เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1222 หาเรื่องให้คนอื่นล าบาก
“เชิญด้านในครับ ปรมาจารย์”
เฉียวโจวเอียงตัวให้ฉู่ลั่วเข้าไป ก่อนจะแนะนำให้ฉู่ลั่วรู้จัก “นี่คือ
ภรรยาผม ส่วนนี่ลูกสาวของผมครับ”
“สวัสดีค่ะปรมาจารย์ฉู่ ฉันเป็นแฟนคลับของคุณ ฉันดูไลฟ์
สตรีมของคุณอยู่ตลอดเลยค่ะ”
คุณนายเฉียวก้าวเข้าไปจับมือฉู่ลั่วด้วยความดีอกดีใจ
ก่อนจะจูงลูกสาวเข้ามาแนะนำ “นี่คือลูกสาวของเรา นิวนิวค่ะ”
นิวนิวร้องเรียกเสียงหวาน
เฉียวโจวพาฉู่ลั่วเดินวนภายในบ้านหนึ่งรอบ ก่อนจะเอ่ยถาม
“เป็นไงบ้างครับปรมาจารย์”
ฉู่ลั่วขมวดคิ้ว “ไม่รับรู้ถึงพลังชั่วร้ายเลยค่ะ และไม่มีพลังชั่วร้ายที่
หลงเหลืออยู่ด้วย”
“ไม่มีทาง!” เฉียวโจวรีบบอก “ปรมาจารย์ ผมไม่ได้หลอกคุณนะ
ครับ มีของสกปรกมาบ้านผมจริง ๆ เมื่อวานมันก็มาครับ”
“มันยืนอยู่บนขอบเตียง ไม่รู้ว่ากำลังพูดอะไร ผมฟังไม่ออกครับ”
คุณนายเฉียวบอกเสริมอยู่ข้าง ๆ “ปรมาจารย์ฉู่ มีบางอย่างมา
ที่นี่จริง ๆ นะคะ”
นิวนิวเอ่ยบ้าง “มีบางอย่างมาค่ะ”
เธอทำไม้ทำมือ “ตัวเท่านี้ค่ะ!”
ก่อนจะทำไม้ทำมืออีกครั้ง “แล้วก็ขนาดเล็กเท่านี้ค่ะ!”
ฉู่ลั่ว “…”
เป็นของชั่วร้ายที่ขนาดหนึ่งใหญ่ ขนาดหนึ่งเล็ก
เธอลูบผมนิวนิว “ฉันเข้าใจแล้ว”
ก่อนจะหันไปพูดกับสองสามีภรรยาเฉียวโจว “ไม่ใช่ว่าฉันสงสัย
พวกคุณค่ะ ฉันแค่อยากบอกว่า ของชั่วร้ายสองตัวนั้นเก่งกาจกว่าที่
ฉันคิด”
ถึงขนาดไม่เหลือพลังชั่วร้ายไว้เลยสักนิด
เฉียวโจวกลัวจนหน้าซีด เขาจับมือภรรยากับลูกสาวไว้คนละ
ข้าง “ปรมาจารย์ครับ แล้วพวกเราต้องย้ายบ้านไหมครับ”
“ทำไมพวกเขาถึงมาตามติดพวกเราล่ะครับ”
“ช่วงนี้ผมไม่ได้ยุ่งกับของที่มีพลังหยิน และไม่เคยไปสถานที่ที่มี
พลังหยินเลย”
“และผมไม่น่าจะทำเรื่องอะไรที่ไม่ควรทำไปนะครับ”
ก่อนหน้านี้ เขาทบทวนซ้า ๆ ว่าตัวเองทำอะไรผิดไปหรือเปล่า
หลังไตร่ตรองอยู่นานก็ไม่รู้สึกว่าตัวเองได้พูดอะไรที่ไม่เหมาะสม
ออกไป
“ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลอะไร คืนนี้เราก็จะได้รู้กันค่ะ”
แววตาฉู่ลั่วเย็นเยียบลง
คืนนั้น
ภายในห้องอันเงียบสงัด มีเพียงครอบครัวตระกูลเฉียวสามคนที่
ยังนอนเบิกตากว้างอยู่บนเตียง
นิวนิวนั้นง่วงจนหลับไปแล้ว
เหลือแค่พวกเขาสองสามีภรรยาที่ยังลืมตาอยู่
จนกระทั่งสายลมอึมครึมสายหนึ่งพัดเข้ามา
ภายในห้องที่ประตูหน้าต่างปิดสนิท ผ้าม่านชั้นหนาโบกไหวไป
มา
แรงกดดันหนักอึ้งถาโถมอีกครั้ง
หนนี้ เฉียวโจวเห็นอย่างชัดเจนว่าเงาดำสองมวลค่อย ๆ ลอยเข้า
มาจากทางหน้าต่าง
มันลอยเอื้อยตรงมาหาเขา
เงาดำร่างสูงพูดเสียงเลือนรางที่ฟังไม่ชัดเจน
เขาได้ยินคร่าว ๆ เพียงว่ารายการ…แข่งขัน…อะไรทำนองนั้น…
ฉับพลันนั้นก็มีเสียงดังแกรก
ห้องนอนที่มืดสนิทสว่างขึ้นมาทันตาหลังเสียงเปิดไฟ
เฉียวโจวแทบผุกตัวลุกขึ้นจากเตียง “ปรมาจารย์ เป็นพวกมันนี่
แหละครับ”
ข้างเตียงนั้นมีร่างสูงและร่างเตี้ยกว่าค่อย ๆ หันกลับมา และเห็น
ฉู่ลั่วยืนอยู่หน้าประตู
ฉู่ลั่วพิงกำแพง เบนสายตาจากคนร่างสูงไปยังคนร่างเล็ก “ทีแรก
ฉันยังนึกแปลกใจว่าเจ้าสัมภเวสีตนนี้ต้องมากความสามารถแค่ไหน
ถึงสามารถลบล้างพลังหยินได้ดีหมดจดขนาดนี้”
“ที่แท้ก็มีคนมากฝีมือคอยช่วยกำจัดพลังหยินให้นี่เอง!”
“จิ่วฉาน! วิชาธรรมของนายเอามาใช้ผิดวิธีหรือเปล่า”
สามสี่นาทีต่อมา
ห้องรับแขกตระกูลเฉียว
จิ่งเจียเหยียนและจิ่วฉานคุกเข่าหลังตรงอยู่หน้าโซฟาด้วยท่าทาง
ว่าง่าย คนตระกูลเฉียวนั่งอยู่บนโซฟา ส่วนฉู่ลั่วเองก็มีสีหน้าเย็นยะ
เยือก
“พูดมาสิ เพราะอะไรกัน” น้าเสียงฉู่ลั่วยิ่งเย็นชากว่า
จิ่งเจียเหยียนดูออกว่าตอนนี้ฉู่ลั่วโกรธแล้ว จึงก้มหน้าพึมพำ
เสียงแผ่ว “ก็เพราะศึกชิงราชาปีศาจไงละ”
“พวกเราได้สถานที่มาแล้วก็จริง แต่รายละเอียดการแข่งขัน ฉัน
ยังไม่รู้ว่าจะทำยังไง”
“ถ้าดวลแค่ว่าพลังของใครกล้าแกร่งกว่ากัน ย่อมต้องเป็นปีศาจ
ที่บำเพ็ญตนมานานที่สุดได้เป็นราชาปีศาจอย่างไม่ต้องสงสัย”
“ไม่มีอะไรให้น่าตื่นเต้นเลย”
ยิ่งพูดเธอก็ยิ่งมีทีท่าราวกับตัวเองนั้นถูกต้อง “ศึกชิงราชาปีศาจ
จะไม่ท้าทายบ้างสักหน่อยได้ยังไง”
“แต่ฉันก็คิดหาหนทางดี ๆ ไม่ออก”
พูดถึงตรงนี้ ดวงตาของเธอพลันเป็นประกาย ขณะหันไปมอง
เฉียวโจว “แต่ว่า…ฉันรู้จักเขา ก่อนหน้านี้ลั่วลั่วเข้าร่วมรายการ
บันเทิงของเขา มีอยู่หลายเกมในรายการที่ทำให้ผู้เข้าร่วมลำบากได้
สุด ๆ”
“ชาวเน็ตด่าว่าเขากันเยอะแยะ หาว่าเขาจงใจหาเรื่องให้คนอื่น
ลำบากเพื่อเรียกยอดคนดู แล้วเขายังจงใจออกแบบเกมตามจุดอ่อน
ของแขกรับเชิญแต่ละคนด้วย”
เฉียวโจว “…”
ถึงแม้น้าเสียงเธอเหมือนจะชมตัวเขาอยู่ แต่คำพูดนี้ฟังยังไงก็ไม่
น่าสบายใจเลย!
นี่เธอ…กำลังชมเขาจริง ๆ เหรอ
“แต่ต่อให้เขาออกแบบเกมได้น่าโมโหขนาดไหน ผู้ชมก็ยังอด
ไม่ได้ที่จะต้องดูต่อ”
จิ่งเจียเหยียนตื่นเต้นยิ่งขึ้น “นี่แหละคนที่ฉันตามหา เขาหาเรื่อง
ให้คนอื่นลำบากได้เก่งปานนั้น ต้องออกแบบการดวลที่ทำให้ปีศาจ
ลำบาก แต่ยังดำเนินการแข่งขันต่อไปได้อย่างราบรื่นแน่นอน!”