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวภูมิใจมาก “เมื่อก่อนหนูเคยเรียนวาดรูปค่ะ คุณครู
บอกว่าหนูวาดได้ดีมาก”
“มิน่าล่ะ! มีพรสวรรค์มากจริง ๆ !” ดีไซเนอร์ที่ยืนอยู่ข้างเฉิงยวน
เอ่ยว่า “น้องสาวตัวน้อยมีพรสวรรค์มาก พวกคุณสามารถฝึกฝนเธอ
ในด้านนี้ได้นะคะ”
“พอเธอโตไป จะต้องเป็นดีไซนเนอร์ที่เก่งมากแน่นอนเลยค่ะ”
ห้องรับแขกที่ตอนแรกกำลังคึกครื้นพลันเงียบลงทันที
แววตาของเฉิงยวนอ่อนโยนลง เธอยกมือขึ้นลูบผมของซ่งเมี่ยว
เมี่ยว “เมี่ยวเมี่ยวของพวกเราเก่งมากอยู่แล้ว มีพรสวรรค์มากอยู่
แล้ว”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวยิ่งภูมิใจ เธอเชิดคางขึ้นแล้วหัวเราะร่า
ดีไซเนอร์ก็รู้สึกได้ว่าเมื่อครู่บรรยากาศผิดแปลกไป แม้จะไม่
เข้าใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวหยิบกระดาษอีกปึกหนึ่งออกมาอย่างมีความสุข “นี่
เป็นรูปที่หนูวาดทั้งหมดค่ะ”
“นี่ของพี่ลั่วลั่ว”
“นี่ของพี่ยวนยวน”
“นี่ของ…”
เธอหยิบออกมาใบแล้วใบเล่า ไม่ลืมใครในคฤหาสน์เลยสักคน
เดียว
“นี่ของพี่หว่านหว่านกับพี่ปู้เสวี่ยนค่ะ”
ฉู่เหิงเดินมาตรงหน้าฉู่ลั่ว แล้วยืนอยู่กับน้องสาว มองความ
ครื้นเครงเหล่านี้ภายในคฤหาสน์ “มีพวกเขาอยู่ด้วย เธอคงไม่ต้อง
กังวลว่าจะไม่มีเรื่องสนุกเลย”
ฉู่ลั่วหัวเราะเบา ๆ
“หลังจัดการเรื่องฉู่หร่านแล้ว อาจิงก็หาหลักฐานเรื่องที่ฉู่หร่าน
เคยทำมาตลอด บางเรื่องเธอทำตอนยังเด็ก จึงเอาผิดอะไรไม่ได้”
“แต่เรื่องของจั่วโยวโยว…เรื่องนี้เอาผิดได้”
“แต่ว่า…อาจิงค่อนข้างกังวล”
ฉู่ลั่วมองไปที่จั่วโยวโยวกับลูกสาว “เขากังวลเพราะสถานะดารา
ของฉู่หร่าน จึงกลัวว่าเรื่องนี้จะถูกคนขุดคุุ้ยออกมาอีกครั้งใช่ไหม
คะ”
ฉู่เหิงพยักหน้า
“อาจิงไม่อยากให้พวกเธอสองแม่ลูกถูกทำร้ายอีกแล้ว”
“หนูจะลองถามเธอดูค่ะ”
ฉู่เหิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามว่า “เธอกับฮั่วเซียวหมิง…จริง
เหรอ…”
“อืม” เธอเห็นฉู่เหิงขมวดคิ้ว จึงอธิบายว่า “ถึงฮั่วเซียวหมิงจะ
บำเพ็ญไม่ได้ แต่หนูปกป้องเขาได้ค่ะ”
ฉู่เหิง “…”
ความจริงเมื่อครู่เขาอยากพูดว่า ตระกูลฮั่วเป็นตระกูลเก่าแก่และ
มีกฎระเบียบมากมาย
ถ้าพวกเขาสองคนอยู่ด้วยกัน อาจจะมีข้อจำกัดนับไม่ถ้วน
เมื่อเห็นฉู่เหิงยังขมวดคิ้วอยู่ ฉู่ลั่วจึงตอบว่า “พี่ใหญ่ พี่วางใจได้
ค่ะ หนูไม่ทำให้เขาผิดหวังแน่นอน”
ฉู่เหิง “…อย่างนั้นก็ดี”
ฉู่ลั่ว “ถึงสักวันหนึ่ง เขาต้องหมดอายุขัยไปจริง ๆ แต่หนูจะไม่มี
วันลืมเขาเลย”
ฉู่เหิงเห็นเธอพูดออกมาอย่างจริงจัง ความกังวลเหล่านั้นจึงพลัน
หายวับไป
น้องสาวของเขาไม่เคยกังวลเลยว่าจะปรับตัวให้เข้ากับชีวิตใน
ตระกูลฉู่ได้หรือเปล่า
สิ่งที่เธอกังวลคือ ฮั่วเซียวหมิงคนนั้นเป็นแค่คนธรรมดาที่ไม่
สามารถผึกฝนได้
เธอกังวลว่าในช่วงชีวิตอันยาวนานของเธอ มันจะทำให้เธอ
หลงลืมฮั่วเซียวหมิงไป
เธอกังวลว่า…ตัวเองจะเป็นคนที่นอกใจเขา
“เธอไม่ต้องฝืนเกินไปหรอกนะ” ฉู่เหิงมีสีหน้าผ่อนคลาย “เขาได้
อยู่กับเธอในช่วงเวลาหนึ่ง ก็ถือเป็นเกียรติของเขาแล้ว”
“หรือเขาหวังว่าหลังจากที่ตัวเองตายไป เธอจะยังจดจำเขา
ตลอดไปเหรอ?”
ฉู่เหิงส่ายหน้า “แต่เรื่องนี้เธอจำเขาไว้สักสามถึงห้าปีก็พอแล้ว!”
เขาตบไหล่ฉู่ลั่วเบา ๆ “แต่ในระหว่างที่ความสัมพันธ์ของพวก
เธอสองคนยังดำเนินไป เธอต้องดีกับเขาหน่อยนะ”