เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1242 ผีบังตา
เมื่อออกเดินทางจนกระทั่งใกล้มาถึงหมู่บ้านหลิวสุ่ย หูเสี่ยวหลี
เตรียมจะพาจิ่งเจียเหยียนลงจากรถเพื่อไปยังศูนย์วิจัย
“คุณคนขับ ช่วยจอดตรงนี้ด้วยค่ะ”
หูเสี่ยวหลีเอ่ยเตือนคนขับรถ
ใครจะรู้ว่านอกจากคนขับรถจะไม่จอดแล้ว กลับยังเพิ่มความเร็ว
ขึ้นเรื่อย ๆ
คนที่อยู่นั่งข้างคนขับพยายามตบตีเพื่อเรียกสติคนขับรถไม่หยุด
มือด้วยความตื่นตระหนก
“เหล่าเซี่ย! เหล่าเซี่ย หยุดรถสิ รถจะชนแล้ว!”
เขาแย่งพวงมาลัยมา ทำให้รถวิ่งไปชนเข้ากับราวกั้นอย่างแรง
คนซึ่งอยู่ตรงที่นั่งข้างคนขับกรีดร้องเสียงหลง ก่อนจะมีแรงหนึ่ง
กดลงบนไหล่ วินาทีต่อมาเขาก็ถูกโยนออกไปนอกรถ
เมื่อเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตื่นตระหนก ก็เห็นหางปุกปุยกวัด
แกว่งไปมาอยู่กลางอากาศ เพียงพริบตาต่อมาหางนั้นกลับหายไป
ทันที
หูเสี่ยวหลีดึงมือกลับ พลางสะบัดข้อมือที่มีอาการปวดเล็กน้อย
สายตาเย็นชากวาดมองไปบนถนน
คนอื่น ๆ ในองค์กรรีบหยุดรถแล้วเข้ามาดูทันใด
“เกิดอะไรขึ้น? เหล่าเซี่ยเป็นอะไรไป?”
คนในองค์กรที่มีความรู้ทางการแพทย์เข้ามาตรวจสอบ “กระดูก
ซี่โครงเขาหัก ไม่ได้บาดเจ็บบริเวณอื่น แต่ทางที่ดีควรรีบพาเขาไป
ตรวจที่โรงพยาบาลดีกว่า”
“มีพลังหยินอยู่ เขาถูกผีบังตา”
หูเสี่ยวหลีหัวเราะอย่างเย็นชา “แถมไม่ใช่ผีบังตาธรรมดาด้วย”
ผีร้ายธรรมดาถ้ารับรู้ได้ถึงการมีอยู่ของเธอกับจิ่งเจียเหยียนคง
พากันหนีไปนานแล้ว จะกล้าปรากฏตัวออกมาได้ยังไง
นี่คือการกดข่มด้วยเผ่าพันธุ์และพลังตามธรรมชาติ
นอกเสียจากผีร้ายตนนั้น…
“มันต้องไม่ใช่ผีร้ายธรรมดาแน่นอน เพราะฉันไม่รู้สึกถึงมันเลย
สักนิด” จิ่งเจียเหยียนทำสีหน้าไม่พอใจ “หูเสี่ยวหลี เธอสัมผัสได้ถึง
พลังหยินบ้างไหม?”
หูเสี่ยวหลีสีหน้าแข็งค้างไปแล้ว เธอไม่ได้ตอบคำถามนั้น
“ท่านปรมาจารย์ ฉันกับจิ่งเจียเหยีนนจะไปที่ศูนย์วิจัยก่อนนะคะ
ที่นี่อยู่ไม่ห่างจากศูนย์วิจัยเท่าไหร่ ฉันกลัวว่าจะเกิดเรื่องกับพวก
นักวิจัยและหมูค่ะ”
ฉู่ลั่วพยักหน้า
จากนั้นหูเสี่ยวหลีจึงลากจิ่งเจียเหยียนเข้าไปในป่าแล้ว ไม่นาน
พวกเธอก็หายไป
ซู่เซี่ยงหยางให้เจ้าหน้าที่สองคนพาเหล่าเซี่ยไปส่งโรงพยาบาล
ส่วนคนที่เหลือก็กลับไปนั่งบนรถ
บรรยากาศต่างไปจากตอนแรก คราวนี้ผู้คนบนรถทุกคันเริ่มมี
สมาธิจดจ่อมากขึ้น
“เจ้านิกาย เมื่อกี้คุณรู้สึกได้ถึงพลังหยางไหมครับ?” จี้ไจ่เอ่ยถาม
ฉู่ลั่วส่ายหน้าตอบ
จี้ไจ่มีสีหน้าเคร่งขรึมเช่นกัน “ผมก็ไม่รู้สึกอะไรเหมือนกันครับ
มันเป็นผีร้ายแบบไหนกันแน่ถึงได้มีพลังแข็งแกร่งขนาดนี้?”
“มันอาจจะไม่ใช่ผีร้ายก็ได้”
จี้ไจ่ชะงักไป “เจ้านิกายหมายความว่า…เป็นไปไม่ได้หรอกครับ
ถึงในลัทธิเต๋าจะมีวิชาบังตาประเภทนี้อยู่ แต่พวกเขาไม่มีทาง…”
เมื่อคำพูดที่เหลือตกอยู่ในสายตาของฉู่ลั่ว เขาจึงไม่ได้พูดอะไร
ออกมาอีก
คิ้วของเขาขมวดแน่น เอ่บพึมพำ “แต่ทำเรื่องนี้ไปก็ไม่มี
ประโยชน์อะไรเลยนะครับ หมู่บ้านหลิวสุ่ยจะมีอะไรที่คุ้มค่ามาก
เพียงพอให้คนในลัทธิเต๋า…”
เขาไม่เข้าใจจริง ๆ
เมื่อก่อนในสายตาของเขา ลัทธิเต๋ากำจัดปีศาจ ปกป้องเต๋า แต่
ทำไมตอนนี้ถึงได้เปลี่ยนไปแล้ว
ลัทธิเต๋า…
ไม่ใช่ลัทธิเต๋าอย่างที่พ่อแม่กับอาจารย์พูดถึงเลยล่ะ?
เขากัดฟันกรอด
ฉู่ลั่วมองออกไปนอกหน้าต่าง พลางเอ่ยเบา ๆ “เพราะอะไรกันแน่
แค่พวกเราไปดูเดี๋ยวก็รู้เอง”
เส้นทางต่อจากนั้น ไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก
พวกเขามาถึงด้านนอกหมู่บ้านหลิวสุ่ยอย่างราบรื่น
“พลังหยินรุนแรงมาก”
ทันทีที่ลงจากรถ สีหน้าของเหล่านักพรตต่างเปลี่ยนไป
กระทั่งเจ้าหน้าที่ธรรมดาก็มีสีหน้าย่าแย่มาก
ซู่เซี่ยงหยางปรบมือเรียก ก็มีคนสี่คนเดินออกมา พวกเขาติดตั้ง
อุปกรณ์ ก่อนจะปล่อยโดรนบินขึ้นไปกลางอากาศ
บนโดรนพวกนั้นมีอักขระกำกับเอาไว้ มันบินอยู่กลางอากาศสัก
พัก ก่อนจะแยกย้ายไปทั้งสี่ทิศทางที่แตกต่างกัน
“ทำลายค่ายกลไม่ได้ครับ”
“อาศัยแค่พลังจากยันต์ไม่พอ”
“ถ้าอย่างนั้นลองใช้อาวุธ…”
เจ้าหน้าที่ทั้งสี่คนตาเป็นประกาย พวกเขามองซู่เซี่ยงหยางด้วย
ท่าทางกระตือรือร้น
ซู่เซี่ยงหยาง “พวกนายคิดว่าทำได้ไหม? ในหมู่บ้านมีคนอยู่ จะ
ใช้อาวุธหนักได้ยังไง?”
เขามองจี้ไจ่ “คุณลองทำดูสักหน่อยสิ”